posttoday

ป.ป.ช. เผชิญวิกฤตศรัทธา ถูกตั้งคำถามปมเลือกปฏิบัติ ฟอกขาวนักการเมือง

27 เมษายน 2569

วงการเมืองวิจารณ์ ป.ป.ช. เซาะกร่อนทำลายตัวเองหลังยกคำร้องคดี "ศักดิ์สยาม" สวนทางคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ หวั่นกลายเป็นองค์กรฟอกขาวกระทบ 4 เสาหลักภารกิจ

KEY

POINTS

  • ป.ป.ช. ถูกวิจารณ์อย่างหนักถึงการเลือกปฏิบัติและใช้สองมาตรฐานในการดำเนินคดี โดยมีความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างกรณีของอดีต สส. พรรคก้าวไกล และกรณีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ
  • การตัดสินใจยกคำร้องคดีนายศักดิ์สยามซึ่งสวนทางกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้ ป.ป.ช. ถูกมองว่ามีพฤติกรรมเป็น "องค์กรฟอกขาว" ให้กับนักการเมือง
  • การกระทำดังกล่าวได้ทำลายความน่าเชื่อถือและศรัทธาของประชาชนอย่างรุนแรง ส่งผลกระทบต่อภารกิจหลักขององค์กร และนำไปสู่การเคลื่อนไหวล่ารายชื่อเพื่อตรวจสอบการทำงานของ ป.ป.ช.

ป.ป.ช. ส่อวิกฤตศรัทธา: ถูกมองเป็น "องค์กรฟอกขาว" สวนทางหลักนิติธรรม

องค์กรคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กำลังเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงว่ากำลัง "เซาะกร่อนบ่อนทำลายตัวเอง" ผ่านการใช้อำนาจและคำวินิจฉัยที่ถูกมองว่าขาดมาตรฐานและสั่นคลอนความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้เกิดการเคลื่อนไหวล่ารายชื่อเพื่อตั้งคณะกรรมการสอบสวนการปฏิบัติหน้าที่ของ ป.ป.ช. ในปัจจุบัน

สร้างมาตรฐานสองมาตรฐานในคดีสำคัญ

ประเด็นที่เป็นชนวนเหตุสำคัญคือความแตกต่างในการใช้บรรทัดฐานระหว่างคดี 44 อดีต ส.ส. พรรคก้าวไกล ที่ ป.ป.ช. ยึดตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในการยื่นฟ้องต่อศาลฎีกา กับคดีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ที่ ป.ป.ช. มีมติยกคำร้อง โดยอ้างว่า "ไม่พบเจตนาปกปิดบัญชีทรัพย์สิน" ทั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้วว่านายศักดิ์สยามเป็นเจ้าของหุ้นตัวจริงผ่านนอมินี พฤติกรรมนี้ถูกมองว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ ทั้งที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 211 วรรคสี่ บัญญัติให้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันทุกองค์กร

จากองค์กรตรวจสอบสู่ "องค์กรฟอกขาว"

ข้อสังเกตในคดีนายศักดิ์สยามชี้ให้เห็นว่า ป.ป.ช. อาจกำลังเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นผู้ตรวจสอบ กลายมาเป็น "องค์กรฟอกขาว" ให้กับนักการเมือง ผ่านการตัดสินใจที่น่ากังขา อาทิ:

  • การเมินเฉยต่อข้อเท็จจริงเรื่องนอมินี: ป.ป.ช. อ้างความเข้าใจผิดในการโอนหุ้น ทั้งที่ศาลระบุชัดเจนว่าเป็นนิติกรรมอำพราง
  • การตรวจสอบที่ไม่ครอบคลุม: มุ่งเน้นเพียงจำนวนสัญญางานโดยไม่ตรวจสอบมูลค่าเงินที่อาจเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ
  • การยอมรับหลักฐานย้อนหลัง: ยอมรับสัญญาประนีประนอมยอมความที่เกิดขึ้นหลังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ 1 ปี มาเป็นฐานในการพิจารณา

ผลกระทบต่อเสาหลักภารกิจขององค์กร

การวินิจฉัยในลักษณะนี้กำลังทำลายเสาหลัก 4 ประการของ ป.ป.ช. ได้แก่ ด้านการปราบปรามที่เอาผิดยากขึ้น, ด้านตรวจสอบทรัพย์สินที่ไร้ความหมาย, ด้านการป้องกันการทุจริตที่ขาดความเชื่อถือ และด้านการมีส่วนร่วมของประชาชนที่ถดถอยลง เนื่องจากมองว่าการชี้เบาะแสไปก็ไร้ผล

ขาดความโปร่งใสและตรวจสอบได้

นอกจากประเด็นคำวินิจฉัยแล้ว ป.ป.ช. ยังถูกวิจารณ์เรื่องการหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากสังคม โดยเลือกออกเอกสารข่าวแทนการแถลงข่าวเพื่อให้สื่อมวลชนซักถามในประเด็นที่น่าสงสัย ประกอบกับกระแสข่าวการลาออกของระดับบริหารในช่วงพิจารณาคดีสำคัญ ซึ่งสร้างคำถามต่อความเป็นมืออาชีพและความซื่อสัตย์ ตามสโลแกนที่องค์กรยึดถือ ทำให้ภาพรวมของ ป.ป.ช. ในขณะนี้ถูกเปรียบเทียบว่ากำลัง "เผาบ้านตัวเอง" และสูญเสียความสง่างามในฐานะองค์กรอิสระอย่างสิ้นเชิง

ข่าวล่าสุด

"บิ๊กการเมือง"แทรกแซงสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หวั่นคุณสมบัติไม่ตรงสาย