"กัมพล"ยื่นถอนรายงานปฏิรูปภาษี-ขึ้น VAT 10% โอดเข้าสภาผิดจังหวะ
กมธ.เศรษฐกิจ สว. ถอย! "กัมพล" ยื่นถอนรายงานปฏิรูปภาษี-ขึ้น VAT 10% โอดเข้าสภาจังหวะไม่ดี ท่ามกลางวิกฤตสงคราม-ค่าครองชีพ
KEY
POINTS
- สั่งถอนวาระ: ประธาน กมธ.เศรษฐกิจ วุฒิสภา ยื่นถอนรายงานการศึกษาปฏิรูปโครงสร้างภาษีออกจากวาระการประชุม สว. เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2569
- เหตุผลด้านจังหวะ: ระบุช่วงเวลาปัจจุบัน "จังหวะไม่ดี" ทั้งปัญหาสงครามตะวันออกกลางและภาวะเศรษฐกิจ ยันไม่ได้ถอนเพราะความกลัว
- เนื้อหาเดิม: รายงานเสนอปรับ VAT เป็น 10% แบบขั้นบันได พร้อมเก็บภาษีหุ้น-อีคอมเมิร์ซ เพื่อรองรับสังคมสูงวัยและสร้างเสถียรภาพการคลัง
เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2569 ที่รัฐสภา นายกัมพล สุภาแพ่ง สว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา เปิดเผยว่า ตนได้ตัดสินใจขอถอนวาระการพิจารณารายงานผลการพิจารณาศึกษาเรื่อง "แนวทางการปรับโครงสร้างภาษีของประเทศไทย" ออกจากวาระการประชุมวุฒิสภา เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่าช่วงเวลานี้ยังไม่มีความเหมาะสม
โอดเข้าสภาผิดจังหวะ ยันเจตนาดีเพื่อสวัสดิการรัฐ
นายกัมพล ระบุว่า การจัดทำรายงานฉบับนี้มีเจตนาเพื่อให้ทุกฝ่ายมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยเฉพาะการหาความยั่งยืนทางการคลังเพื่อรองรับงบประมาณด้านสวัสดิการผู้สูงอายุ สาธารณูปโภค และการรักษาพยาบาลที่ยังขาดแคลนงบประมาณ
อย่างไรก็ตาม รายงานนี้จัดทำมาตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่จังหวะที่เข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภากลับประจวบเหมาะกับสถานการณ์ความขัดแย้งในสงครามตะวันออกกลาง ซึ่งถือเป็นจังหวะที่ไม่ดีนัก
"ที่ถอนไม่ใช่เพราะกลัว แต่จะเสนอกลับมาอีกเมื่อไรก็ได้ที่ประเทศมีความพร้อม ประชาชนอยู่ดีกินดีแล้ว เพราะเรื่องนี้ประชาชนได้ประโยชน์" นายกัมพล กล่าว
เปิดไส้ในรายงาน "ภาษี VAT 10% - รีดภาษีหุ้น"
สำหรับสาระสำคัญของรายงานที่ถูกถอนไปนั้น ประกอบด้วยข้อเสนอการปฏิรูปภาษีครั้งใหญ่ อาทิ:
- การปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT): เสนอให้ปรับจาก 7% เป็น 10% โดยใช้รูปแบบขั้นบันได เช่น ปรับขึ้นปีละ 1% เป็นเวลา 3 ปี เพื่อลดผลกระทบต่อผู้มีรายได้น้อย
- การขยายฐานภาษีใหม่: เสนอจัดเก็บภาษีจากการขายหุ้นและทองคำ รวมถึงการหักภาษี ณ ที่จ่าย 2% จากยอดขายบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ
- การใช้เทคโนโลยี: นำระบบ AI และ QR Code มาใช้ตรวจสอบรายได้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บและป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษี
ย้ำเป็นเพียงข้อเสนอแนะ ไม่ใช่การบังคับรัฐบาล
นายกัมพล ยืนยันว่ารายงานฉบับนี้เป็นเพียงผลการศึกษาและข้อเสนอแนะตามอำนาจหน้าที่ของ กมธ. เท่านั้น ไม่มีอำนาจไปสั่งการให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ดำเนินการตาม และหากรัฐบาลพิจารณาแล้วไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไร
นอกจากนี้ยังยืนยันว่ารายงานการปรับโครงสร้างภาษีนี้ไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ 5 แสนล้านบาทตามที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้
ทั้งนี้ ข้อเสนอการปรับขึ้น VAT เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางจากนักวิชาการและภาคส่วนต่างๆ เนื่องจากกังวลว่าจะกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชนและภาระค่าครองชีพในภาวะที่เศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ การถอนรายงานในครั้งนี้จึงเป็นการลดแรงกดดันต่อสถานการณ์ปัจจุบันจนกว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจจะเอื้ออำนวยมากกว่านี้


