posttoday

มติลับ289เสียงไว้วางใจโสภณ ซารัมย์ นั่งประธานสภาฯชุด27คุมเกมนิติบัญญัติ

15 มีนาคม 2569

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 มีมติเลือกนายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย เป็นประธานสภาคนใหม่ด้วยการลงมติลับเพื่อขับเคลื่อนงานสภา

KEY

POINTS

  • นายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ได้รับเลือกเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ด้วยมติลับ289เสียง ในการประชุมเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569   
  • เส้นทางการเมืองของนายโสภณเริ่มต้นจากอาชีพครูสู่การเป็นรัฐมนตรีหลายกระทรวงและรองนายกรัฐมนตรี โดยเป็นบุคคลสำคัญของพรรคภูมิใจไทยที่มีประสบการณ์สูง
  • วิสัยทัศน์หลักในการทำหน้าที่คือการทำงานร่วมกับทุกฝ่ายได้ทุกคน เน้นความประนีประนอม และผลักดันให้กลไกรัฐสภาขับเคลื่อนการบริหารประเทศได้ทันที

สภาผู้แทนราษฎรมติเลือกโสภณซารัมย์นั่งเก้าอี้ประธานสภา
การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2569 ณ สัปปายะสภาสถาน ได้มีวาระสำคัญในการเสนอชื่อและเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรตามข้อบังคับการประชุมปี พ.ศ. 2562

โดยผลการลงมติปรากฏว่า นายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย และอดีตรองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลอนุทิน 1 ได้รับมติความไว้วางใจจากสส.ชุดที่ 27 ให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่านกระบวนการลงมติลับตามขั้นตอนทางกฎหมาย ด้วยคะแนน289เสียง เพื่อทำหน้าที่เป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติในการควบคุมดูแลการประชุมสภาให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย 

ขณะที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นคู่ชิงได้รับการสนับสนุน 123 เสียง มีสส.งดออกเสียง80คน และมีสส.ทำบัตรเสีย5คน

สำหรับนายโสภณ ซารัมย์ ถือเป็นนักการเมืองอาวุโสที่มีประสบการณ์สูง เกิดเมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2502 ปัจจุบันอายุ 66 ปี เป็นชาวอำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ เริ่มต้นเส้นทางการทำงานจากการเป็นข้าราชการครู ก่อนจะตัดสินใจลาออกมาเข้าสู่เส้นทางการเมืองในปี พ.ศ. 2544 โดยได้รับเลือกตั้งเป็น สส.บุรีรัมย์ สมัยแรกในนามพรรคชาติไทย และย้ายมาสังกัดพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน จนกระทั่งร่วมก่อตั้งพรรคภูมิใจไทยกับกลุ่มเพื่อนเนวิน โดยเคยดำรงตำแหน่งสำคัญทั้งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รวมถึงประธานคณะกรรมาธิการหลายคณะ

มติลับ289เสียงไว้วางใจโสภณ ซารัมย์ นั่งประธานสภาฯชุด27คุมเกมนิติบัญญัติ

วิสัยทัศน์ประนีประนอมเน้นทำงานร่วมทุกฝ่ายขับเคลื่อนสภา
ก่อนได้รับการเลือกดำรงตำแหน่ง นายโสภณได้แสดงวิสัยทัศน์และจุดยืนในการปฏิบัติหน้าที่ โดยย้ำชัดเจนว่าพร้อมที่จะทำงานร่วมกับสส.จากทุกพรรคการเมืองและทุกฝ่ายอย่างเปิดกว้าง เพื่อให้กลไกของรัฐสภาสามารถเดินหน้าต่อไปได้ทันทีภายหลังจากการจัดตั้งรัฐบาล

นายโสภณมองว่ากระบวนการทำงานในสภาจะต้องมีความสอดคล้องกับสถานการณ์และบริบทของโลกในปัจจุบัน ไม่ใช่เพียงพิจารณาปัจจัยภายในประเทศเพียงอย่างเดียว

นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามขั้นตอนระเบียบแบบแผนของกฎหมาย ตั้งแต่การรายงานตัวไปจนถึงการรอพระบรมราชโองการเรียกประชุมสภาเพื่อให้การทำงานมีความสง่างามและถูกต้องตามครรลองประชาธิปไตย

บทบาทใหม่ในฐานะประธานสภาฯ ของนายโสภณ สะท้อนถึงบารมีทางการเมืองในฐานะผู้นำกลุ่มการเมืองจากจังหวัดบุรีรัมย์ หรือ "คนบ้านใหญ่" และตอกย้ำอิทธิพลของภูมิใจไทยในการคุมเสียงข้างมากและการจัดตั้งรัฐบาล ชุดที่ 27

นายโสภณชี้ว่าเป้าหมายสูงสุดคือการทำให้กลไกทางการเมืองสามารถขับเคลื่อนการบริหารประเทศได้อย่างรวดเร็ว เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนและรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติในภาพรวม โดยอาศัยประสบการณ์จากการบริหารงานกระทรวงสำคัญและงานนิติบัญญัติที่สั่งสมมาอย่างยาวนานหลายสมัยในการทำหน้าที่เป็นกลางและสร้างความสามัคคีในที่ประชุมสภา

ประวัติการเมืองจากครูสู่เก้าอี้ผู้นำฝ่ายนิติบัญญัติไทย
หากย้อนดูเส้นทางชีวิตของนายโสภณ พบว่ามีความน่าสนใจจากการเป็นบุตรของกำนันสนั่น ซารัมย์ และสำเร็จการศึกษาครุศาสตรบัณฑิต จากวิทยาลัยครูบุรีรัมย์

ด้านชีวิตครอบครัวสมรสกับนางอารีญาภรณ์ ซารัมย์ นายกเทศมนตรีตำบลลำปลายมาศ มีบุตรด้วยกัน 3 คน โดยหนึ่งในนั้นคือ นายอาณัตพณ ซารัมย์ ผู้ล่วงลับ ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจในการก่อตั้งมูลนิธิเพื่อช่วยเหลือสังคมในพื้นที่

การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธานสภาฯ ในวัย 66 ปี จึงถือเป็นจุดสูงสุดอีกครั้งในชีวิตการเมือง หลังจากที่เพิ่งดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีมาเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2568 ท่ามกลางการจับตามองของทุกฝ่ายถึงทิศทางการทำหน้าที่ประธานสภาที่จะต้องประสานรอยร้าวและสร้างบรรยากาศความร่วมมือในสภาผู้แทนราษฎร

ข่าวล่าสุด

สภาเลือกมัลลิกา-เลิศศักดิ์นั่งรองประธานไร้คู่แข่งหลังโสภณคว้าเก้าอี้