ฝ่าสมรภูมิตะวันออกกลาง เปิดแผนอพยพแรงงานไทยในอิหร่าน-มาตรการรับมือวิกฤต
รัฐบาลยกระดับแผนเผชิญเหตุขั้นสูงสุด เตรียมส่งอากาศยานอพยพคนไทยในอิหร่านชุดแรก พร้อมสั่งตั้งวอร์รูมติดตาม 24 ชม. และชะลอส่งแรงงานใหม่เข้าพื้นที่เสี่ยง
KEY
POINTS
- มาตรการอพยพเร่งด่วน: รัฐบาลยกระดับความช่วยเหลือขั้นสูงสุด เตรียมอากาศยานกองทัพอากาศปูพรมอพยพคนไทยในอิหร่านเป็นกลุ่มแรก เพื่อลดความเสี่ยงจากสถานการณ์สู้รบ
- ผนึกกำลังวอร์รูม 24 ชั่วโมง: กระทรวงแรงงานและกระทรวงการต่างประเทศ ตั้งศูนย์ปฏิบัติการติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด ดูแลแรงงาน 77,495 คนในพื้นที่เสี่ยง พร้อมสั่งชะลอการส่งแรงงานใหม่
- แผนบูรณาการรับมือเศรษฐกิจ: นายกรัฐมนตรีสั่งการทุกหน่วยงานความมั่นคงและเศรษฐกิจ เตรียมมาตรการเชิงรุกรองรับผลกระทบจากความผันผวนของสงครามเพื่อรักษาสถียรภาพของประเทศ
เมื่อกลิ่นอายสงครามในตะวันออกกลางเริ่มคุกรุ่นจนยากจะคาดเดา รัฐบาลไทยภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จึงไม่อาจนิ่งนอนใจ ประกาศเดินหน้าแผนอพยพคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยทันที โดยปักหมุด "ประเทศอิหร่าน" เป็นเป้าหมายแรกในการส่งเครื่องบินจากกองทัพอากาศไปรับตัวกลับสู่มาตุภูมิ เพื่อความปลอดภัยของพลเมืองท่ามกลางสถานการณ์ที่อาจขยายตัวอย่างกะทันหัน
วอร์รูม 24 ชั่วโมง: เกาะติดชีวิตแรงงานไทย
หัวใจสำคัญของปฏิบัติการครั้งนี้คือการประสานงานไร้รอยต่อ โดยกระทรวงแรงงานได้จัดตั้งศูนย์วอร์รูม (War Room) ณ ชั้น 5 ของกระทรวงฯ เพื่อเป็นศูนย์กลางสั่งการและประสานงานร่วมกับทูตแรงงานใน 3 จุดยุทธศาสตร์ ได้แก่ กรุงเทลอาวีฟ (อิสราเอล), กรุงอาบูดาบี (ยูเออี) และกรุงริยาด (ซาอุดีอาระเบีย) ซึ่งดูแลแรงงานไทยรวมกว่า 77,495 คน
สถิติแรงงานไทยในพื้นที่เสี่ยง:
- อิสราเอล: 58,921 คน
- ยูเออี: 11,227 คน
- ซาอุดีอาระเบีย: 7,347 คน
น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กำชับให้เจ้าหน้าที่วางมาตรการเชิงรุก ให้แรงงานทุกคนสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ผ่านโทรศัพท์ได้ตลอดเวลา และพร้อมเคลื่อนย้ายเข้าสู่พื้นที่ปลอดภัยทันทีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน ขณะเดียวกันได้มีมติร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศให้ "ชะลอ" การจัดส่งแรงงานชุดใหม่ไปพื้นที่เสี่ยงไว้ชั่วคราว
รับมือผลกระทบเศรษฐกิจ-ความมั่นคง
นอกเหนือจากสวัสดิภาพของประชาชน นายกรัฐมนตรียังมองไกลไปถึงแรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจ โดยสั่งการให้กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานความมั่นคง บูรณาการแผนรับมือสภาวะเศรษฐกิจผันผวนจากวิกฤตสงคราม เพื่อรักษาสถียรภาพและพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสแก่ประเทศไทยในยามที่โลกเผชิญความไม่แน่นอน
นี่คือภารกิจระดับชาติที่เดิมพันด้วยชีวิตและความมั่นคง ซึ่งรัฐบาลกำลังเร่งทำแข่งกับเวลาเพื่อให้มั่นใจว่า "ไม่มีคนไทยคนใดถูกทิ้งไว้ข้างหลัง" ท่ามกลางกองเพลิงแห่งตะวันออกกลาง.


