posttoday

อนุทิน เรียกถก สมช.-เอกชน รับมือวิกฤตอิหร่าน-ตะวันออกกลาง

01 มีนาคม 2569

นายกฯ เรียกประชุม สมช. และภาคเอกชน ประเมินผลกระทบตะวันออกกลาง ห่วงเศรษฐกิจไทย ส่งออก น้ำมัน พร้อมเร่งช่วยคนไทยในพื้นที่เสี่ยงกลับประเทศอย่างปลอดภัย

KEY

POINTS

  • นายกฯ อนุทิน เรียกประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินสถานการณ์และผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
  • เตรียมหารือร่วมกับภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เพื่อวางแนวทางรับมือผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านการส่งออกและราคาน้ำมัน
  • ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของคนไทยในพื้นที่ขัดแย้ง โดยได้เตรียมแผนอพยพและจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเพื่อติดตามสถานการณ์

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เตรียกประชุมด่วนสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวันพรุ่งนี้ (2 มี.ค.) เวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ภายหลังสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งมีแนวโน้มขยายวงกว้างและอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

ภายหลังการประชุม สมช. นายกรัฐมนตรีจะหารือร่วมกับภาคเอกชน โดยเชิญผู้แทนคณะกรรมการเอกชนร่วม 3 สถาบัน (กกร.) ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าไทย และ สมาคมธนาคารไทย เพื่อร่วมกันวางแนวทางรับมือผลกระทบทางเศรษฐกิจ ทั้งด้านการส่งออก ราคาน้ำมัน และปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ที่อาจกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ

 

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 28 ก.พ. นายกรัฐมนตรีได้แสดงความห่วงใยผ่านข้อความระบุว่า สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางมีแนวโน้มทวีความรุนแรง ซึ่งแม้ประเทศไทยจะไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งโดยตรง แต่มีประชาชนชาวไทยหลายหมื่นคนพำนักและทำงานอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว โดยเฉพาะในอิหร่านและอิสราเอล

 

รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยของคนไทยในพื้นที่เสี่ยง โดยได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและผู้บัญชาการทหารอากาศ เพื่อเตรียมอากาศยานไปรับคนไทยที่ติดค้างในอิหร่านกลับประเทศเป็นลำดับแรก พร้อมสั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการติดตามสถานการณ์ และบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและกระทรวงที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง กระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงกลาโหม และกระทรวงมหาดไทย เพื่อเตรียมความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง

 

นายกรัฐมนตรีระบุว่า แม้สถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่รัฐบาลจะดำเนินมาตรการทุกด้านเพื่อลดผลกระทบให้น้อยที่สุด โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจของประเทศกำลังอยู่ในระยะฟื้นตัว พร้อมย้ำว่าจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเร่งดำเนินการเพื่อเปลี่ยนวิกฤติในตะวันออกกลางให้เป็นโอกาสของประเทศไทยให้ได้มากที่สุด

 

ทั้งนี้ รัฐบาลยืนยันจะดำเนินการอย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้ภารกิจช่วยเหลือและดูแลคนไทยในพื้นที่สู้รบสำเร็จลุล่วงอย่างรวดเร็วและปลอดภัยที่สุด

ข่าวล่าสุด

UNSC ประชุมฉุกเฉิน เลขาฯ UN เตือนโจมตีอิหร่าน อาจจุดชนวนความขัดแย้งที่ควบคุมไม่ได้