posttoday

“ประชาชน” ยอมรับพ่าย “ภูมิใจไทย” ยันไม่ร่วมรัฐบาล พร้อมเป็นฝ่ายค้าน

08 กุมภาพันธ์ 2569

ณัฐพงษ์ หัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกฯ รับพ่าย ภูมิใจไทย ยันไม่ร่วมรัฐบาล-โหวตนายกฯ ภท. พร้อมเป็นฝ่ายค้าน เดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญตามประชามติ

KEY

POINTS

  • พรรคประชาชน (ปชน.) แถลงยอมรับผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการที่ได้คะแนนเป็นอันดับ 2 รองจากพรรคภูมิใจไทย
  • นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ยืนยันจุดยืนว่าจะไม่เข้าร่วมรัฐบาลที่พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ และไม่สามารถโหวตให้แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคดังกล่าวได้
  • พรรคประชาชนประกาศพร้อมทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน โดยเคารพหลักการให้พรรคที่ชนะการเลือกตั้งเป็นอันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาลก่อน

เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2569 เวลา 21.45 น. ที่อาคารอนาคตใหม่ ที่ทำการพรรคประชาชน (ปชน.) ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของพรรคนัดแถลงข่าว ภายหลังผลการเลือกตั้งตามมาเป็นอันดับ 2 รองจากพรรคภูมิใจไทย โดยมีนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดานายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า พร้อมด้วยนายสุชาติ เรืองปัญญาวุฒิ บิดานายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค เข้ามาให้กำลังใจด้วย

โดยนายณัฐพงษ์ กล่าวว่า สำหรับผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ขอบคุณประชาชนคนไทย ใช้สิทธิใช้เสียงในการเลือกตั้ง ออกเสียงประชามติวันนี้ ถึงแม้ผลการเลือกตั้งยังไม่ 100% ยังไม่ได้ข้อสรุปทางการ แต่ต้องแสดงความยินดีอย่างหนึ่งที่ผลการจัดทำประชามติตอนนี้ มีแนวโน้มสูงมากที่จะผ่านความเห็นชอบจากประชาชน ในการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ สำหรับผลการเลือกตั้งในส่วน ปชน.ยอมรับในส่วนที่ว่า ผลการเลือกตั้ง ณ ตอนนี้เราอาจไม่ใช่พรรคลำดับหนึ่ง เป็นไปตามที่ตน และแกนนำพรรคทุกคน เคยแสดงจุดยืนไว้ว่า เราต้องเคารพหลักการกระบวนการการเมืองในระบบรัฐสภา ให้พรรคอันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาลก่อน

“สำหรับผลการเลือกตั้ง น่าจะมีรายละเอียดประมาณนี้ ขอทิ้งท้ายขอเป็นกำลังใจให้ประชาชนทุกคน ผมเชื่อว่าการเลือกตั้งทุกครั้ง คือการหาทางออกของประเทศ ตราบใดที่ยังเชื่อในพลังของตัวเอง ยังออกมาใช้สิทธิใช้เสียง มีส่วนร่วมกับการเมืองเยอะ ๆมั่นใจว่าไทยมีทางออก วันนี้ผม และทีมผู้บริหารพร้อมเดินหน้าต่อ รับใช้พ่อแม่พี่น้องประชาชนทุกคน” นายณัฐพงษ์ กล่าว

เมื่อถามว่า ผลการเลือกตั้งออกมาแบบนี้ จะไปร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ต้องบอกว่า พรรคภูมิใจไทย เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ เราต้องทำหน้าที่ฝ่ายค้านอยู่แล้ว อย่างที่บอกว่า เราเคยประกาศว่าไม่สามารถโหวตให้แคนดิเดตภูมิใจไทยได้ เราไม่ใช่พรรคอันดับ 1 กระบวนการให้พรรคอันดับ 1 ดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลก่อน

ซักอีกว่าจะตั้งรัฐบาลแข่งหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า คงไม่จับแข่ง เราเคารพเรื่องหลักการที่ว่า พรรคอันดับ 1 เป็นพรรคแกนนำจัดตั้งก่อน เราคงไม่ไปแข่งกับเขา ให้เขาจัดตั้งก่อน

เมื่อถามถึงผลการเลือกตั้งวันนี้สะท้อนอะไรหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า สะท้อนเจตจำนงของประชาชนอยู่แล้วในทุกการเลือกตั้ง ตนยังปรารถนาเห็นสัดส่วนผู้มาใช้สิทธิมากเท่าเดิม หรือไม่น้อยลงกว่าเดิม สะท้อนเสียงประชาชนดีที่สุด โดยทุก ๆ การเลือกตั้ง เป็นการสะท้อนความต้องการของประชาชน ไม่อยากจะลงวิเคราะห์การเมืองวันนี้ เรายอมรับผลการเลือกตั้งออกมา ตราบใดที่ประชาชนไปใช้สิทธิ เราเคารพประชาชน

เมื่อถามว่าวิเคราะห์ผลการเลือกตั้งครั้งนี้อย่างไร หัวหน้าพรรค ปชน.กล่าวว่า ทุกอย่างอยู่ที่ประชาชนตัดสิน ให้ที่สาธารณะ นักวิเคราะห์ต่าง ๆ ประชาชนทุกคน ก็คงออกไปแสดงเจตจำนงของตัวเอง ในส่วน ปชน.เอง ไม่ว่าเหตุผลเบื้องหลังคนลงคะแนนวันนี้อย่างไร เราพร้อมทำงานการเมืองต่อไป สถาปนาการเมืองขึ้นมาใหม่ ผลักดันนโยบายขึ้นมาเพื่อประชาชนทุกคน 

เมื่อถามว่ามีการทาบทามให้เข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ต้องบอกว่าไม่ได้ทาบทามอะไรกับพรรคการเมืองใด แต่อย่างใด กระบวนการทาบทามเป็นสิทธิพรรคอันดับ 1 ก่อน ผลการเลือกตั้งล่าสุดเราประเมินว่า ไม่สามารถชนะการเลือกตั้งได้ ยืนยันคำพูดเดิม เราเคารพการเมืองระบอบรัฐสภา ยังไม่ได้รับการทาบทามจากพรรคการเมืองใด ๆ

“ถ้าพรรคภูมิใจไทยเป็นคนทาบทาม เราไม่สามารถไปร่วมรัฐบาลที่ ภท.เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้แน่นอน ไม่อาจยกมือโหวตแคนดิเดตนายกฯจาก ภท.ได้ ยืนยันยังไม่มีการทาบทามใด ๆ ทั้งสิ้น” นายณัฐพงษ์ กล่าว

เมื่อถามว่า การโหวตนายอนุทินเป็นนายกฯ เมื่อ ต.ค. 2568 ที่ผ่านมา เป็นความผิดพลาดส่งผลต่อการเลือกตั้งหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ได้แถลงไปหลายครั้งก่อนหน้านี้แล้วว่า สิ่งที่ตัดสินใจไป การเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ สิ่งที่เกิดขึ้นอาจมีประชาชนบางส่วนสะท้อนความรู้สึกมา เราได้ผ่านตรงนั้นหมดแล้ว มีผลการเลือกตั้งหรือไม่ อย่างไร ไม่สามารถตอบคนไปใช้สิทธิเลือกตั้งควันนี้ได้ทั้งหมด อย่างไรก็แล้วแต่ผลการเลือกตั้ง เราน้อมรับทุกเหตุผลเบื้องหลัง พร้อมทำงานต่อ ดึงความเชื่อมั่นประชาชนกลับมา

เมื่อถามถึงการประเมินกำลังของบ้านใหญ่ในการเลือกตั้ง หัวหน้าพรรค ปชน.กล่าวว่า มีการประเมินตลอดระหว่างการเมืองที่อาจเรียกว่าใช้ระบบการเมืองรูปแบบวิธีหนึ่ง กับการทำงานการเมืองของ ปชน. เราพร้อมทำงานให้ดียิ่งขึ้น เข้าถึงประชาชนมากยิ่งขึ้น ให้เลือกตั้งครั้งหน้าเข้าถึงประชาชนได้มากกว่านี้

ส่วนกรณีข้อสงสัยของประชาชนเกี่ยวกับการเลือกตั้งหลายพื้นที่วันนี้ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรารับมาหลายเรื่อง แต่ไม่อาจเอามาใช้เหตุผลหลักไม่ยอมรับเสียงของประชาชน เกิดเป็นจุด ๆ ดูเป็นกรณีไป และได้ประสานงานกับ กกต. และให้ข้อมูลสื่อต่างเนื่อง ผลการเลือกตั้งภาพรวมเป็นไปตามที่แถลงไปก่อนหน้านี้

เมื่อถามว่าหาก ปชน.ร่วมเป็นรัฐบาล จะผลักดันเรื่องประชามติได้ดีกว่านี้ เพราะประชาชนเห็นชอบจำนวนมาก นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ยืนยันเรื่องหลักการเดิม เมื่อพรรคอันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาลก่อน และเรายึดถือคำพูดเราตลอดช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ตน และแกนนำพรรค รวมถึงคนไปขึ้นเวทีดีเบต ตอบเป็นเสียงเดียวกัน เราไม่สามารถยกมือโหวตแคนดิเดตนายกฯของ ภท. เราไม่อาจร่วมรัฐบาลที่ ภท.เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้อยู่แล้ว

เมื่อถามว่าผลวันนี้ อาจทำให้ห่างไกลต่อการผลักดันรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องสมาชิกรัฐสภาในอนาคตทุกคน ที่ทำหน้าที่ตรงนี้ เสียงประชามติออกมาแล้ว ประชาชนอยากเห็นการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ เดินหน้าตามเจตจำนงประชาชน ทั้งนี้ในข้อเท็จจริง ผลักดันรัฐธรรมนูญให้ผ่านสภาฯ ไม่ใช้อาศัยเสียง สส. อย่างเดียว ต้องอาศัยเสียง สว. ด้วย ยิ่งเรามีเสียงสภาฯล่างมากเท่าไหร่ เรายิ่งผผลักดันให้ผ่านได้มากเท่านั้น

เมื่อถามถึงประเด็นการแก้รัฐธรรมนูญ ต้องใช้คะแนนเสียง สว. ซึ่งอาจถูกตั้งข้อสงสัยว่าอาจเป็นกลุ่มเดียวกับ สส.หลังการเลือกตั้ง ดังนั้นหนทางแก้รัฐธรรมนูญจะยังมีทางออกหรือไม่ หัวหน้าพรรค ปชน.กล่าวว่า ช่วงระหว่างการเลือกตั้งที่ผ่านมา เราก็จะเห็นกรณีแคนดิเดต ภท. หรือนายอนุทินเอง เห็นชอบทำรัฐธรรมนูญใหม่ ดังนั้น เดี๋ยวรอดูว่าหลังผ่านการเลือกตั้งแล้ว มีการตั้งรัฐบาลแล้ว ในเรื่องกระบวนการเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ สส.ในรัฐบาลชุดต่อไป จะลงมติอย่างไร

เมื่อถามว่าสาเหตุที่ทำให้พ่ายแพ้การเลือกตั้ง เป็นเพราะเหตุการณ์ในอดีตเรื่องการด้อยค่าทหาร ทำให้ประชาชนไปเลือก ภท.หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าว เรื่องรายละเอียดจริงว่า ประเด็นไหน ประเด็นการโจมตี หรือจุดยืนพรรคอดีต ส่งผลต่อพรรคหรือไม่ ขออนุญาตไม่แสดงความเห็นตรงนี้ ทุกเหตุผลมีปัจจัยมากน้อยกันไป ไม่อยากยกเหตุผลใดเหตุผลหนึ่ง การเลือกตั้งบางหน่วยไม่เรียบร้อย เป็นข้ออ้างให้เราไม่ชนะเลือกตั้งอันดับ 1 ได้ วันนี้ผลภาพรวมอย่างนี้ ยอมรับเสียงประชาชน

เมื่อถามถึงผลการเลือกตั้ง กทม. นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ยังเชื่อมั่นอยู่ว่า กทม. 33 เขต น่าจะเป็นของพรรค ปชน. ขอติดตามผลจนวินาทีสุดท้าย 

พรรคประชาชนแถลงหลังเลือกตั้ง

ส่วนกรณีมีคนนอก ให้การพาดพิงพรรค ปชน.มีส่วนเกี่ยวกับคดี กปน.หย่อนบัตรที่ จ.พะเยา หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มั่นใจว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ องคาพยพของพรรคคนไหน ที่จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ อยากให้เจ้าหน้าที่ทุกคน ลองไปตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า เหตุผิดปกติที่เกิดขึ้น ใครเป็นผู้ว่าจ้าง หรืออยู่เบื้องหลัง

เมื่อถามว่าเป็นการ ใส่ร้ายพรรค ปชน.แบบนี้ จะดำเนินการอย่างไรต่อ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เดี๋ยวดูหลักฐานข้อเท็จจริงก่อน ถ้าเห็นชัดว่าเป็นการพยายามใส่ร้ายป้ายสี พร้อมดำเนินกระบวนการตามกฎหมายเต็มที่

ซักอีกว่า ปชน.จะไม่ตั้งรัฐบาลแข่ง หมายถึงเตรียมตัวฝ่ายค้านใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ถ้า ภท.ตั้งรัฐบาลได้ เราก็ต้องเป็นพรรคฝ่ายค้านอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า มีอะไรฝาก ภท.หรือไม่ หัวหน้าพรรค ปชน.กล่าวว่า ขอฝากไปยังทุกพรรค เชื่อว่าทุกคน ทุกพรรคการเมือง น้อมรับผลการเลือกตั้งอยู่แล้ว อยากให้ทุกพรรคการเมืองให้คำสัญญาให้ประชาชน เดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ อยากให้ทุกพรรคทำตามคำพูดตัวเอง

หัวหน้าพรรค ปชน.ยังฝากถึงประชาชนที่เป็นโหวตเตอร์ของพรรคว่า อยากให้ประชาชนทุกคนมีหวังกับการเมือง สำหรับโหวตเตอร์ของพรรคเช่นเดียวกัน อย่าเพิ่งหยุดเชื่อ อย่าเพิ่งหยุดหวัง อยากสื่อสารถึงประชาชนทุกคนด้วยว่า ไม่ว่าเคยเป็นโหวตเตอร์ หรืออดีตโหวเตอร์ ทุกการเลือกตั้งอยากให้มาใช้สิทธิเยอะ ๆ ร่วมตรวจสอบนักการเมืองสม่ำเสมอ ดูว่ารัฐบาลต่อไป ทำตามคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้หรือไม่ คนตัดสินนักการเมืองมีคนเดียว คือสถาบันศักดิ์สิทธิ์สุดในประเทศนี้ คือประชาชน

ซักอีกว่า หมายความว่าปัจจุบันพร้อมเป็นฝ่ายค้านหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ใครที่ทางพรรค ภท.ไม่ได้เทียบเชิญ หรือร่วมรัฐบาล คงเป็นฝ่ายค้านร่วมกับเรา ส่วนการทำงานร่วมกับพรรคฝ่ายค้าน เป็นไปตามกลไกที่ผ่านมาอยู่ในระบบรัฐสภา ทุกคนต่างตรวจสอบอยู่แล้ว ไม่น่าติดขัดอะไร

เมื่อถามถึงแนวทางการเมืองของพรรค ที่อาจละเลยการทำงานเชิงพื้นที่ของ สส.เขต เป็นจุดอ่อนใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จำนวนนโยบายที่ ภท.ยื่นต่อ กกต.แค่ 8 นโยบาย ส่วนหนึ่งการทำงานการเมืองในพื้นที่ พรรคให้ความสำคัญมาโดยตลอด ไม่ว่าผลการเลือกตั้งออกมาอย่างไรในวันนี้ เราทำงานในพื้นที่เต็มที่ เชื่อให้ดีกว่านี้ และเชื่อว่าการทำงานเข้าถึงประชาชนดีที่สุด จะทำให้ได้ผลออกมาดีกว่านี้

ส่วนกระแสข่าว ป.ป.ช.เตรียมลงมติอย่างหนึ่งอย่างใดกับคดีอดีต 44 สส.ก้าวไกล กรณีแก้ไขมาตรา 112 นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เราเตรียมตัวอย่างดี ฝ่ายกฎหมายศึกษาถี่ถ้วน รูปคดีคงไม่เปลี่ยนอะไรจากที่เคยให้ข้อมูลไว้ ส่วนจังหวะเวลาที่เกิดขึ้น ขอให้ประชาชนช่วยกันสังเกต

เมื่อถามถึง กปน.เกิดปัญหาหลายพื้นที่ ไฟดับ นับคะแนน การติดป้ายอะไรต่าง ๆ ส่งผลต่อการเลือกตั้งในวันนี้หรือไม่ และมีพิรุธส่งสัญญาณแปลก ๆ จะทำอย่างไรต่อ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จริง ๆ ตอบไปแล้วบางส่วนว่า ดูในภาพรวม ยอมรับผลในภาพรวม ส่วนปัญหาเฉพาะหน่วยพื้นที่ ว่าไปรายกรณีไป พรรคพร้อมดำเนินการตามกฎหมายทุกอย่างเต็มที่ ถ้ามีพยานหลักฐานชัดเจนว่ากระทำผิดจริง

ข่าวล่าสุด

"อนุทิน" แถลง หลังภูมิใจไทยผงาดเบอร์ 1 ลั่นพร้อมน้อมรับคำสั่งประชาชน