posttoday
มติสภาผ่านร่าง พ.ร.บ.บุคคลท้องถิ่น แก้รวมศูนย์อำนาจ คสช.

มติสภาผ่านร่าง พ.ร.บ.บุคคลท้องถิ่น แก้รวมศูนย์อำนาจ คสช.

29 ตุลาคม 2568

สภามีมติเอกฉันท์ผ่านร่าง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น แก้ไขคำสั่งหัวหน้า คสช. 8/2560 คืนอำนาจการสอบและโอนย้ายบุคลากรให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

KEY

POINTS

  • สภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.บุคคลส่วนท้องถิ่น เพื่อยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ 8/2560 ซึ่งรวมศูนย์อำนาจการบริหารงานบุคคลไว้ที่ส่วนกลาง
  • ร่างกฎหมายฉบับใหม่คืนอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เช่น อบจ. เทศบาล และ อบต. สามารถจัดสอบแข่งขันและบริหารงานบุคคลได้ด้วยตนเอง
  • มีเป้าหมายเพื่อกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นมีความคล่องตัวในการบริหารงาน ตอบสนองความต้องการของพื้นที่ และแก้ปัญหาขาดแคลนบุคลากร

สภาผ่านร่างแก้ พ.ร.บ.บุคคลท้องถิ่น แก้รวมศูนย์อำนาจ คสช.

สภาผู้แทนราษฎรมีมติในวาระที่ 3 เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... พร้อมข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ รวม 244เสียง งดออกเสียง 2 เสียง และไม่ลงคะแนน 3 เสียง จากจำนวนผู้ลงมติ 249คนเพื่อปรับโครงสร้างการบริหารงานบุคคลท้องถิ่นให้สอดคล้องกับหลักการกระจายอำนาจ

 

ยกเลิกคำสั่ง คสช. รวมอำนาจการสอบบรรจุ

สาระสำคัญของร่างกฎหมายนี้ คือ การแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 โดยยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 8/2560 ซึ่งให้อำนาจคณะกรรมการกลาง เช่น กสถ. จัดสอบแข่งขันและคัดเลือกบุคลากรแทนท้องถิ่น ซึ่งถูกวิจารณ์ว่า “รวมศูนย์อำนาจ” และขัดต่อหลักการปกครองตนเองขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)

ร่างฉบับใหม่กำหนดให้ คณะกรรมการข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด, คณะกรรมการพนักงานเทศบาล, คณะกรรมการพนักงานส่วนตำบล และ คณะกรรมการพนักงานเมืองพัทยา เป็นผู้มีอำนาจจัดสอบและบริหารบุคคลของตนเอง ภายใต้มาตรฐานกลางที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด

เปิดทางโอนย้ายบุคลากรเมื่อมีเหตุจำเป็น

อีกประเด็นสำคัญคือ การเปิดช่องให้คณะกรรมการกลางแต่ละประเภทมีอำนาจพิจารณา “โอนข้าราชการหรือพนักงานท้องถิ่น” ไปยังองค์กรอื่นได้ หากเกิดปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ หรือเพื่อประสิทธิภาพในการบริหารราชการ โดยไม่ต้องอาศัยความสมัครใจของผู้ถูกโอนในบางกรณี

ฝ่ายค้าน-รัฐบาลเห็นพ้อง คืนอำนาจให้ท้องถิ่น 

ก่อนหน้านี้ นายพัฒนา สัพโส ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้เสนอร่าง กล่าวว่า กฎหมายนี้มีเป้าหมายเพื่อ “ยกเลิกคำสั่ง คสช. 8/2560” คืนอำนาจให้ท้องถิ่นบริหารบุคลากรของตนเอง เพื่อความคล่องตัวและตอบสนองต่อความต้องการจริงของแต่ละพื้นที่

ขณะที่นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ส.ส.เลย เสริมว่า การกระจายอำนาจนี้จะช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนบุคลากรและลดระบบอุปถัมภ์ ส่วน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน ตั้งข้อสังเกตว่า การยกเลิกคำสั่ง คสช. ควรออกเป็นกฎหมายเฉพาะควบคู่กัน เพื่อให้เกิดผลทางกฎหมายสมบูรณ์

ด้าน นายจาตุรนต์ ฉายแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ชี้ว่า การรวมศูนย์ที่ผ่านมาไม่ได้ช่วยลดการทุจริต แต่กลับทำให้ขาดความยืดหยุ่น และทำให้ท้องถิ่นสูญเสียโอกาสพัฒนาคนของตนเอง พร้อมเสนอให้วางระบบถ่วงดุล ตรวจสอบ และยึดหลักสมัครใจเป็นสำคัญ.

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก