ศบ.ทก. ยันกัมพูชาใช้ทุ่นระเบิด PMN-2 จริง นำหลักฐานฟ้องเวทีโลก
ศบ.ทก. ยันพบหลักฐานชัดเจน ทหารกัมพูชาใช้ทุ่นระเบิด PMN-2 ละเมิดอนุสัญญาฯ เตรียมชงหลักฐานขึ้นเวทีโลก 22 ส.ค. พร้อมยืนยันบ้านหนองจานเป็นอธิปไตยไทย 100%
KEY
POINTS
- พบหลักฐานชัดเจน: ทหารกัมพูชาใช้ทุ่นระเบิด PMN-2 : กองทัพเรือตรวจพบโทรศัพท์ทหารกัมพูชาที่มีคลิปวิดีโอและภาพถ่ายยืนยันการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ซึ่งเป็นการละเมิดอนุสัญญาออตตาวาอย่างร้ายแรง เตรียมนำหลักฐานเสนอต่อที่ประชุมระดับโลกในวันที่ 22 สิงหาคมนี้
- บ้านหนองจาน สระแก้ว เป็นอธิปไตยไทย 100% : กองทัพไทยย้ำว่าพื้นที่บ้านหนองจานเป็นของไทยอย่างสมบูรณ์ และการที่กัมพูชานำประชาชนเข้ามารุกล้ำถือเป็นการละเมิดข้อตกลงอย่างชัดเจน การติดตั้งลวดหนามของไทยเป็นไปเพื่อการป้องกันอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชน
- คณะผู้สังเกตการณ์เข้าพื้นที่เพื่อรวบรวมข้อมูล: คณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (IOT) ได้เข้าสำรวจและรวบรวมข้อมูลในพื้นที่พิพาท รวมถึงสถานที่ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อนำไปรายงานผลสรุปต่อกองทัพของตนเองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
ศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) แถลงผลการประชุมประเด็นสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้
การละเมิดอนุสัญญาออตตาวาด้วยการใช้ทุ่นระเบิด
กองทัพเรือตรวจพบโทรศัพท์มือถือของทหารกัมพูชาในพื้นที่ภูมะเขือ ภายในเครื่องมีคลิปวิดีโอและภาพถ่ายที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าทหารกัมพูชากำลังถือทุ่นระเบิดชนิด PMN-2 ซึ่งเป็นระเบิดสังหารบุคคล พร้อมเสียงบรรยายเป็นภาษาเขมร คาดว่าเป็นการสาธิตการใช้งานก่อนนำไปฝังในพื้นที่ชายแดนไทย หลักฐานนี้ยืนยันพฤติกรรมการละเมิดข้อตกลงและอนุสัญญาระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง โดยกองทัพได้ส่งหลักฐานดังกล่าวให้กระทรวงการต่างประเทศเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการอนุสัญญาในวันที่ 22 สิงหาคมนี้
บ้านหนองจาน สระแก้ว เป็นอธิปไตยไทย 100%
พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย ย้ำว่าพื้นที่บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว ซึ่งเคยเป็นพื้นที่พักพิงผู้อพยพในอดีตนั้น เป็นอธิปไตยของประเทศไทย 100% การที่กัมพูชาใช้ประชาชนเป็นกำแพงมนุษย์เพื่อรุกล้ำถือเป็นการละเมิด MOU 43 อย่างชัดเจน การติดตั้งลวดหนามของไทยจึงเป็นสิทธิ์ในการปกป้องและคุ้มครองประชาชนและความมั่นคงในพื้นที่
คณะผู้สังเกตการณ์ IOT เข้าสังเกตการณ์พื้นที่ชายแดน
คณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (IOT) ได้เข้าสังเกตการณ์ในพื้นที่ชายแดนระหว่างวันที่ 18-20 สิงหาคม โดยได้ไปตรวจสอบพื้นที่ต่างๆ เช่น ช่องอานม้า ผามออีแดง และฐานกฤษณา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิด และยังได้ไปดูสถานที่ควบคุมเชลยศึกกัมพูชา รวมถึงโรงพยาบาลที่ได้รับผลกระทบจากจรวด BM-21 ด้วย เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ กองทัพไทยจะจัดประชุมสรุปผลการปฏิบัติงานในวันที่ 21 สิงหาคม และจัดตั้งสำนักงานประสานงานกับคณะผู้สังเกตการณ์ที่กองบัญชาการกองทัพไทยต่อไป


