posttoday

"บิ๊กโจ๊ก"ดิ้นตีตั๋วกลับกลับสตช. ภาระบนบ่าของนายกฯเศรษฐา

25 มิถุนายน 2567

สังคมจับตาผลประชุมก.ตร. นายกฯเศรษฐานั่งหัวโต๊ะ บ่าย26มิ.ย.67 เคาะปมคำสั่ง"ให้ออกราชการไว้ก่อน"ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ กับกรณี2หนทาง กลับสตช.ของ"บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ยังเดินหน้าใช้สิทธิขอความเป็นธรรมต่อเนื่อง

การดิ้นรนเพื่อพาตัวเองกลับไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รั้งตำแหน่ง รองผบ.ตร. ของ "บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ขณะนี้มีความเป็นไปได้ใน2แนวทาง 

ทางแรกให้"บิ๊กต่อ"พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร.ซึ่งนายกฯเพิ่งมีคำสั่งให้กลับไปนั่งในตำแหน่งเต็มเก้าอี้ลงนามในคำสั่ง ทางที่สอง ใช้"มติก.ตร."ให้กลับไปนั่งในตำแหน่งรองผบ.ตร.แต่ก็ต้องรอผลชี้ขาดของคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) ตามที่เจ้าตัวได้ยื่นอุทธณ์คำสั่ง ให้ออกจากราชการโดยมิชอบ เสียก่อน

ว่ากันว่า ผู้แบกภาระอันหนักบนบ่าครั้งนี้ ก็คือ นายกฯเศรษฐา 

การประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) 26มิ.ย.67 ที่มีนายกฯเศรษฐา ทวีสิน ในฐานะประธานก.ตร.จึงเป็นเรื่องที่น่าจับตาว่า ในฐานะผู้บังคับบัญชาโดยตรงขององค์กรตำรวจ จะเลือกหนทางใดในการยุติศึกภายในนี้ที่ต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน

การประชุม ก.ตร. ครั้งนี้ มีวาระหลักคือการพิจารณาเรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยข้าราชการตำรวจ กรณี ตร. มีคำสั่งที่ 178 /2567 ลง 18 เม.ย.67 ให้"บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ออกจากราชการไว้ก่อน และในวาระรอง พิจารณาผลสรุปการสอบสวนของอนุฯ เรื่องให้ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ออกจากราชการไว้ก่อน ชอบด้วยกฏหมายหรือไม่
 

หากอนุก.ตร.ซึ่งดำเนินการทางวินัยที่มีพล.ต.อ.วินัย ทองสอง ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นประธานมีมติว่า คำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนของ"บิ๊กต่าย"พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รักษาการผบ.ตร.ผู้ออกคำสั่งในช่วงเวลานั้นชอบด้วยกฎหมาย

หาก ก.ตร.ชุดใหญ่ที่มีนายกฯเศรษฐาเห็นด้วยเท่ากับคำสั่งให้ออกจากราชการมีผล แต่หากก.ตร.ชุดใหญ่เห็นว่าคำสั่งให้ออกจากราชไม่ชอบด้วยกฎหมาย อาจจะให้ "บิ๊กต่อ"พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ แก้ไขเปลี่ยนแปลงคำสั่ง

นอกจากนี้ ยังมีจุดชี้ขาดการวินิจฉัยของคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) หากผลออกมาสอดคล้องในทิศทางเดียวกับความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา ชุดที่2 ซึ่งมีนายวิษณุ เครืองามเป็นประธานด้วยมติ10ต่อ0 ว่าคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนทำผิดขั้นตอน หรือเป็นคำสั่งมิชอบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่สามารถอุทธรณ์หรือฎีกาได้อีกต้องรับ"บิ๊กโจ๊ก"พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กลับเข้ารับราชการในตำแหน่งรองผบ.ตร.ทันที

เดิมพันเกมอำนาจในองค์กรตำรวจจนถึงเวลานี้ จึงไม่ใช่เพียงแค่ "บิ๊กต่อ"กับ "บิ๊กโจ๊ก"แต่ยังเกี่ยวพันถึง นายกฯเศรษฐาด้วย ซึ่งก่อนประชุมก.ตร. 26มิ.ย.67"บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ก็ยังเคลื่อนไหวให้ได้กลับไปสตช.ด้วยการยื่นคำร้องต่อป.ป.ช. กล่าวหา "บิ๊กต่าย" พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ออกคำสั่งให้ออกจากราชการไม่ชอบ และเตรียมจะฟ้อง "บิ๊กต่อ"พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ หากไม่ดำเนินการเพิกถอนคำสั่งออกให้ออกจากราชการไว้ก่อนของ"บิ๊กต่ายพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ รวมถึงนายกฯเศรษฐา ผู้ซึ่งมอบหมายให้นายวิษณุ ที่ปรึกษาด้านกฎหมายของนายกฯหาทางลงศึกนี้ ตั้งแต่เมื่อปลายสัปดาห์ก่อน

"สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นองค์กรใหญ่ จะปรองดองหรือไม่ขึ้นอยู่กับนายกฯ ซึ่งนายกฯ จะต้องเดินหน้า ปฎิบัติหน้าที่โดยไม่ลอยตัว ถ้านายกฯ ไม่ตัดสินใจ องค์กรก็จะอยู่ไปแบบนี้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับผู้นำ"

"นายกฯ จะต้องทำหน้าที่ ถ้าท่านไม่ลอยตัวและตัดสินใจทุกอย่างก็จะไม่เกิด ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับผู้นำ เพราะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่มีรัฐมนตรีประจำกระทรวง ฉะนั้นนายกฯ ก็เปรียบเหมือนรัฐมนตรีประจำกระทรวง เมื่อมีปัญหาจะต้องลงมาแก้ไข"

สองวรรคประโยคทิ้งท้ายของ"บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ที่ส่งถึง นายกฯเศรษฐา ในฐานะประธานก.ตร. เพียงพอที่จะทำให้สังคมจับตาศึกนี้อย่าได้กระพริบ.
 

ข่าวล่าสุด

น้ำมันพุ่งแรง ตลาดหุ้นสหรัฐผันผวน ท่ามกลางตึงเครียดอิหร่าน