
"วราวุธ" ชี้ ความเห็นประชาชน คือจุดเริ่มต้นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ชี้ ความเห็นจากประชาชนทุกภาคส่วน ทุกเพศ ทุกวัย ทุกสถานะ จะเป็นจุดเริ่มต้นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มาจากภาคประชาชนโดยแท้จริง
เครือเนชั่น เปิดเวที Dinner Talk: Thailand’s Future อนาคตประเทศไทย 2024 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ในช่วงเวทีเสวนา ‘รัฐบาลข้ามขั้ว’ สลายความขัดแย้ง ทำได้อย่างไร?
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ให้คำนิยาม ของคำว่าสลายขั้วว่า ตราบใดที่ประเทศไทยยังอยู่ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตราบใดที่ยังมีการเลือกตั้ง คำว่าขั้วไม่มีวันหมดไป แค่เลือกตั้งเสร็จเราก็มี 2 ขั้วอยู่ดี ขั้วรัฐบาล ขั้วฝ่ายค้าน ถ้าไม่มีขั้วคือเรื่องใหญ่ คือไม่มีความเห็นต่าง นี่คือความสวยงามของระบอบประชาธิปไตย เรามีพรรคที่สามารถทำงานด้วยกันได้ พรรคที่เห็นต่างก็ทำงานในฐานะตรวจสอบ ให้เกียรติซึ่งกันและกัน การเห็นต่างเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย
ส่วนคำว่าสลายขั้ว ต้องถามก่อนว่า คำว่าขั้วคืออะไร ผมเชื่อมั่นว่าคำว่าขั้วจะเป็นเผด็จการหรือประชาธิปไตยนั้นคงไม่ใช่ประเด็นอีกต่อไป แต่คงเป็นขั้วทางการเมืองว่าเห็นต่างกันอย่างไร และจะสามารถจับมือร่วมกันทำงานได้อย่างไรมากกว่า ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง ขั้วการทำงานจะมีการสลายไปเหมือนการล้างไพ่ใหม่ และฟอร์มขั้วใหม่ขึ้นมา เป็นวัฒจักรของการเมืองไทยในระบอบประชาธิปไตย
ความแตกต่างทางความคิดคือความสวยงามของระบอบประชาธิปไตย ประเด็นสำคัญอยู่ที่เมื่อมีความแตกต่างกันแล้วเราต้องเคารพในความแตกต่างซึ่งกันและกัน
เมื่อถามว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นวิธีสลายขั้วผ่านกฎหมายสูงสุดของประเทศหรือไม่ คาดหวังว่าอยากเห็นรัฐธรรมนูญแบบใด และต้องใช้เวลานานหรือไม่?
นายวราวุธ ตอบว่า พรรคชาติไทยพัฒนาในขณะที่ยังเป็นพรรคชาติไทยนั้น เรามีประสบการณ์ในการร่างรัฐธรรมนูญที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดของประเทศไทย ซึ่งก็คือรัฐธรรมนูญปี 40 เกิดจากการที่เราแก้มาตรา 211 และมีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมา
การได้ฟังความเห็นจากประชาชนทุกภาคส่วน ทุกเพศ ทุกวัย ทุกสถานะ จะเป็นจุดเริ่มต้นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มาจากภาคประชาชนโดยแท้จริง ซึ่งในมุมพรรคร่วม ในหมวด1-2 เราจะไม่แตะต้อง ส่วนกระบวนการจะใช้เวลา 2 ปี 3 ปี หรือ 4 ปี แน่นอนว่าทุกคนอยากให้เกิดขึ้นเร็วๆ แต่ถ้าทำเร็วแล้วขัดกับกฎหมายเดิม แล้วทุกอย่างกลับกลายเป็นศูนย์ เราจะเสียเวลาเปล่าโดยไม่ได้ค่าอะไรขึ้นมา ใช้เวลาเพิ่มอีกหน่อย ใช้ความรอบคอบ ทำทุกอย่างให้เป็นไปตามตัวบทกฎหมาย แล้วได้รัฐธรรมนูญที่สมบูรณ์ ถือเป็นหัวใจสำคัญมากกว่า







