posttoday
พิธา มั่นใจ “โย พงศธร“ คะแนนนำเลือกตั้งซ่อม พร้อมรับเตือน “สส.ต้นกล้า” แล้ว

พิธา มั่นใจ “โย พงศธร“ คะแนนนำเลือกตั้งซ่อม พร้อมรับเตือน “สส.ต้นกล้า” แล้ว

13 สิงหาคม 2566

พิธาเชื่อเลือกตั้งซ่อมระยองเขต 3 “โย พงศธร” คะแนนนำ พร้อมแจงปม “สส.ต้นกล้า” ทะเลาะวิวาท ชี้ตนได้ตักเตือนแล้ว ส่วนเรื่องตั้งรัฐบาลยังรอฟังความชัดเจนจากพรรคเพื่อไทย

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคไกล ให้สัมภาษณ์ขณะลงพื้นที่เปิดตัว ว่าที่ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม สส.เขต3 จังหวัดระยอง ว่า เป็นทีมงานของจังหวัดระยองและภาคตะวันออก หลายๆครั้งการทำงานในสภา การลงพื้นที่มาปราศรัย โย พงศธร คนใกล้ชิดตนเองก็จะคอยบรีฟข้อมูลให้ตลอด ทั้งปัญหาช้างป่า ปัญหาที่ดินต่างๆ ดังนั้นจึงมั่นใจว่าจะสามารถทำงานได้อย่างมีความชัด มีความพร้อม มีอุดมการณ์ และมีประสิทธิภาพในการทำงานอย่างแน่นอน

นายพิธา กล่าวว่า สำหรับระยองเขต3 ตนเป็นห่วงเรื่องสาธารณสุข เพราะหากมองค่าเฉลี่ยประเทศไทย ประชากร 1000คต มีหมอเฉลี่ย 1.1คน ที่ แกลงค่อ 0.17 ที่เขาชะเมา คือ 0.22น้อยกว่าค่าเฉลี่ยนของประเทศ10เท่า จึงทำให้ตนเองกังวลในเรื่องสาธารณสุขมากที่สุด ทั้งนี้หากมีโอกาสได้บริหารงาน และรัฐมนตรีสาธารณสุขไม่ใช่คนเดิม แล้วเป็นคนของพรรคก้าวไกล ก็คงอยากจะเน้นตรงนี้มากเป็นพิเศษเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมในระบบสาธารณสุข

เมื่อถามว่า คู่แข่งอาจจะใช้กลยุทธ์ ส่งผู้สมัครแค่คนเดียวแล้วอาจจะไปคุยกันนั้น ได้เตรียมแผนรองรับในการสู้การเลือกตั้งอย่างไรบ้าง นายพิธา ระบุว่า ตนคิดว่าเราทำเต็มที่ก็พอ เพราะตนก็ได้ศึกษาข้อมูลการเลือกตั้งปี 62 และครั้งที่แล้วมีคนมาใช้สิทธิเลือกตั้ง 77% แล้วพอมาดีดลูกคิดดูแล้ว คะแนนของพรรคก้าวไกลก็ยังนำอยู่เยอะ แต่ก็ไม่ประมาท 

 

ส่วนคนที่ถามว่าเลือกตั้งไปทำไม เลือกไปก็ไม่มีความหมายไม่ตรงกับเจตจำนงค์เขาอยู่ดีนั้น ก็ต้องมาย้ำว่า ยิ่งเป็นอย่างงี้ยิ่งต้องมาเลือกตั้งให้เยอะ อย่าไปยอม ให้เขารู้สึกว่าประชาชนหมดหวัง เพราะเขาจะใช้การเลือกตั้งเป็นเครื่องมือยังหน้าในการสืบทอดอำนาจได้ และที่ประชาชนถามว่าเลือกตั้งไปเป็นรัฐบาลหรือเลือกตั้งไปเป็นฝ่ายค้านนั้น ก็ต้องยืนยันให้เห็นว่า ถ้าเป็นฝาายค้านของผระชาชน เมื่อเปรียบเทียบกับรัฐบาลแห่งชาติตามที่สื่อมวลชนได้วิเคราะห์ไว้นั้น ถ้าหากเป็นฝ่ายค้านแล้วร่วมทำงานกับประชาชนก็สร้างความเปลี่ยนแปลงได้ไม่แพ้กัน แม้การเมืองภาพใหญ่จะยังไม่นิ่งก็ไม่เป็นไร แต่ความเดือดร้อนของประชาชนรออยู่ไม่ได้ ก็ต้องเดินหน้าทำงานเต็มที่ 

เมื่อถามว่า ผลเลือกตั้งครั้งนี้คิดว่าจะชนะขาดมากน้อยแค่ไหนนั้น นายพิธา ระบุว่า จะต้องพยายามให้ขาดกว่าเดิม คงต้องจัดเต็ม จัดหนัก และตนคิดว่าผลการเลือกตั้งที่จะออกมาจะชนะอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องชนะเพื่อให้สะท้อนถึงความรู้สึกของประชาชน3เดือนหลังจากเลือกตั้งทั่วประเทศ แล้วผลไม่ได้เป็นอย่างที่ประชาชนให้เจตจำนงมา ก็อยากจะทำตรงนี้ให้ดีมากเป็นพิเศษ ใส่ใจมากเป็นพิเศษ แก้ไขปัญหาประชาชนให้เยอะที่สุด และลงพื้นที่มาให้บ่อย

เมื่อถามว่า กรณีของ นายนครชัย ขุนณรงค์ สส.ระยอง เขต 3 พรรคก้าวไกล ลาออกไปแล้วกระบวนการจากนี้เป็นอย่างไร นายพิธา กล่าวว่า คงต้องถามนายนครชัย แต่สิ่งที่พูดถึงได้ คือ ชื่นชมที่ตรงไปตรงมา เสียสละให้กับทางพรรคและจะไปสู้คดีอย่างที่ไม่มีตำแหน่งไม่มียศ ในฐานะคนธรรมดา ซึ่งทางพรรคจะสานต่อเจตนารมณ์ของนายนครชัยอย่างเต็มที่ และพรรคของเราเป็นพรรคที่ให้โอกาสคนแม้จะมีข้อผิดพลาดในอดีตแล้วรับโทษไปแล้ว กลับตัวมาตั้งใจทำงานให้พี่น้องประชาชน ก็ควรจะให้โอกาสคนในสังคมเช่นเดียวกัน นี่ถือเป็นจุดยืนของพรรคก้าวไกล ขอบคุณที่เสียสละ และยังทำงานให้พรรค ซึ่งถ้าเลือกนายพงศธร ก็ยังมีนายนครชัย ทำงานอยู่ เหมือนได้สส.เขต 2 คน เป็นโปรโมชันพิเศษ

เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยจะดึง พรรคพลังประชารัฐ และพรรครวมไทยสร้างชาติรวมได้ พรรคก้าวไกลติดขัดตรงไหนหรือไม่ นายพิธากล่าวว่า ก็คงมีคำว่าอาจจะอยู่ เพราะว่ายังรอฟังความชัดเจนจากพรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล มีการประชุมสส.ทุกวันอังคาร ในช่วง 1-2 วันหากมีความชัดเจนว่า ดึงพรรค 2 ลุงเข้าร่วม รัฐบาลของพรรคเพื่อไทย เราก็จะมีเนื้อหาชัดเจนในการประชุม เพื่อที่จะตัดสินใจทิศทางในการโหวตของเราเป็นอย่างไร แต่ที่ผ่านมาได้รับฟังจาก นางสาวแพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยมาโดยตรง ก็มีความคืบหน้าอยู่เรื่อยๆ ซึ่งตรงนี้ยังไม่แน่นอน จะต้องรอความชัดเจน เพื่อขอมติของพรรค และ ก็จะมีอะไรออกมาเป็นขั้นตอนในการทำงานต่อไป

เมื่อถามว่า มองการจับมือกับพรรคพลังประชารัฐ โดยการโหวตให้ก่อนแล้วมาร่วมรัฐบาลอย่างไร นายพิธา ระบุว่า ต้องถามพรรคพลังประชารัฐ และแกนนำที่จัดตั้งรัฐบาลอยู่ แต่เราเห็นความไม่ชอบมาพากล ซึ่งก็ยังไม่มีความชัดเจน ขอรอสถานการณ์ให้นิ่งและเราจะตัดสินใจ อย่างรอบคอบแน่นอน ซึ่งไม่ว่าออกมารูปแบบไหนก็ คงเป็นไปไม่ได้และจะยึดตามสัจจะที่ให้ไว้กับพี่น้องประชาชน ทั้งนี้พรรคก้าวไกลมีความเป็นเอกภาพส่วนใหญ่จะทำตามมติของพรรค น้อยครั้งมากที่จะเปิดให้ฟรีโหวต ซึ่งพรรคนี้หัวหน้าพรรคไม่ใช่ทุกอย่าง ทุกอย่างขึ้นอยู่กับมติพรรค

เมื่อถามว่า จะมีการเสนอชื่อ นายพิธา แข่งกับนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยในรอบนี้จะเป็นไปได้หรือไม่ นายพิธา กล่าวว่ายังไม่เห็นความชัดเจนต้องรอดู ว่าตกลงลักษณะของการนำเสนอเป็นอย่างไร มานั่งคิดว่าการโหวตเป็นอย่างไร และคิดว่าจะต้องเสนอชื่อแข่งหรือไม่ ซึ่งเมื่อยังไม่เห็นความชัดเจน สิ่งที่หัวหน้าพรรคหรือผู้นำจะทำได้ก็คือการรอความชัดเจน นิ่งเป็นค่อยๆดูสถานการณ์ที่ออกมา

นายพิธา กล่าวอีกว่า สส. 150 คนออกไปรับฟังไม่ใช่แค่ในโซเชียลมีเดียแน่นอน ไม่ใช่พรรคที่อยู่แค่โลกโซเชียลมีเดีย หรือโลกของคนรุ่นใหม่ เราลงพื้นที่ไป กินกาแฟ ในสภากาแฟเดินเข้าหมู่บ้าน รับฟังปัญหาจากประชาชน และรับฟังอย่างรอบด้าน ไม่ใช่แค่ทำโพลทางโซเชียลอย่างที่มีการกล่าวหา

นอกจากนี้ นายพิธา ยังให้สัมภาษณ์ต่อกรณีที่ นายศรีสุวรรณ จรรยา เตรียมไปร้องจริยธรรม กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีนายจรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์ สส.กทม.เขต 3 ยานนาวา-บางคอแหลม พรรคก้าวไกล มีเหตุทะเลาะวิวาทนั้น ว่า ตน เห็นแค่ในข่าว ยังไม่เห็นคำร้องว่าจะร้องว่ายังไง แต่ส่วนตัวดูคลิปอย่างละเอียดแล้ว และได้รับ ฟังคำชี้แจงและตักเตือน สส.ต้นกล้าไปแล้ว แต่สิ่งที่รู้สึกคือ ขอบคุณต้นกล้าที่มีความกล้าหาญในการปกป้องเพื่อนร่วมงาน และสส.ต้นกล้า ก็พร้อมที่จะทำงานเพื่อประชาชนในข้างหน้าแน่นอน

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน