
‘มาดามเดียร์’ ชี้ นักการเมืองต้องไม่กลัวแพ้ ยัน ไม่กังวลบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ
น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. ยัน ไม่กังวลเรื่องบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ พร้อมย้ำเป็นนักการเมืองแล้ว ต้องไม่กลัวที่จะแพ้ ตั้งใจทำงานอย่างหนักแน่นเหมือนเดิม
ที่ชุมชนมหาโชค เขตคลองสามวา น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. พร้อมด้วยน.ส.เกศกานดา อินช่วย ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม เขตคลองสามวา กล่าวถึงความมั่นใจในการลงพื้นที่เขตคลองสามวาที่จะหาเสียงแข่งกับแชมป์เก่าพรรคเพื่อไทย
นางสาววทันยา กล่าวถึงภาพรวมการตั้งเป้าหมายในพื้นที่ในกทม. ว่า พรรคประชาธิปัตย์มีพื้นที่เป้าหมายหลายเขตในกทม. และมั่นใจว่าจะสามารถได้ส.ส.ในกทม.กลับมาแน่นอน ส่วนเขตจะได้จำนวนเท่าไหร่เป็นเรื่องอนาคต เพราะตลอดการทำงาน 4 ปี และการลงพื้นที่หาเสียงกับพรรคประชาธิปัตย์ของตนเอง เห็นได้ถึงกระแสตอบรับ โดยเฉพาะฐานแฟนคลับที่ยังคงเหนียวแน่นของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งทำให้มีความมั่นใจมากขึ้น ว่าจะได้ส.ส.กทมในครั้งนี้มากขึ้นกว่าเดิม
สำหรับเรื่อง บัตรเลือกตั้ง 2 ใบที่หลายคนมองว่าพรรคประชาธิปัตย์ จะเสียเปรียบนั้น น.ส.วทันยา กล่าวว่า ไม่เป็นกังวลใดๆทั้งสิ้น พร้อมยกคำพูดของ นายชวน หลีกภัย อดีตประธานรัฐสภา ว่า "เป็นนักการเมืองแล้ว ต้องไม่กลัวที่จะแพ้" ดังนั้นสิ่งที่เราทำงานมาตลอด ประชาชนไม่ได้จดจำเพียงแค่จากบัตรเลือกตั้ง แต่เป็นบทพิสูจน์ที่เราทำงานมาตลอด 4 ปี และสำหรับพรรคประชาธิปัตย์เองการทำงาน ไม่ได้พิสูจน์เพียงแค่ 4 ปี แต่เป็นการพิสูจน์มาตลอดระยะเวลา 77 ปี ที่เห็นได้ว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยทอดทิ้งประชาชนเลย โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯที่เป็นฐานพื้นที่หลักของพรรคประชาธิปัตย์
ส่วนรายละเอียดในบัตรเลือกตั้งแบบเขตมีเพียงหมายเลขไม่มีชื่อผู้สมัครอาจทำให้ประชาชนสับสน จะมีการปรับกลยุทธ์อะไรใหม่หรือไม่ นางสาววทันยา กล่าวว่า เรื่อง ของชื่อพรรคหรือชื่อผู้สมัครก็เป็นเพียงปัจจัยหนึ่ง แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ พรรคการเมืองอื่นก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน เพราะฉะนั้นไม่ว่ากกต.จะออกรูปแบบกติกาอย่างไร พรรคการเมืองและนักการเมืองทุกคนต้องไม่กลัวการแพ้ และเราต้องตั้งใจทำงานอย่างหนักแน่นเหมือนเดิม เพราะประชาชนไม่ได้เลือกส.ส.เข้าไปทำงานในช่วงเลือกตั้งเท่านั้น แต่คือการพิสูจน์ความสม่ำเสมอในการทำงานของส.ส. ความทุ่มเททำงาน และจุดยืนในการทำงานของพรรคการเมือง ซึ่งบัตรเลือกตั้งเป็นเพียงแค่ปลายเหตุเป็นกติกาที่เป็นส่วนประกอบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ส่วนนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์มีภาระหน้าที่ที่จะสรรหาบุคคลที่มีความรู้ประสบการณ์เหมาะสมที่จะทำงานรับใช้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ทั่วกรุงเทพมหานคร
ในพื้นที่เขตคลองสามวาพรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าน.ส.เกศกานดา สามารถเข้ามารับใช้พี่น้องประชาชน ก็ขึ้นอยู่กับประชาชนว่าจะให้โอกาสน.ส.เกศกานดาในการเข้ามารับใช้ประชาชนหรือไม่ พี่น้องชาวเขตคลองสามวามั่นใจได้ว่าน.ส.เกศกานดา จะสามารถรับใช้พี่น้องได้เป็นอย่างดี
ขณะที่ น.ส.เกศกานดา กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนเองลงพื้นที่ตลอด และมีความมั่นใจที่จะทำงานให้กับชาวคลองสามวา อาจจะมีข้อเสียเปรียบเล็กน้อย เพราะตนไม่ได้อยู่หน้าสื่อ แต่สำหรับพื้นที่คลองสามวาทุกซอย ทุกหมู่บ้าน ทุกชุมชน ในช่วง4ที่ผ่านมา และในช่วงวิกฤต ตนเองก็เป็นที่พึ่งพาของชาวคลองสามวามาตลอด ส่วนกลยุทธ์หลังจากนี้ เป็นเพียงการเข้าไปย้ำพบปะคนที่เคยเจออยู่แล้ว ว่าครั้งนี้เป็นการขอคะแนนเสียง และคิดว่าชาวคลองสามวาก็ให้การตอบรับเป็นอย่างดี การเลือกตั้งครั้งนี้มั่นใจว่าจะครองเขตคลองสามวาได้ ส่วนบัตรสองใบในการเลือกตั้งครั้งนี้ สำหรับตนเองมองว่าได้เปรียบ







