
เพื่อไทยดัน นำนวัตกรรมส่งเสริม ‘อาหารไทย’ ดึงเม็ดเงินลงทุน
ประธานคณะทำงานนโยบายพรรคเพื่อไทย ‘นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช’ ระบุว่าการนำนวัตกรรมเข้ามาส่งเสริมอาหารไทย จะช่วยดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตกว่านี้ได้ พร้อมชูนโยบายเขตธุรกิจใหม่ดึงเม็ดเงินลงทุนในประเทศ
วันที่ 7 มีนาคม 2566 เครือเนชั่น นำโดย สปริงนิวส์ กรุงเทพธุรกิจ ฐานเศรษฐกิจและโพสต์ทูเดย์ ได้จัดงานสัมมนา อนาคตประเทศไทย หัวข้อ นวัตกรรมขับเคลื่อนประเทศ ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรม แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ
ประธานคณะทำงานนโยบายพรรคเพื่อไทย ‘นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช’ ให้ความเห็นว่า ในปัจจุบันไทยอยู่ลำดับที่ 43 ของแหล่งการลงทุนจากทั่วโลก เรามีต้นทุนประมาณหนึ่งอยู่แล้ว แต่ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เราเกิดนวัตกรรมคือต้องมี เสรีภาพ ทิศทาง เท่าทัน และมุ่งหมาย
เมื่อพูดถึงนวัตกรรมก็จะมีแต่เรื่องเทคโนโลยี แต่ผมจะใช้แนวคิดของยุโรป คือ พัฒนา+ประยุกต์ และ ความคิดริเริ่ม+เทคโนโลยี หากทำได้ตามแนวคิดนี้จะทำให้เศรษฐกิจโลกเติบโตได้
ในด้านของนวัตกรรมอาหาร เรามีการเกษตรที่แข็งแกร่ง เรามีอาหารไทย ดังนั้นนวัตกรรมอาหารไทยจึงต้องถูกส่งเสริมบ้านเรามีความหลากหลายทางชีวภาพ เรามีสมุนไพรที่หลากหลาย มีความรู้ เราสามารถผลิตยาเองได้ เราทำได้เองหลายพันตำรับ เรื่องนี้ก็คือจุดเด่นด้านนวัตกรรมของไทยที่สามารถเดินต่อไปได้เอง ด้วยต้นทุนที่เรามี
ทั้งยังเชื่อว่าเศรษฐกิจจะสามารถเติบโตได้อีกจาก 2.5 เพิ่มขึ้นเป็น 4 เท่า เราต้องส่งเสริม Digital Economy ควบคู่ไปกับ Innovation เพื่อสร้างงาน สร้างคน โดยพรรคเพื่อไทยมีนโยบายดังนี้
-ยกระดับ 30 บาทบริการสุขภาพ
-ยกระดับการศึกษา Learn To Earn เรียนรู้เพื่อรายได้ เรียนรู้ได้ตลอดชีวิต จบปริญญาตั้งแต่อายุ 18
-ลดความเหลื่อมล้ำโดย Free WiFi , 1 Tablet per Child/ Per Teacher
-1 ตำบล 1 IT Man
-Digital OTOP (E-Commerce)
-Digital Government สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย โปร่งใส ตรวจสอบได้
-Block Chain Technology ยกระดับ และสร้างเศรษฐกิจ
‘นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช’ ยังได้เสนอนโยบาย เขตธุรกิจใหม่ (New Business Zone) จากทางพรรคเพื่อไทย ซึ่งประกอบด้วย
1.ส่งเสริมการวิจัย นวัตกรรม สร้างบุคลากร
2.เชื่อมโยงการพัฒนาธุรกิจ
3.ขจัดข้อจำกัดทางกฎหมายกระบวนการรัฐอุปสรรค
4.ดึงดูดการลงทุนในประเทศ-ต่างประเทศ
5.บรรยากาศด้านสิ่งแวดล้อม เดินทางสะดวก ขนส่งง่าย สื่อสารได้ตลอด
6.นำร่อง 4 จังหวัด ที่มีมหาวิทยาลัย-ศักยภาพพื้นฐานแล้ว เช่น กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ขอนแก่น และหาดใหญ่ (สงขลา)







