posttoday
เทรนด์ไหน? คือคุณ...

เทรนด์ไหน? คือคุณ...

12 กุมภาพันธ์ 2553

 ...วีระศักดิ์ โควสุรัตน์

 ...วีระศักดิ์ โควสุรัตน์

เทรนด์ (Trend) เป็นแนวโน้มของการเคลื่อนไหวของกิจกรรมมนุษย์ ซึ่งบางอย่างก็สร้างสรรค์และทำลายคุณค่าของทรัพยากรด้วยซ้ำ ถ้าคุณรู้เทรนด์... คุณก็เลือกได้ว่า คุณจะไหลไปพร้อมกับมัน เพื่อจะได้มีเพื่อนร่วมทางเยอะๆ หรือเลือกที่จะวิ่งนำไปก่อนมัน เพื่อจะได้ไปอยู่ในชัยภูมิที่ให้โอกาสดีกว่าคนอื่น ซึ่งมักเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ ทางธุรกิจต่างๆ

หรือแม้แต่จะเลือกวิ่งสวนทางกับเทรนด์เพื่อสร้างโอกาสอีกแบบ คือโอกาสจากความแตกต่าง ซึ่งก็ไม่ผิดกติกาอะไร

แต่ที่แน่ๆ คือ...อย่าตกเทรนด์ เพราะไม่รู้ หรือไม่ตัดสินใจเลือกเอาอะไรเลย ซึ่งในที่สุดเราจะกลายเป็นผู้ถูกโดดเดี่ยวจากตลาด เพราะไม่ได้เป็นเหมือน และไม่ได้แตกต่าง...

อย่างนี้ไม่สนุกครับ...

เทรนด์ในอดีตก่อนยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมมาจากอิทธิพลของชนชั้นปกครอง เจ้าว่าไงไพร่ก็ว่างั้น หลังยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม เทรนด์ถูกกำหนดโดยคนชั้นกลางจากอิทธิพลของสื่อ พอถึงยุคดิจิตอล เทรนด์เริ่มถูกกำหนดโดยผู้เข้าถึงอินเทอร์เน็ตร่วมกัน

เทรนด์ที่กำลังมาแรงในปีนี้ คงพอสรุปได้ดังนี้ครับ

1.เทรนด์ของความคิดสร้างสรรค์กำลังมาแรงขึ้นเรื่อยๆ ความสร้างสรรค์ต่างจากความแปลก เพราะความแปลกมักไม่ยั่งยืน เช่น แปลกเพราะใหญ่กว่า พิลึกกว่า แต่ความสร้างสรรค์มาจากความพิถีพิถันในความคิด การออกแบบ การมีความลึกซึ้ง เมื่อได้สัมผัสเทรนด์นี้ รวมถึงวัสดุฉลาด (Smart Material) ทำให้ผู้ใช้รู้สึกทึ่ง ทันสมัย และได้ประโยชน์ เช่น สินค้าหรือบริการที่มีฟังก์ชันเยอะๆ เช่น เสื้อนาโนที่ไม่อับชื้นง่าย หรือผ้าฝ้ายไม่ต้องรีดเรียบและใส่สบาย เป็นต้น

2.เทรนด์ของความเร็วสูงหลายอย่างจะค่อยๆ ถูกเปลี่ยนมาสู่ความละมุนละไมขึ้นมากกว่าความเร็วเฉยๆ แต่จะกลายเป็นไฮทัช (HiTouch) ซึ่งบางครั้งอาจหมายถึง ไปให้ช้าลง มีเวลาในการสนุกเพลิดเพลินกับสิ่งที่อยู่ระหว่างทางมากขึ้น หรือ Slow Living

3.เทรนด์ของความรักจะมีความหมายกว้างมากขึ้น จากรักใคร่แบบหนุ่มสาว ขยายไปสู่รักครอบครัว รักสังคม (CSR) รักตัวเอง เช่น รักสุขภาพ รักโลก รักความเงียบ ซึ่งไม่ได้หมายถึงเพียงการหรี่จนเงียบเสียงลง แต่หมายถึงรักที่จะแยกแยะเสียงออกจากกัน เช่น รักธรรมชาติ รักกลิ่นอายสายลม รักเสียงน้ำตก รักการฟังเสียงนก ไม่ใช่ปนกันไปหมด ข้อนี้เพราะคนเหงามากขึ้น จากชีวิตที่ซับซ้อน วุ่นวาย

นี่ไม่ได้แปลว่า คนจะมีเวลาให้ครอบครัว หรือตัวเองมากขึ้น แต่คนจะซื้อสินค้าบริการที่อ้างถึงสัมพันธ์กับสิ่งต่างๆ เช่น ครอบครัว ผู้สูงอายุ และเด็กมากขึ้น ขณะเดียวกันเทรนด์นี้ก็ผลักให้คนทำงานมีเป้าหมายในการเกษียณอายุตัวเองเร็วขึ้นอย่างมากด้วย

4.เทรนด์ของความภาคภูมิใจที่ได้ประหยัด ซึ่งบ่อยครั้งความสุขที่ได้ ไม่ได้มาจากความประหยัด แต่เป็นความสุขที่ได้จากความภูมิใจในตนเองต่างหาก กระแสประหยัดพลังงาน Reuse, Rethink, Recycle, Hybrid กำลังก้าวถึงระดับที่จะเกิดความเปลี่ยนแปลง

5.เทรนด์ของการตัดภาระ ผลักภาระ การไม่ต้องการไปเป็นห่วงกังวลอะไร (Worry Free) ส่วนหนึ่งมาจากภาวะสังคมสูงวัยที่กำลังมาถึงอย่างรวดเร็ว การประกันภัย ประกันชีวิต ประกันความเสี่ยงในชีวิต เช่น ประกันสุขภาพ ประกันสวัสดิการในกิจการสินค้า บริการต่างๆ จะมาให้เลือกเยอะขึ้น การจ้างเหมาบริการภายนอก หรือ Out Source เป็นทอดๆ (เหมือนที่เราเห็นบริษัททำความสะอาด, บริษัทยาม รปภ. เป็นต้น) จะเกิดขึ้นในห่วงโซ่ของกิจการเต็มไปหมด

6.เทรนด์ของการค้นหาราก ค้นหาประวัติศาสตร์มาอ้างฐานที่ยันในชีวิตจะมีมากขึ้น ส่วนหนึ่งเพราะคนปัจจุบันไม่ค่อยมั่นใจในอนาคตนัก กลัวการก่อการร้าย ภัยโรคระบาด ภัยธรรมชาติ การได้มองไปข้างหลังแบบพินิจพิเคราะห์บ้าง ช่วยในทางจิตวิทยาให้รู้สึกอะไรดีๆ คิดเห็นคุณค่าและความเร้นลับ และเป็นแนวทางแห่งความหวังสำหรับอนาคตได้ว่า มีภูมิปัญญาบางอย่างที่ยืมจากอดีตไปใช้ในอนาคตได้

7.เทรนด์ของความเป็นปัจเจกรสนิยม (Individualism) ที่ต้องการจะรู้สึกได้บ่อยๆ ว่า “ฉันมีตัวตน มีคุณค่า ในความต่างนะ” ทำให้สินค้าและบริการต้องมีความหลากหลายมากขึ้น และให้ผู้บริโภคเลือกส่วนผสมด้วยตนเองราวกับปรุงรสก๋วยเตี๋ยว MP3 ที่ให้ตัวเองฟังคนเดียว เปลี่ยนเพลงเมื่อไหร่ก็ได้ หรือร้านกาแฟสารพัดรส และเลือกปรุงเติมได้ตามความชอบ แม้แต่ประกันชีวิตก็เริ่มมีเทรนด์แบบนี้ให้เลือกแล้ว

8.เทรนด์ของข้อมูลฟรีๆ ข้อมูลดีๆ จะมีมากขึ้น และจะเปลี่ยนบทบาทวิธีโฆษณาชวนเชื่อไปสู่การบอกกล่าว ชวนรู้มากขึ้น ส่วนหนึ่งของเรื่องนี้เกิดจาก IT ที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ของพื้นที่แสดงความเห็นกันอย่างไม่จำกัด ของผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตกับระบบ Social Network ที่คำบอกเล่าจากปากต่อปากด้วยตัวอักษรไม่กี่บรรทัด มีน้ำหนักมากกว่าเสียงตะโกนกรอกหูของคำโฆษณา โปรดสังเกตด้วยว่า ไทยเป็นพื้นที่ที่เติบโตเร็วติดอันดับสากล แม้ 3G จะมาช้าก็ตาม

9.เทรนด์ของการใส่ใจต่อสุขภาพอย่างมีวิทยาศาสตร์มากกว่าความเชื่อจะเติบโตรวดเร็ว เพราะภาษาสื่อสารเกี่ยวกับสุขภาพได้รับการพัฒนาขึ้นมาก จนความเข้าใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างอวัยวะต่างๆ ของร่างกายกับสิ่งแวดล้อมภายนอก ถูกนำมาตีแผ่ขยายความกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน แต่นี่ไม่ได้แปลว่าไสยศาสตร์จะหายไปไหนนะครับ ตรงกันข้ามความเหงาจากการเป็นปัจเจก ผลักให้คนแอบสนใจไสยศาสตร์เงียบๆ อยู่ไม่น้อยทีเดียว

10.เทรนด์ของการเชื่อมโลกาภิวัตน์ โดยเฉพาะระดับภูมิภาค เช่น AFTA อาเซียน FTA จีน FTA อินเดีย ซึ่งมีกฎกติกานานาชาติกำกับเป็นมาตรฐาน การมีเครื่องหมายที่นานาชาติรู้จัก และยอมรับ เช่น ปลอดสารเคมี มีตรา ISO มีอาเซียนสแตนดาร์ดจะสำคัญมาก

จึงไม่น่าผิดกติกา ถ้าเจ้าของธุรกิจโดยเฉพาะขนาดเล็กขนาดย่อม หรือระดับชุมชนท้องถิ่น จะลองติดตามเทรนด์ต่างๆ เพื่อปรับปรุงสินค้าและบริการของตัวเองให้สอดรับกับภาวะที่ผู้บริโภคกำลังโน้มเอียงไปหา ยกตัวอย่าง เช่น ในอุตสาหกรรมบริการท่องเที่ยว เราจะได้เห็นการเชื่อมท่องเที่ยวกับประวัติศาสตร์มากขึ้น มีเวลากับการแวะในแหล่งธรรมชาตินานขึ้น สัมผัสคนในชุมชน สัมผัสเนื้อหา และแก่นของวัฒนธรรมมากขึ้น ค่าโดยสารอาจถูกลง แต่ค่าเดินทางแพงขึ้น เพราะมีการใช้จ่ายระหว่างทางมากขึ้น มีความเป็น Nich มากขึ้น จัดวางรูปแบบและข้อเสนอแนะในการเดินทาง ที่มีความเป็นเฉพาะตน เฉพาะกลุ่มได้ชัดเจนขึ้น

ที่สำคัญให้น้ำหนักกับเรื่องการปรับปรุงคุณภาพมากขึ้น และแยกแยะคุณค่าให้แต่ละกลุ่มลูกค้าได้มีดุลยภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าหนุ่มสาว ลูกค้าครอบครัว ลูกค้าสูงอายุ ลูกค้าวัยทอง ลูกค้าสุขภาพ ลูกค้านักชิม นักช็อป ลูกค้าผจญภัย ลูกค้าคนไทย หรือลูกค้าต่างประเทศ

ถ้าในอุตสาหกรรมบริการการศึกษา เราจะได้เห็นการก้าวสู่บริการการศึกษาที่เชื่อมกับนานาชาติ (หลายภาษา หลายวัฒนธรรม) นานาสาขา (หลายวิชา) และสหสาขาวิชา (วิชาที่ผสมขึ้นใหม่ จากหลายวิชาดั้งเดิม) มากขึ้น เช่น มีภาษาต่างประเทศเข้ามาผสมผสานมากขึ้น มีภาควิชาใหม่ๆ แม้ขนาดหลักสูตรจะไม่ใหญ่ แต่ก็เป็นทางเลือกให้ผู้เรียนมากขึ้น เช่น เรียนโลจิสติกส์ เรียนเมคาทรอนิกส์ เรียนคณิตศาสตร์ด้วยภาษาฝรั่งเศส

ตลาดเศรษฐกิจและกิจกรรมของมนุษย์จะก้าวสู่ฐานความรู้มากขึ้นเรื่อยๆ การเปิดใจ เปิดสมองเรียนรู้ และศึกษาเรื่องใหม่ๆ อย่างสม่ำเสมอ จึงเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แม้ในผู้สูงอายุรุ่นใหม่ที่จะมีช่วงชีวิตยาวนานขึ้นจนอาจถึง 100 ปี

ความหมายของแบรนด์จะเป็นความท้าทายที่ยากที่สุดสำหรับผู้บริหารในตลาดการแข่งขันที่สูงยิ่ง ทุนอาจมีความหมายที่สำคัญ แต่การอ่านเทรนด์ที่แม่นยำและมีแบรนด์ที่ดี จะเป็นทุนที่มีทั้งมูลค่าและคุณค่าที่น่าอัศจรรย์ยิ่งกว่า ลองอ่านเทรนด์ที่เล่ามาข้างต้นอีกครั้ง แล้วดูสิครับว่า... คุณอยู่แบรนด์ไหนและองค์กรของคุณมีแบรนด์หรือยัง?

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน