posttoday
เท็จกับจริง

เท็จกับจริง

14 กรกฎาคม 2554

ผู้หญิง 2 คน คนหนึ่งเป็นคนไทย ถูกกล่าวหาว่าให้การเท็จ

ผู้หญิง 2 คน คนหนึ่งเป็นคนไทย ถูกกล่าวหาว่าให้การเท็จ

โดย...อรุณ จิรชวาลา

แต่ก็ไม่มีผลอะไร กลับได้เป็นใหญ่เป็นโตในบ้านเมือง อีกคนเป็นอเมริกันเชื้อสายแอฟริกัน เป็นเจ้าทุกข์คดีข่มขืนกระทำชำเรา แต่ประวัติการให้การเท็จของเธอทำให้เธอกลายเป็นบุคคลที่ไม่น่าเชื่อถือ และในที่สุดอาจทำให้เธอถูกข่มขืนฟรี

ผมขอพูดถึงเฉพาะผู้หญิงอเมริกันผิวดำคนนั้นดีกว่าครับ จะได้ไม่เสียบรรยากาศฮันนีมูนทางการเมือง

เมื่อ 2 เดือนก่อน เกิดเรื่องใหญ่โตระดับโลก เมื่อผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟ โดมินิก สเตราคานห์ ถูกตำรวจนิวยอร์กตามไปจับตัวถึงบนเครื่องบิน ข้อหาข่มขืนกระทำชำเราสาวใช้ของโรงแรม

ภาพคนใหญ่คนโตถูกใส่กุญแจมือและถูกจับยัดห้องขัง ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วโลกว่าเป็นกับดักทางการเมืองหรือไม่ รัฐบาลฝรั่งเศสมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ เพราะเขาเป็นคู่แข่งคนสำคัญของนิโกลาส์ ซาร์โกซี ในการชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยหน้า

สเตราคานห์ ยอมลาออกจากตำแหน่งแต่ไม่ยอมรับผิด ยืนกระต่ายขาเดียวเรื่องความบริสุทธิ์ของตน ยืนยันว่าเพศสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นกับสาวใช้ในห้องโรงแรมเป็นความยินยอมพร้อมใจของทั้งสองฝ่าย เป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างชายหญิง 2 คน ซึ่งไม่มีพยานคนอื่นรู้เห็น นอกจากคำกล่าวหาและรอยฟกช้ำ (ไม่มากนัก) บนร่างกายของฝ่ายหญิง

สำนักงานอัยการท้องถิ่นซึ่งเป็นเจ้าของเรื่อง ยืนยันว่ามีหลักฐานมัดตัวสเตราคานห์แน่นหนา และคัดค้านการประกันตัวเพื่อไม่ให้หลบหนี ทำให้ครอบครัวของเขาต้องหาเงินจำนวนหลายล้านเหรียญสหรัฐมาวางเป็นหลักประกัน เพื่อให้เขาเพียงถูกกักบริเวณแทนการอยู่ในห้องขัง ในขณะที่หนังสือเดินทางก็ถูกยึดไว้

หลังจากนั้น คนส่วนใหญ่ก็เลิกให้ความสนใจเรื่องของสเตราคานห์ หันไปให้ความสนใจกับเรื่องใครจะมาแทนที่ไอเอ็มเอฟ

ตัวเก็งในขณะนั้นคือ คริสติน ลาการ์ด รัฐมนตรีคลังหญิงของฝรั่งเศสที่ซาร์โกซีส่งเข้าประกวด แต่เพื่อความสง่างาม มีการเปิดรับผู้สมัครรายอื่นๆ ซึ่งก็มีข่าวประเทศกำลังพัฒนารวมตัวกันเป็นกลุ่มๆ เสนอชื่อคนโน้นคนนี้มาเป็นคู่แข่ง

ตัวลาการ์ดเองก็ประกาศว่า ขอให้พิจารณาตามความเหมาะสม ไม่ใช่เพราะเธอเป็นตัวแทนของยุโรป หรือพูดง่ายๆ อย่าเพียงลงคะแนนให้เธอ ต้องยกย่องเธอด้วยว่ามีคุณสมบัติเพียบพร้อมกว่าคนอื่น

ผู้ที่ถูกเสนอชื่อทั้งหลายต่างทยอยถอนตัวเป็นลำดับ จนในที่สุดก็เหลือคนเดียวที่เป็นคู่ชิงให้คณะกรรมการไอเอ็มเอฟพิจารณา คือผู้ว่าการธนาคารกลางของเม็กซิโก ซึ่งได้รับเสียงสนับสนุนจากกลุ่มละตินอเมริกา และหวังว่าอาจจะฟลุกทำให้สหรัฐเกรงใจ

แต่เรื่องแบบนี้ฟลุกยากครับ ก่อนการประชุมคณะกรรมการไอเอ็มเอฟ รัฐมนตรีคลังของสหรัฐก็ประกาศชัดเจนว่าสหรัฐจะให้การสนับสนุนลาการ์ด และผลก็ออกมาตามนั้น ดังที่ปรากฏเป็นข่าวไปแล้วทั่วโลก

ในขณะที่คนเริ่มลืมเรื่องไอเอ็มเอฟ จู่ๆ เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนก็มีข่าวใหญ่ออกมาว่า คดีข่มขืนของสเตราคานห์กำลังโอละพ่อ เพราะเจ้าทุกข์ซึ่งแต่เดิมอัยการท้องถิ่นบอกว่าเป็นหญิงมุสลิมเคร่งศาสนา กลับกลายเป็นบุคคลไม่น่าเชื่อถือ เพราะมีประวัติเคยโกหกและให้การเท็จมาก่อน

แม้ว่าศาลจะยังไม่ตัดสินยกคำร้อง แต่ก็ได้ปล่อยตัวจำเลยให้เป็นอิสระและคืนหลักประกันให้ พร้อมกับนัดพิจารณาอีกครั้งในสัปดาห์หน้า

กล่าวกันว่าทั้งสำนักงานอัยการท้องถิ่น ทั้งโรงแรมโซฟิเทลซึ่งเป็นที่เกิดเหตุ และตัวเจ้าทุกข์เองต่างมีส่วนในการทำให้สำนวนคดีนี้อ่อน และมีแนวโน้มจะแพ้ในที่สุด

ในส่วนของอัยการ ตัวหัวหน้าเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งไม่นาน เป็นลูกอดีตรัฐมนตรี และอยากรีบสร้างผลงาน พอเห็นคดีดังแบบนี้ก็ตาลุก รีบสรุปสำนวนและแถลงข่าว ทั้งๆ ที่หลักฐานยังไม่แน่นหนา

ในส่วนของโรงแรม ทั้งโซฟิเทลและกลุ่มแอกคอร์ที่รับจ้างบริหารมีสัญชาติเป็นฝรั่งเศส หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยออกมายอมรับในภายหลังว่า หลังเกิดเหตุไม่กี่ชั่วโมงได้โทรศัพท์ไปรายงานให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงในหน่วยข่าวกรองของฝรั่งเศสทราบ ทำให้มีการคาดเดาว่า ปารีสอาจทราบเรื่องก่อนตำรวจนิวยอร์กเสียอีก และอาจเป็นผู้สะกิดตำรวจนิวยอร์กว่ามีคดีข่มขืนเกิดขึ้น

ในส่วนของสาวใช้โรงแรม มีความพยายามสร้างภาพว่าเป็นหญิงเคราะห์ร้าย ถูกรังแกโดยไม่มีทางสู้ แต่พอถูกทีมทนายจำเลยและสื่อขุดคุ้ย เรื่องก็ค่อยๆ หลุดออกมาเป็นลำดับ เช่น เคยแต่งนิยายเรื่องถูกรุมโทรมในประเทศบ้านเกิดเพื่อให้ได้ลี้ภัยในสหรัฐ ถูกจับได้ว่าเรื่องที่เล่าเกี่ยวกับคดีหลายอย่างไม่ตรงกับข้อเท็จจริง นอกจากนี้บัญชีธนาคารของเธอยังมีเงินเข้าออกมากผิดปกติ จากการช่วยแฟนหนุ่มฟอกเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติด

ที่เสียหายมากเป็นพิเศษคือ เธอถูกบันทึกบทสนทนาทางโทรศัพท์กับแฟนหลังเกิดเหตุว่า “ผู้ชายคนนี้ (สเตราคานห์) มีเงินเยอะ เธอไม่ต้องเป็นห่วง ฉันรู้ตัวดีว่ากำลังทำอะไรอยู่”

ล่าสุด เธอเพิ่งให้ทนายยื่นฟ้องหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งที่ลงข่าวว่า เธออาจมีอาชีพเสริมคือ การค้าประเวณีให้กับแขกโรงแรม

อย่างไรก็ตาม มีกลุ่มสิทธิมนุษยชนบางกลุ่มที่ออกมารวมตัวกันเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้สาวใช้ โดยให้เหตุผลว่าคดีนี้เป็นการต่อสู้ระหว่างชายผิวขาวที่ทรงอิทธิพลกับหญิงผิวดำที่ยากจน หากสังคมอยู่เฉย หญิงคนนี้ก็อาจถูกข่มขืนฟรี ขอให้ทุกคนอย่าเอาอดีตของสาวใช้เป็นเครื่องตัดสิน ให้พิจารณาเฉพาะร่องรอย หลักฐาน และสิ่งแวดล้อมของคดี

ผมดูตามรูปการแล้วคิดว่า ในที่สุด สเตราคานห์ น่าจะหลุด ส่วนจะต้องเสียเงินเสียทองเพื่อประนีประนอมยอมความแค่ไหน ขึ้นอยู่กับว่าฝ่ายหญิงมีชนักติดหลังอย่างอื่นที่ทำให้ต้องกลัวว่าจะถูกดำเนินคดีหรือไม่

สำหรับสาวใช้ แม้ว่าอาจจะแพ้คดีและดูเสมือนถูกข่มขืนฟรี แต่ในที่สุดก็จะได้เงินก้อนโตจากการให้สัมภาษณ์เอกซ์คลูซีพกับหนังสือพิมพ์และแมกกาซีนบางฉบับ

แต่ที่น่าเศร้าที่สุดคือ เมื่อเปรียบเทียบสังคมไทยกับประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสหรัฐ มาตรฐานด้านจริยธรรมของเราช่างต่างจากเขาราวฟ้ากับดิน เห็นได้ชัดจากผลการเลือกตั้งว่าคนไทยไม่รังเกียจการโกหกหลอกลวงของคนในระดับผู้นำประเทศ 
 

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ