posttoday
นักการศึกษาชี้แจกแท็บเล็ตป.1ไม่เหมาะ

นักการศึกษาชี้แจกแท็บเล็ตป.1ไม่เหมาะ

11 กรกฎาคม 2554

นักการศึกษาเผยนโยบายรัฐบาลเพื่อไทยแจกคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตเด็กป.1ไม่เหมาะ แนะสร้างกระบวนการรู้ทันสื่อก่อนแจก

นักการศึกษาเผยนโยบายรัฐบาลเพื่อไทยแจกคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตเด็กป.1ไม่เหมาะ แนะสร้างกระบวนการรู้ทันสื่อก่อนแจก

นายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การแจกเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา หรือ “แท็บเล็ต” ให้กับเด็กนักเรียนระดับประถมศึกษานั้น ต้องคำนึงถึงผลได้ผลเสียที่จะเกิดขึ้นให้รอบคอบ ก่อนจะแจกออกมา อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ นโยบายดังกล่าวเป็นนโยบายที่สัญญากับประชาชนไว้แล้ว และเชื่อว่ารัฐบาลคงจะต้องทำจริงอย่างแน่นอน จึงอยากฝากรัฐบาลไว้ว่าจะต้องคิดเรื่องนี้ให้รอบคอบมากขึ้น

“ต้องมองไปที่พัฒนาการเด็กด้วย เพราะถ้ามองเป็นประชานิยม ที่เน้นแจกอย่างเดียว เด็กจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์​ เท่าที่มองดูพรรคเพื่อไทยหาเสียง ที่เขาประกาศว่าจะแจกให้กับเด็กป.1 นั้น หากเข้าใจพัฒนาการเด็กจริง ๆ จะรู้ว่าเด็กป.1 นั้นยังอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้เลย หากจะให้ไปสืบเสาะ ค้นคว้าจริง คงเป็นไปได้ยาก และแท็บเล็ตมูลค่าหลายพันบาท สุดท้ายอาจจะลงเอยด้วยการเป็นเครื่องเล่นเกมส์มากกว่า”

นอกจากนี้ นายสมพงษ์ยังแสดงความกังวลว่า การนำแท็บเล็ตไปเล่นเกมส์นั้น อาจทำให้เด็กใช้เวลาว่างช่วงพักเที่ยง หรือช่วงหลังเลิกเรียนไปเล่นกับของเล่นเหล่านี้ มากกว่าที่จะไปใช้เวลาว่างไปว่ิ่งเล่นกับเพื่อน หรือเล่นกีฬา อย่างที่ธรรมชาติของเด็กควรจะเป็น ซึ่งอาจส่งผลกับพัฒนาการการเข้าสังคม และพัฒนาการทางสมองในที่สุด

“มีผลสำรวจพบว่า ทุกวันนี้มีเด็กเพียง 15% ที่ใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีสำหรับการศึกษา แต่มีมากกว่า 85% ที่ใช้เปิดคลิปโป๊ เล่นเกมส์ และทำกิจกรรมอื่น ๆ ทีไม่เป็นประโยชน์ เพราะฉะนั้นเจ้าของนโยบายจะต้องควบคุมให้ดี และเตรียมครูผู้สอนว่าจะใช้แท็บเล็ตให้เป็นประโยชน์กับหลักสูตรอย่างไร หรือจะมีซอฟท์แวร์อะไรบ้างที่ต้องใช้กับการเรียนการสอน ซึ่งคงต้องใช้เวลาในการเตรียมความพร้อมอีกมาก ไม่ใช่อยู่ดี ๆ ก็จะแจกแท็บเล็ตลงไปเลย 8แสนเครื่อง” นายสมพงษ์กล่าว

ขณะเดียวกัน นายสมพงษ์ยังแสดงความกังวลถึงเรื่อง “ผลประโยชน์ทับซ้อน” ในการจัดซื้ออุปกรณ์แทบเล็ตและซอฟท์แวร์สำหรับการเรียนการศึกษา เนื่องจากธุรกิจของตระกูล “ชินวัตร” เอง มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องเทคโนโลยี หรือเรื่องไอทีอยู่หลายบริษัท ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ที่จะสร้างความโปร่งใสให้กับสังคมมากที่สุด เนื่องจากมูลค่าในการจัดซื้อนั้นมหาศาล อาจสูงถึงหมื่นล้าน จึงอยากให้พัฒนาบริษัทของไทยให้มากกว่า และลดการนำเข้าจากต่างประเทศเพราะจะทำให้ประหยัดงบประมาณในการซื้อขากบริษัทต่างประเทศมาก

แนะสร้างกระบวนการ “รู้เท่าทันสื่อ” ก่อนแจก

ขณะที่ นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการสำนักงานแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล แสดงความคิดเห็นว่าการแจกแท็บเล็ตให้กับเด็กนั้น จะต้องสร้างกระบวนการรู้เท่าทันสื่อให้กับเด็กก่อน เพราะจากการทำวิจัยร่วมกับสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน และกระทรวงศึกษาธิการนั้น พบว่าเด็กทั้ง 77 จังหวัดล้วนมีปัญหาเรื่องนี้ทั้งสิ้น

"ระยะเวลาก่อนการแจกแท็บเล็ตนั้น รัฐบาลควรจะต้องสร้างกระบวนการรู้เท่าทันสื่อให้กับ ผู้นำชุมชน ครูผู้สอน และผู้ปกครองเสียก่อน เพราะการใช้สื่อของเด็กป.1 นั้น หากรีบแจกไป โดยไม่ได้สร้างกระบวนการฯ จะเกิดการใช้เทคโนโลยีอย่างไม่บันยะบันยัง ซึ่งอาจส่งผลกระทบทำให้ครอบครัว รวมถึงคนรอบตัวพูดคุยกับเด็กไม่รู้เรื่อง และอาจนำไปสู่วิกฤติของสังคม ซึ่งจะวิกฤติมากขึ้นอีกนับเท่าตัวและจะไล่ลงไปสู่ทุกภาคส่วน เหมือนกับโดมิโน่”​ นพ.สุริยเดวกล่าว

นพ.สุริยเดวแนะนำรัฐบาลว่า การแจกแท็บเล็ตนั้นควรจะค่อย ๆ ทำเป็นช่วงเวลา หรือเป็น “เฟส” มากกว่าแจกทีเดียว โดยจะต้องมั่นใจก่อนว่า พื้นที่หรือโรงเรียนที่จะแจกได้รับภูมิคุ้มกันการรู้เท่าทันสื่อแล้ว และต้องมีการประเมินผลดีผลเสียที่จะเกิดขึ้นให้ถ่องแท้ ในพื้นที่นำร่องเสียก่อน แล้วแจกอย่างค่อยเป็นค่อยไป ให้มั่นใจว่าที่สุดแล้ว เด็กจะใช้เทคโนโลยีอย่างเป็นประโยชน์จริง

สำหรับบทบาทของสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัวนั้น นพ.สุริยเดวกล่าวว่า ขณะนี้มีหลักสูตรเกี่ยวกับการรู้เท่าทันสื่อแล้ว อยู่ในระหว่างการบรรจุเข้าไปประยุกต์ให้กับครูในโรงเรียนต่าง ๆ ซึ่งก็ต้องอาศัยความร่วมมือกับรัฐบาลชุดนี้ จึงหวังว่าในอนาคตจะได้มีการนำข้อมูลชุดนี้ไปประกอบในนโยบายของรัฐด้วย เพื่อให้การตัดสินใจต่าง ๆ เกิดขึ้นจากพื้นฐานของปัญหาในปัจจุบัน

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค