
ตร.ตั้ง2ข้อหาหนักเขมรก่อจลาจล
ตำรวจหนองใหญ่ตั้ง 2 ข้อหาหนักแรงงานเขมรขัดขวาง-ทำลายทรัพย์สินราชการ หลังก่อเหตุจลาจลในโรงงาน
ตำรวจหนองใหญ่ตั้ง 2 ข้อหาหนักแรงงานเขมรขัดขวาง-ทำลายทรัพย์สินราชการ หลังก่อเหตุจลาจลในโรงงาน
พ.ต.อ.ยงยุทธ ขอนดอก รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า ขณะนี้เตรียมเร่งสรุปสำนวนเหตุการณ์การแรงงานกัมพูชาก่อจลาจล การทะเลาะวิวาทระหว่างแรงงานกัมพูชากับแรงงานไทย ที่โรงงานจีเอฟพีที นิชิเร(ประเทศไทย)จำกัด จนเกิดเหตุความวุ่นวายเมื่อคืนวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา สำหรับผู้ที่ก่อเหตุที่เป็นคนไทยทั้ง 2 คน ประกอบด้วย นายเชี่ยว ชะอุ่มประโคน และนายชูวิทย์ โหม่งสูงเนิน ถูกตั้งข้อกล่าวหาเพียงทะเลาะวิวาท เนื่องจากไปทำร้ายร่างกายแรงงานชาวกัมพูชา จนเกิดเหตุบานปลาย ส่วนแรงงานชาวกัมพูชา นั้น ถูกตั้ง 2 ข้อกล่าวหา คือ ขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ ทำลายทรัพย์สินของทางราชการ โดยจะต้องสอบสวนแรงงานชาวกัมพูชา ที่ร่วมกันกระทำผิดในครั้งนี้ โดยในเบื้องต้นมีแกนนำ 3 คน และผู้ร่วมขบวนการอีกประมาณ 12 คน รวมทั้งสิ้น 15 คน ที่จะต้องถูกดำเนินคดี
พ.ต.อ.ยงยุทธ กล่าวอีกว่า การสอบสวนในครั้งนี้จะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย เนื่องจากเป็นคดีที่เกิดระหว่างคนไทยและคนกัมพูชา ซึ่งจะต้องดำเนินการสอบสวนอย่างรอบครอบ เพราะหวั่นจะส่งผลกระทบของทั้ง 2 ประเทศ โดยในเบื้องต้นเป็นเรื่องกระทบกระทั่งเล็กน้อย เพียงแต่การสื่อสารของทั้ง 2 ฝ่าย อาจไม่เข้าใจ คือ ชาวกัมพูชาเพียงต้องการให้ 2 คนไทยมาขอโทษ แต่ทางตำรวจที่ควบคุมตัวเห็นว่าหากลงไปขอโทษ อาจจะถูกกลุ่มแรงงานกัมพูชา จะรุมทำร้าย จึงต้องรีบนำตัวออกนอกพื้นที่โดยด่วน โดยมองว่าเป็นการให้ความช่วยเหลือคนไทยด้วยกัน จึงเกิดความโมโห ทำลายรถยนต์ 4 คัน ของตำรวจ ซึ่งเป็นคดีอาญา
ด้านนางรัตติกา จินตนาผล ผู้จัดการแผนกทรัพยากรบุคคล โรงงานจีเอฟพีที นิชิเร (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ปล่อยให้เป็นการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนทรัพย์สินที่เสียหายนั้น ทางบริษัทฯจะรับผิดชอบทั้งหมด และหลังจากสรุปคดีที่เกิดขึ้น หากคนไทยทำผิดจริง ก็จะถูกไล่ออก ส่วนชาวกัมพูชา ผิดจริงก็ต้องส่งกลับประเทศ ตามกฎระเบียบที่บริษัทกำหนดไว้
อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาไม่เคยเกิดเหตุการณ์อะไรรุนแรงขนาดนี้ โดยมีเพียงการทะเลาะวิวาทและชกต่อยเท่านั้นเมื่อพบว่ามีการกระทำผิดจริง ก็จะไล่ออก และหากเป็นชาวกัมพูชา จะถูกส่งตัวกลับประเทศทันที โดยเหตุการณ์นั้น เกิดจากการดื่มสุรา ทำให้เกิดเหตุการณ์บานปลาย โดยในอนาคต ทางบริษัทฯเตรียมวางมาตรการมีแรงงานสัมพันธ์ในกลุ่มพนักงาน ,ต้องกำชับบริษัทจัดส่งแรงงานให้คัดตัวบุคคลที่มีพฤติกรรมดี เพื่อไม่ให้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นอีก
"ในความเป็นจริง ทางบริษัทฯไม่ต้องการแรงงานต่างด้าวหรือแรงงานชาวกัมพูชา เนื่องจากงานดังกล่าวคนไทยไม่มาสมัคร จึงต้องรับแรงงานต่างด้าว แต่ขั้นตอนและเงื่อนไขต่างๆนั้น ดำเนินการอย่างถูกต้องตามขั้นตอนทุกอย่าง โดยปัจจุบัน มีแรงงานทั้งสิ้น 2,500 คน แบ่งเป็นคนไทย 1,500 คน และชาวกัมพูชา 1,000 คน"นางรัตติกา กล่าว
ด้านนายพายุ หัวหน้าแรงงานชาวกัมพูชา กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น เป็นการเข้าใจผิดเสียมากกว่า เนื่องจากชาวกัมพูชา ต้องการให้ 2 คน ไทยที่ทำร้ายแรงงานเขมรนั้น มาขอโทษเท่านั้น แต่เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจหวั่น ชาวเขมรจะรุมทำร้าย 2 คน ไทย เพราะเห็นชาวเขมรเข้ามาเป็นจำนวนมาก จึงต้องรีบนำคนไทย 2 คน ออกไปด้านนอกโรงงานด้วยด่วน ซึ่งแรงงานชาวเขมรเห็นเช่นนั้นสร้างความไม่พอใจ หลังรับปากแล้วว่าจะจับ 2 คนไทยมาขอโทษแรงงานเขมร แต่ไม่ทำกลับขับรถหลบหนีออกไปอย่างรวดเร็ว จึงทำทำลายทรัพย์สินดังกล่าวขึ้น







