
หลวงพ่อคูณใกล้กลับวัดแล้ว
หลวงพ่อคูณใกล้จะได้กลับวัดบ้านไร่แล้วหลังอาการอาพาธดีขึ้นต่อเนื่อง คณะศิษย์ปรับปรุงกุฏิปลอดเชื้อเสร็จสิ้นเดือนนี้
หลวงพ่อคูณใกล้จะได้กลับวัดบ้านไร่แล้วหลังอาการอาพาธดีขึ้นต่อเนื่อง คณะศิษย์ปรับปรุงกุฏิปลอดเชื้อเสร็จสิ้นเดือนนี้
ความคืบหน้าอาการอาพาธของพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ซึ่งพักรักษาอาการอาพาธวัณโรคปอด อยู่ที่ห้องผู้ป่วยพิเศษ วีไอพี 9821 อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 8 โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2554 ตามข่าวที่เสนอไป
ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ก.ค. นายสมศักดิ์ ปะริสุทโธเหมทานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ลูกศิษย์หลวงพ่อคูณ ได้เข้าเยี่ยมอาการอาพาธของหลวงพ่อคูณฯและหารือกับนายแพทย์พินิศจัย นาคพันธุ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหลอดเลือดและหัวใจ โรงพยาลบาลมหาราชนครราชสีมา แพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณ ภายหลังนำทีมคณะแพทย์ผู้ทำการรักษาอาการอาพาธหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคปอด และโรคทางเดินหายใจ เข้าตรวจอาการอาพาธหลวงพ่อคูณ โดยใช้เวลา 20 นาที
นายสมศักดิ์ ปริสุทโธเหมทานนท์ รอง ผวจ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ตนได้หารือกับคณะแพทย์แล้ว สรุปว่า ณ วันนี้การให้ยาวัณโรคโดยการฉีดยาทางหลอดเลือดดำก็ได้ครบกำหนด 8 สัปดาห์ไปแล้วตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด ซึ่งจากการรับรายงานของคณะแพทย์ทราบว่าผลการรักษาเป็นที่พอใจของแพทย์และลูกศิษย์มาก และคณะแพทย์ได้ให้ยาฉันวันนี้เป็นวันที่สอง โดยเฉพาะจากนี้ไปอีกประมาณปีครึ่งจะเป็นยาฉีดเพียงอย่างเดียวต่อเนื่องจนครบ ในส่วนของการเอ็กซเรย์ปอดผลออกมาดีขึ้น แต่ก็ยังไม่ถึงกับร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ว่าดีขึ้นจากผลการให้ยาฉีดในห้วง 8 สัปดาห์ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตามโดยทั่วไปอาการเป็นที่พอใจ ขณะนี้อยู่ที่การฟื้นฟูร่างกายของหลวงพ่อ ซึ่งเราก็อยากให้ท่านได้มีน้ำหนักถึง 40 กก. เพื่อที่หลวงพ่อจะสามารถที่จะฉันอาหารได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องใช้สายยางทางจมูก ซึ่งก็อยู่ที่ตัวหลวงพ่อว่า ท่านมีความพร้อมที่จะฉันเองเมื่อไหร่ ท่านก็บอกว่า กูอยากเมื่อไหร่ กูจะบอก กูหิวเมื่อไหร่กูจะบอก ตนก็ถามหลวงพ่อทุกวันเหมือนกัน
นายสมศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับกุฎิของหลวงพ่อที่ทางคณะกรรมการวัดกำลังให้ช่างปรับปรุงใหม่ที่วัดบ้านไร่ เพื่อให้เป็นกุฎิของท่านมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก เพื่อไม่ให้หลวงพ่อแพ้อากาศ แพ้โรคหรือโรคที่ติดเชื้อง่าย ซึ่งเราคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ ซึ่งคงจะทันเวลาที่หลวงพ่อจะกลับไปฟื้นฟูรักษาตัวที่วัดบ้านไร่ได้







