posttoday
ผู้ประกันตนส่อแห้วใช้บัตรทอง

ผู้ประกันตนส่อแห้วใช้บัตรทอง

06 กรกฎาคม 2554

บอร์ด สปส.เบี้ยวควัก 2.2 หมื่นล้าน รวมกองทุนบัตรทองตามที่ สปสช.เสนอ องค์การนายจ้างตีกันเตรียมยื่นฟ้องศาลปกครอง 10 ก.ค.นี้

บอร์ด สปส.เบี้ยวควัก 2.2 หมื่นล้าน รวมกองทุนบัตรทองตามที่ สปสช.เสนอ องค์การนายจ้างตีกันเตรียมยื่นฟ้องศาลปกครอง 10 ก.ค.นี้

ที่ประชุมคณะกรรมการประกันสังคม เมื่อวันที่ 5 ก.ค. มีมติเห็นชอบไม่ให้โยกงบประมาณจากกองทุนประกันสังคม สำนักงานประกันสังคม (สปส.) จำนวน 2.2 หมื่นล้านบาท ให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ตามที่ทั้งสองหน่วยงานได้มีการประชุมกันก่อนหน้านี้ เพื่อสนับสนุนการรวมสองกองทุนให้ผู้ประกันตนสามารถใช้บริการและรับสิทธิประโยชน์เท่ากับบัตรทองได้

นายประสิทธิ์ จงอัศญากุล ประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ค้าและบริการเครื่องอุปโภคบริโภค กล่าวว่า ภายในวันที่ 10 ก.ค. จะเข้ายื่นเรื่องให้ศาลปกครองมีคำสั่งห้ามมิให้ สปสช. เรียกเก็บเงินจาก สปส. ตามที่ สปสช.จะใช้มาตรา 10 พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 2545 ในการขอรับการสนับสนุนงบประมาณ

นายประสิทธิ์ กล่าวอีกว่า การประชุมร่วมระหว่างผู้แทน สปสช.กับ สปส. เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา สปสช.ยื่นข้อเสนอจะรับดูแลผู้ประกันตน แต่ให้ สปส.จ่ายค่าจัดบริการทางการแพทย์เท่ากับอัตราเหมาค่าจ่ายรายหัวของ สปส. คิดเป็นเงินปีละ 2 หมื่นล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี หลังจากนั้นจะคิดเหมาจ่ายรายหัวในอัตราที่ สปสช.กำหนด ซึ่งถือเป็นการดำเนินการโดยมิชอบ เนื่องจากขัดกับมาตรา 5 ของ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 2545

“การรับโอนผู้ประกันตนตามมาตรา 10 มีความเกี่ยวเนื่องกับมาตรา 5 เพราะมาตรา 5 บอกว่า สปสช.อาจกำหนดให้บุคคลที่เข้ารับการบริการสาธารณสุขต้องร่วมจ่ายค่าบริการในอัตราที่กำหนด แต่ขณะนี้ สปสช.ให้การรักษาผู้ใช้สิทธิบัตรทองฟรี ดังนั้นการเรียกเก็บค่าบริการทางการแพทย์จาก สปส. เท่ากับไม่มีความเท่าเทียมและขัดแย้งกับมาตรา 5 ด้วย” นายประสิทธิ์ กล่าว

นอกจากนี้ ยังเตรียมเข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินว่า สปสช.เลือกปฏิบัติต่อผู้ประกันตน เนื่องจากโฆษก สปสช. ระบุว่า ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ของ พ.ร.บ.ประกันสังคมยังคงใช้สิทธิรักษาพยาบาลบัตรทองได้ แต่กลับจะเก็บค่าจัดบริการทางการแพทย์จาก สปส.ปีละ 2 หมื่นล้านบาท สำหรับการรักษาผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และ 39 ถือเป็นการเลือกปฏิบัติและไม่เป็นธรรม

ด้าน นพ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า ทาง สปสช.ตีความมาตรา 10 ว่า สปส. จะต้องจ่ายเงินให้ สปสช. 2.2 หมื่นล้านบาท หากไม่จ่ายก็คงไม่เป็นไปตามมาตรา 10 ดังนั้นทาง สปสช.หารือภายในอีกครั้งก่อนจะนัดหมายระหว่างสองหน่วยงานที่กำหนดไว้วันที่ 13 ก.ค.

นพ.วินัย กล่าวด้วยว่า ขอสนับสนุนพรรคเพื่อไทยออกนโยบายเรียกเก็บเงินบัตรทองเป็น 30 บาทเช่นเดิม ซึ่งจะทำให้ สปสช.มีงบประมาณเพิ่มขึ้นอีกปีละ 2,000 ล้านบาท

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ