
เลือกพรรคเลือกคน กลยุทธ์เจาะแดงล้านนาตัดที่นั่งพท.
สนามเลือกตั้งภาคเหนือ 17 จังหวัด จำนวน สส. 67 คน คู่ชิงชัยหลักคงเป็นพรรคใหญ่ที่หวังเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ กับพรรคเพื่อไทยเจ้าของพื้นที่สีแดงตัวจริง
สนามเลือกตั้งภาคเหนือ 17 จังหวัด จำนวน สส. 67 คน คู่ชิงชัยหลักคงเป็นพรรคใหญ่ที่หวังเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ กับพรรคเพื่อไทยเจ้าของพื้นที่สีแดงตัวจริง
โดย...ทีมข่าวภูมิภาค
สนามเลือกตั้งภาคเหนือ 17 จังหวัด จำนวน สส. 67 คน คู่ชิงชัยหลักคงเป็นพรรคใหญ่ที่หวังเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ กับพรรคเพื่อไทยเจ้าของพื้นที่สีแดงตัวจริง
ความแรงของกระแสเสื้อแดงล้านนา ที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับพรรคเพื่อไทย ทำให้คู่แข่งต้องงัดกลยุทธ์เพื่อขอส่วนแบ่งคะแนนเสียง คือการปลุกกระแส “เลือกพรรค อย่าเลือกคน” โน้มน้าวให้มวลชนเสื้อแดงเลือกผู้สมัครที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์จากพรรคอื่น เพื่อการพัฒนาพื้นที่ต่อไป ส่วนคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ก็เทให้กับพรรคเพื่อไทย
การบดบี้แย่งชิงฐานคะแนน ไม่เพียงการกวาดต้อนหัวคะแนน ทั้งกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) ผู้นำท้องถิ่น กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน เข้าอบรมสัมมนา จัดตั้งความคิดทางการเมืองให้เลือกข้าง ยังมีการกดดันความเคลื่อนไหว อาทิ ตั้งด่านประจำหมู่บ้าน โดยอ้างว่าเพื่อรักษาความสงบก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งคือการสกัดการส่งกำลังบำรุงของฝ่ายตรงข้าม
ภาคเหนือตอนบน 9 จังหวัด หรือกลุ่มล้านนา คือ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน พะเยา น่าน แพร่ และอุตรดิตถ์ พื้นที่นี้ถือเป็น “เรดโซน” ที่พรรคเพื่อไทยครองฐานเสียงเป็นส่วนใหญ่ การสนับสนุนทั้งตัวบุคคลและพรรคจึงเป็นไปในทางเดียวกัน คงมีเพียงบางพื้นที่ซึ่งตัวบุคคลมีความโดดเด่น ซึ่งเป็นสาเหตุให้ฐานเสียงสีแดงเทให้กับพรรคอื่น แต่คะแนนปาร์ตี้ลิสต์เชื่อว่ายังเหนียวแน่นอยู่กับเพื่อไทย
พื้นที่ยึดครองเบ็ดเสร็จกวาดยกจังหวัดน่าจะได้แก่ น่าน พะเยา และอุตรดิตถ์ ส่วนเชียงใหม่บ้านเกิด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร 10 ที่พรรคเพื่อไทยน่าจะได้ 8 ส่วนอีก 2 น่าจะเป็นของชาติไทยพัฒนา และประชาธิปัตย์ ขณะที่เชียงราย 7 ที่นั่ง เพื่อไทยเจ้าของพื้นที่น่าจะยันได้ 56 ที่นั่ง ขณะที่คู่แข่งอย่างภูมิใจไทยอาจหวังได้เพียงที่นั่งเดียวจาก วันชัย จงสุทธนามณี
ขณะที่แม่ฮ่องสอนที่นั่งเดียว ความนิยมในตัว อดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แห่งชาติไทยพัฒนายังคงเหนียวแน่น ขณะที่ 1 จาก 2 ที่นั่งของลำพูน ต้องแบ่งให้กับพรรคประชาธิปัตย์
ด้านลำปาง 3 เขตนั้น เพื่อไทยมั่นใจแล้วแน่ๆ เหลือเพียงเขต 4 ที่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ พินิจ จันทรสุรินทร์ จะต้องวัดกำลังกับ นิคม เชาว์กิตติโสภณ จากพรรคประชาธิปัตย์
แพร่ แม้กระแสเสื้อแดงจะมาแรง แต่แม่เลี้ยงติ๊ก-ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู มั่นใจในผลงานและการคัดตัวแทนคุณภาพ น่าจะโน้มน้าวมวลชนเสื้อแดงให้เห็นความสำคัญการพัฒนาจังหวัดต่อไป ประชาธิปัตย์จึงมั่นใจจะกวาดได้ทั้ง 3 ที่นั่งแต่ก็ต้องลุ้นกันในเขตที่ 3 ซึ่งคู่แข่งอย่างวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แห่งเพื่อไทยก็ไม่ธรรมดา ขณะที่คะแนนในส่วนปาร์ตี้ลิสต์นั้นเชื่อว่าน่าจะเทให้เพื่อไทยไปเต็มๆ
การชิงชัยเลือกตั้งที่แท้จริงของภาคเหนือกลับอยู่ในพื้นที่ตอนล่าง สังเกตได้จากความรุนแรงสารพัดรูปแบบที่เกิดขึ้นกับบรรดาหัวคะแนน โดยเฉพาะในพื้นที่ สุโขทัย นครสวรรค์ และพิษณุโลก ซึ่ง 4 พรรค ทั้งเพื่อไทย ประชาธิปัตย์ ชาติไทยพัฒนา และภูมิใจไทย ทุ่มเทช่วงชิงกันอย่างหนัก
โซนภาคเหนือตอนล่าง พรรคเพื่อไทยน่าจะกวาดคะแนนเมืองมะขามหวานเพชรบูรณ์ได้เป็นกอบเป็นกำที่สุด 5 ที่นั่ง จากจำนวน สส. 6 คน โดยอีก 1 ที่นั่งน่าจะเป็นของชาติไทยพัฒนา
ขณะที่ประชาธิปัตย์มุ่งหวังรักษาฐานเมืองตากไว้ให้ได้ครบทั้ง 3 ที่นั่ง ขณะที่พิษณุโลกและกำแพงเพชร ก็น่าจะกวาดมาได้อีกจังหวัดละ 3 ที่นั่ง ส่วนพิจิตรน่าจะได้เพียงที่นั่งเดียว
อีกพรรคที่ครองพื้นที่ได้ไม่น้อยหน้าพรรคใหญ่ คือ ชาติไทยพัฒนา ซึ่งน่าจะได้ 3 ที่นั่งจากนครสวรรค์ ขณะที่พิจิตรก็หวังอย่างน้อย 2 ที่นั่ง และอีก 1 ที่นั่งจากพิษณุโลก
สุโขทัย แม้จะเป็นพื้นที่บ้านเกิดของ สมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำของภูมิใจไทย แต่ก็ไม่อาจเจาะฐานเดิมของประชาธิปัตย์และชาติไทยพัฒนาไปได้ มนู พุกประเสริฐ อดีตนายก อบจ.สุโขทัย พี่ชายของภรรยา สมศักดิ์ อาจฝ่าด่านเข้ามาได้เพียงหนึ่งเดียว ขณะที่ประชาธิปัตย์น่าจะรักษา 2 ที่นั่งเดิมไว้ได้ เช่นเดียวกับชาติไทยพัฒนาที่ตอกตรึงที่มั่นเขต 3 ไว้อย่างเหนียวแน่น
นครสวรรค์ พื้นที่ซึ่งชาติไทยพัฒนาตีตราจอง 3 เก้าอี้ จาก 6 ที่นั่งทั้งจังหวัด ที่เหลือแบ่งกันไประหว่างชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ประชาธิปัตย์ และเพื่อไทย
รวม 16 จังหวัดภาคเหนือ 67 ที่นั่ง แชมป์ยังเป็นพรรคเพื่อไทย ที่น่าจะได้อย่างน้อย 35-40 ที่นั่ง ขณะที่ประชาธิปัตย์มีโอกาสลุ้น 15-17 ที่นั่ง ตามมาด้วยชาติไทยพัฒนา 9 ที่นั่ง ขณะที่ภูมิใจไทยแม้จะเตรียมตัวเตรียมการมานาน แต่ก็ยากฝ่าด่าน คงมีลุ้นแค่ 3-5 ที่นั่ง







