
ธาตุแท้ ฮุนเซน
...ภุมรัตน์ ทักษาติพงษ์
เป็นเรื่องบังเอิญที่ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เดินทางมาเยือนปราสาทพระวิหารและชายแดนกัมพูชาไทย อย่างนั้นหรือ อยู่ๆ ฮุนเซนก็อยากมาเยี่ยมทหารเขมรแถวชายแดนกัมพูชาไทย เช่นนั้นหรือ ฮุนเซนด่านายกรัฐมนตรีหรืออภิสิทธิ์ เพราะปากพาไป หรือโกรธที่ไม่สามารถมาเยือนปราสาทตาเมือนธมอย่างนั้นหรือ
คำตอบคือ คงไม่ใช่ เพราะคนอย่างฮุนเซนซึ่งมีประสบการณ์ทางการเมืองมากมาย การทำอะไรต้องมีการวางแผนล่วงหน้าและมีเป้าหมายชัดเจน ไม่ใช่นึกอยากจะทำก็ทำ
ก่อนหน้านี้เคยมี
“ทฤษฎีความคิด” หนึ่งว่า ในขณะที่กลุ่มสนับสนุนทักษิณวางแผนจะก่อให้เกิดความวุ่นวายในกรุงเทพมหานคร (กทม.) ช่วง 10 วันอันตราย ก่อนและหลังวันที่ 26 ก.พ.นี้ ฮุนเซนจะก่อกวนและสร้างเหตุการณ์บริเวณชายแดนกัมพูชาไทย เพื่อดึงกำลังทหารไทยส่วนหนึ่งให้ไปอยู่ชายแดน ไม่ให้ทหารปราบปรามกลุ่มสนับสนุนทักษิณที่ก่อความวุ่นวายในกทม. ได้สะดวกมีข่าวก่อนหน้านี้ว่า ในความพยายามล้มรัฐบาลอภิสิทธิ์ของทักษิณและพวก ฮุนเซนจะช่วยสร้างสถานการณ์ขัดแย้งที่ชายแดนแล้วจะให้ใครบางคนเป็น
“พระเอกขี่ม้าขาว” มาแก้ปัญหาให้ดังนั้น การที่ฮุนเซนเดินทางมายังปราสาทพระวิหารและวางแผนจะมายังปราสาทตาเมือนธมด้วยนั้น จึงสอดคล้องกับทฤษฎีความคิดและข่าวสารที่ได้รับมาก่อนนี้ จริงอยู่ฮุนเซนอาจมีวัตถุประสงค์แอบแฝงหลายประการ แต่น้ำหนักจะอยู่ที่ประสานกับการปฏิบัติการของกลุ่มสนับสนุนทักษิณที่จะสร้างความรุนแรงในกทม. โดยฮุนเซนจะสร้างสถานการณ์บริเวณชายแดนไปพร้อมๆ กัน เพื่อให้ทาหารเกิดความพะวักพะวนที่จะต้องแก้ไขปัญหาสองด้าน
ฮุนเซนมองประเด็นเขตแดนและการต่อสู้ของทักษิณเป็นเรื่องเดียวกันในการต่อสู้เพื่อโค่นล้มรัฐบาลอภิสิทธิ์ การดำเนินงานในสองเรื่องจึงเป็นสิ่งหนุนช่วยซึ่งกันและกัน ทำให้เกิดพลังมากขึ้น
นอกจากนั้น ฮุนเซนยังมองถึงผลที่จะได้จากการเมืองภายในประเทศ เพราะปัจจุบันมีข่าวว่าทหารและประชาชนเขมรบางส่วนไม่ค่อยพอใจที่ฮุนเซน ชอบมีเรื่องกับประเทศไทยซึ่งเป็นเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิด และฮุนเซนทำตัวเป็นขี้ข้าเวียดนาม โดยปล่อยให้ญวนยึดครองเขตแดนด้านตะวันออกติดกับเวียดนาม
การที่พรรคฝ่ายค้านพยายามขยายประเด็นนี้ให้กว้างขวางทั่วไป ฮุนเซนจึงต้องหาทางเบี่ยงเบนความสนใจของคนเขมรจากชายแดนตะวันออก มายังชายแดนตะวันตกด้านติดกับไทย โดยสร้างความรู้สึกรักชาติด้วยการใช้ไทยเป็น
“ผู้ร้าย” แทน เขาแสดงท่าทีแข็งกร้าวกับไทยเพื่อให้คนเขมรสะใจว่า ผู้นำของเขากล้าด่าผู้นำประเทศไทยซึ่งใหญ่กว่าได้ในประวัติศาสตร์เขมรไทย เขมรมักจะป้ายสีให้ไทยเป็น
“ผู้ร้าย” ในสายตาคนเขมรเสมอ จึงไม่แปลกใจที่ฮุนเซนจะป้ายสีไทยภายใต้การนำของอภิสิทธิ์ให้เป็นผู้ร้ายอีกครั้งหนึ่งเกมนี้เท่ากับฮุนเซนยิงด้วยกระสุนนัดเดียวได้นกสองตัว ส่วนเรื่องมรดกโลกนั้นมีน้ำหนักน้อยกว่าสองเรื่องแรก
การกระทำของฮุนเซนที่ผ่านมาในรอบหลายเดือนไม่มีทางอธิบายได้เป็นอย่างอื่นนอกจากเป็นการ
“แทรกแซงกิจการภายใน” ของไทยอย่างเปิดเผยครั้งนี้คุณอภิสิทธิ์ไม่ต้องไปตอบโต้ฮุนเซน ยิ่งฮุนเซนเกรี้ยวกราดมาก ก็ยิ่งเป็นผลเสียกับตัวฮุนเซนเองในสายตาของอาเซียนและต่างประเทศ คุณอภิสิทธิ์ไม่จำเป็นต้องลดตัวไปเท่ากับกุ๊ยคนหนึ่ง แต่ปล่อยให้คนไทยอื่นๆ หรือสื่อดำเนินการแทนจะดีกว่า
สิ่งที่คุณอภิสิทธิ์จะต้องทำ คือ การรักษาสิทธิประโยชน์ของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นกรณีพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร บนปราสาทพระวิหาร และปราสาทตาเมือนธมที่เขมรอ้างสิทธิว่าเป็นของเขา เราก็ต้องยืนยันว่าเป็นของเรา โดยมีเหตุผลสนับสนุนอย่างแข็งขัน ดังนั้นพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ไม่ใช่เป็นพื้นที่ทับซ้อน เพราะจะไม่มีการทับซ้อนของอธิปไตยเป็นอันขาด
ประเด็นข้อขัดแย้งที่เกิดในปัจจุบัน เป็นผลพวงของลัทธิล่าอาณานิคมฝรั่งเศส ที่ถืออำนาจบาตรใหญ่โดยไม่คำนึงถึงหลักการสากล ไทยได้ปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของสหประชาชาติ โดยปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลโลกที่ตัดสินตามคำร้องขอของฝ่ายเขมร 3 ข้อ ดังนั้นดินแดนอื่นนอกจากตัวปราสาทจึงเป็นของไทย ซึ่งทุกฝ่ายในไทยต้องยืนยันในจุดนี้ เช่นเดียวกับปราสาทตาเมือนธม ที่ไทยประกาศอย่างเปิดเผยเป็นของไทยมายาวนานร่วม 80 ปี
ที่เราจะแพ้เขมรก็เพราะคนไทยขัดแย้งกันเอง ที่สำคัญคือ หากคนไทยอยากทะเลาะกันเองหรือตีกันเอง ทำไมต้องไปดึงเอาคนนอกเข้ามาร่วมวงด้วย คนไทยอับอายมากที่อดีตนายกรัฐมนตรีไทยอย่างน้อย 3 คน ไปนบน้อมต่อฮุนเซนที่กำลังทำร้ายประเทศไทยและประชาชนไทยส่วนใหญ่ด้วย
วันวาเลนไทน์ 14 ก.พ. ก็ใกล้เข้ามาแล้ว แต่วาเลนไทน์ปีนี้ คนไทยกับฮุนเซนคงรักกันไม่ได้ ถ้าฮุนเซนยังไม่ยอมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก่อกวนและแทรกแซงกิจการภายในประเทศไทย







