
3 พรรคใหญ่อาสาแก้ปัญหาคนกรุงฯ
3 พรรคการเมืองใหญ่โชว์วิสัยทัศน์แก้ปัญหาคนเมือง เน้นคืนปรองดองให้กทม.โดยปราศจากเงื่อนไข
3 พรรคการเมืองใหญ่โชว์วิสัยทัศน์แก้ปัญหาคนเมือง เน้นคืนปรองดองให้กทม.โดยปราศจากเงื่อนไข
เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ที่ผ่านมา สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (สทท.) สถาบันพระปกเกล้า คลิกเรดิโอ บริษัท โพสต์ นิวส์ จำกัด นสพ.บางกอกโพสต์ และโพสต์ทูเดย์ ได้จัดเวทีดีเบต “เลือกตั้งปี 54 ก้าวใหม่ประเทศไทย” ณ ลานคนเมือง ดยมีตัวแทนจากพรรคการเมืองเข้าร่วมดีเบต อาทิ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ์ ผู้สมัครสส.กทม. พรรคเพื่อไทย นายธนา ชีวีรวินิจ ผู้สมัครสส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ และนายกรพจน์ อัศวินวิจิตร ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน
@แสดงวิสัยทัศน์ด้านการแก้ไขปัญหาของกทม.
นายกรพจน์ กล่าวว่า ต้องทำให้สังคมน่าอยู่และปลอดภัย โดยเฉพาะเรื่องชุมชนแออัด ที่มีประมาณ 800 ชุมชน จาก 2,000 ชุมชน ปัญหาจราจรแก้ไขด้วยการเพิ่มจำนวนรถเมล์ให้มากขึ้น รวมถึงเร่งสร้างรถไฟฟ้าเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน หากพรรคได้เป็นรัฐบาลประชาชนจะได้ใช้รถไฟฟ้าอย่างสะดวก ส่วนเรื่องภาษี คนกทม.ถือว่าจ่ายภาษีมากที่สุด แต่สิ่งที่ได้รับกลับด้อยที่สุด ดังนั้น ต้องทำเรื่องดังกล่าวให้ชัดเจน ทั้งนี้ ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์เป็นผู้บริหารประเทศและกทม. แต่ไม่สามารถเข้าไปดูและแก้ไขปัญหาได้ดีเท่าที่ควร
น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า พรรคจะกำหนดนโยบาย อาทิ ครอบครัวที่ประสงค์พักหนี้ และการเข้าถึงในการรักษาพยาบาล เพราะถือว่าเป็นการลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ ยกตัวอย่างเช่น บัตร 30 บาท รักษาทุกโรค ซึ่งจำเป็นที่ต้องทำให้กับประชาชน รวมถึงการปรับค่าแรงขั้นต่ำ นอกจากนี้ ต้องเพิ่มกำลังซื้อ ลดรายจ่ายสินค้าบางตัว เพื่อทำให้ระบบเศรษฐกิจของกทม.ดีขึ้น ต้องลดอาชญากรรมและอบายมุข เพราะวันนี้กทม. มีการแพร่ระบาดยาเสพติดสูงที่สุด ดังนั้น ต้องขจัดปัญหาดังกล่าวภายใน 12 เดือน ทั้งนี้ หน่วยงานของรัฐที่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ปราบยาเสพติด ต้องทำอย่างตรงไปตรงมา ช่วยผลักดันการแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง
นายธนา กล่าวว่า กทม.ได้รับรางวัลเป็นเมืองน่าท่องเที่ยวที่สุด 2 ปีซ้อน ในสมัยนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน และม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร เพราะเกิดจากความร่วมมือระหว่างรัฐบาลและกทม. ทั้งนี้ ที่ผ่านมาบ้านเมืองเกิดความไม่สงบ แต่ด้วยความทุ่มเทของกทม.และรัฐบาล ทำให้สามารถฟื้นฟูการท่องเที่ยวและทำให้นักทุนกลับมาลงทุนได้ตามเดิม นอกจากนี้ การจราจรพรรคมีนโยบายชัดเจนในการเซ็นต่อสัญญาเปิดสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน 500 กม. เพราะเรารู้ว่าอนาคตการจราจรในกทม.จะเป็นอัมพาต อีกทั้ง ตนเคยเป็นประธานสภากทม.มาก่อน ย่อมรู้ดีว่าคนกทม.รอรถไฟฟ้าต่อไปไม่ได้
อย่างไรก็ดี โครงการบำบัดน้ำเสีย หากทำได้จะใช้เวลา 10 ปีเศษๆ เพราะเป็นการลงทุนที่ใช้เงินจำนวนมาก วันนี้คนกทม.อยากดูแลเรื่องคุณภาพความปลอดภัยและยาเสพติด ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ทุกหน่วยงานมาบูรณาการแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ คงไม่สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากไม่ได้รับความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ รวมถึงภาคประชาชน และจากการทำงานร่วมกัน ได้มีการจับกุมยาเสพติดอย่างต่อเนื่องและขยายผลไปได้
@กทม.เหมือนสนามกีฬาสี แต่ละพรรคจะคืนความสุขให้กับคนกรุงเทพได้อย่างไร
นายธนา กล่าวว่า การทำให้บ้านเมืองกลับมาสงบสุขไม่มีการข่มขู่ ประชาชนสามารถทำได้ด้วยการเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน แต่หากความปรองดองแล้วมีเงื่อนไข ก็ไม่สมารถเดินหน้าปรองดองได้ ทั้งนี้ ยืนยันว่าพรรคไม่มีสี ไม่แบ่งขั้ว และพร้อมทำงานเพื่อส่วนร่วมทุกคน ไม่ว่าจะมีความเห็นอย่างไร นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ เคารพทุกความเห็น ทั้งนี้ พรรคจะบริหารด้วยการยึดนิติรัฐและนิติธรรม ไม่ว่าอะไรต้องยึดถือประโยชน์ประเทศเป็นที่ตั้ง
น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถือเป็นผู้ที่นำธงพรรคไปสู่ความปรองดอง เมื่อเข้าสู่ความปรองดองที่เป็นรูปธรรม ก็ต้องมีการบริหารประเทศที่ดี ดังนั้น พรรคเน้นเรื่องการเข้าใจกันของทุกฝ่าย เน้นนิติรัฐและนิติธรรม ด้วยการใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม ไม่มี 2 มาตรฐาน ส่วนเรื่องคุณธรรมก็เป็นสิ่งสำคัญ บ้านเมืองเดินหน้าปรองดองได้ ต้องเน้นย้ำให้คนทำหน้าอย่างโปร่งใส ทั้งในเรื่องการบริหารราชการ นักการเมือง รวมถึงให้ประชาชนมีส่วนร่วม ทั้งนี้ พรรคมีความชัดเจนจะก้าวข้ามปัญหาและความขัดแย้งเพื่อนำไปสู่การแก้ไขที่นำมาสู่ความปรองดองของคนทั้งชาติไม่ใช่เพื่อใครคนใดคนหนึ่ง
นายกรพจน์ กล่าวว่า พรรคมีเจตนามุ่งมันคืนความสุขสู่ประชาชน และเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกพรรคต้องตระหนัก ดังนั้น แต่ละพรรคควรเลี่ยงความนุรนแรง การกล่าวหาซึ่งกันและกันว่าพรรคนั้นผิดหรือถูก ควรเสนอนโยบายให้ประชาชนได้ตัดสินใจ ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาไม่มีพรรคการเมืองใดสมบูรณ์แบบ ซึ่งแต่ละพรรคล้วนมุ่งมั่นแก้ไขปัญหา และเชื่อว่านักการเมืองที่มีความตั้งใจต้องลดละความขัดแย้ง รุนแรง สร้างสันติสุขกลับคืน ส่วนปัญหาเศรษฐกิจความเหลื่อมล้ำ ที่ประชาชนเรียกร้อง ไม่มีพรรคการเมืองไหนพูดถึง เพื่อไทยก็ไม่ตอบชัดเจน แต่พรรคชัดเจนก่อนเริ่มขบวนการหาเสียง ด้วยการยึดคติ รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ถึงจะก้าวข้ามคามขัดแย้งไปได้ เพื่อสร้างสรรค์เศรษฐกิจและประเทศไทย หากสามารถสร้างเศรษฐกิจทุกระดับให้ประชาชนทุกฝ่ายก็จะปรองดองกันได้
@งบกทม.ที่มีจำกัดแต่ละพรรคจะมีทางออกสำหรับการใช้พัฒนาพื้นที่แก้ไขปัญหากทม.อย่างไร
นายอนุดิษฐ์ กล่าวว่า ทำให้การจัดเก็บรายได้สูงขึ้น โดยพัฒนาสภาพความเป็นอยู่ของกทม. แก้ปัญหาเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ให้ประชาชนกินดีอยู่ดีเพื่อให้การจัดเก็บรายได้สูงขึ้นตาม ส่วนเรื่ื่องจะให้กทม.สามารถหารายได้เพิ่มเติมหรือไม่อยู่ที่นโยบายของผู้ว่ากทม.ว่าจะเป็นอย่างไร ทั้งนี้ต้องควบคู่ไปกับกับการใช้จ่ายงบประมาณทุกบาททุกสตางค์ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยไม่มีการทุจริตรั่วไหล
นายกรพจน์ กล่าวว่า กทม.เป็นเมืองที่เจริญที่สุด สามารถจัดเก็บรายได้ ส่วนมากให้กับประเทศ ซึ่งต้องพัฒนาการท่องเที่ยวเพราะมีนักท่องเที่ยวปีหนึ่งเกือบ 15 ล้านคน ซึ่งหากพัฒนาทำให้กทม.เป็นเมืองน่าท่องเทียวน่าอยู่ก็จะสามารรถจัดเก็บรายได้เพิ่มมากขึ้น อีกประเด็นอยู่ที่การว่าจะให้สิทธิกทม.สามารถสร้างรายได้มากกว่าที่เป็นอยู่หรือไม่ อย่างการออกพันธบัตร
นายธนา กล่าวว่า กทม.เป็นเมืองใหญ่มีสามารหารายได้คิดเป็น 80 % ของทั้งประเทศ แต่การได้รับการสนับสนุนคืนพื้นที่ยังน้อยกว่าที่สร้างรายได้ ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ มีแนวคิดที่จะเพิ่มสัดส่วนการกระจายรายได้ให้กับกทม. อีกทั้ง กทม.มีกฎหมายที่สร้างออกพันธบัตร แต่ขณะนี้ขาดเรื่องความพร้อม นอกจากนี้การสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจเอกชนทั้งการลงทุนการท่องเที่ยวก็จะสามารถสร้างรายได้กลับเข้ามา
@การเลือกตั้งครั้งนี้ควรจะได้ นายกฯหญิง หรือ นายกฯชาย แต่ละคนมีจุดแข็งอย่างไร ทำไมถึงต้องเลือก
นายธนา กล่าวว่า ในสภาพบ้านเมืองที่มีความขัดแย้งสูง นายกฯ อภิสิทธิ์ เคยผ่านการบริหารประเทศ 2 ปีครึ่งท่ามกลางปัญหารุมเร้าแต่ก็สามารถสร้างประโยชน์ให้ประเทศทำให้ให้คนไทย หลังจากการเลือกตั้งหากนายอภิสิทธิ์ได้เป็นนายกฯ คนไทยก็จะไม่ถูกข่มขู่ ประเทศจะไม่ถูกทำร้าย แต่จะสร้างความสมานฉันท์เดินไปข้างหน้า ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เป็นคนที่ไม่มีผลประโยชน์แอแฝงหรือทำเพื่อกลุ่มคนใดกลุ่มหนึ่งสองปีที่ผ่านมาสามารถพิสูจน์ได้ว่าไม่มีการทุจริตมีจิตใจมั่นคงเพื่อประโยชน์ประเทศ
นายอนุดิษฐ์ กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องเป็นนายกฯ หญิง เพราะผลงานในอดีตที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2544ตั้งแต่สมัยรัฐบาลไทยรักไทย ได้แก้ไขปัญหาหนี้สินของประเทศทำเพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งวันนี้ประชาชนมั่นใจในนโยบายของพรรคเพื่อไทยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์จะสามารถนำไปปฏิบัติให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศ
นายกรพจน์ กล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นนายกฯ หญิงหรือชาย ก็ต้องย้อนไปดูประวัติว่าพรรคหนึ่งอายุเก่าแก่ 60 ปี ผ่านร้อนผ่านหนาวมามีผลงานอย่างไร อีกพรรคอายุ 10 ปี ได้สร้างประโยชน์กับประเทศไว้อย่าไงร ซึ่งเป็นสิทธิที่ประชาชนจะเลือกคนเป็นนายกฯโดยดูรายละเอียด
@แต่ละพรรคอยากแก้ปัญหาอะไรเป็นอันดับแรกหากได้เป็นรัฐบาล
นายอนุดิษฐ์ กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาราคาข้าวยากหมากแพง ด้วยการสร้างความยุติธรรมให้เกิดในระดับต้นน้ำและปลายน้ำ ซึ่งผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือเกษตรกรเพราะเป็นต้นน้ำที่ขายสินค้าไม่ได้ราคา และผลกระทบตามมาคือผู้บริโภคที่อยู่ปลายน้ำที่ต้องซื้อสินค้าในราคาที่แพง ดังนั้น เมื่อพรรคได้เป็นรัฐบาลจะเข้าไปควบคุมกลไกระดับกลาง เพื่อควบคุมไม่ให้สินค้ามีราคาสูงขึ้น
นายกรพจน์ กล่าวว่า พรรคจะแก้ไขปัญหาค่าครองชีพ เพราะจากการลงพื้นในกทม.และต่างจังหวัด ประชาชนพูดกันเยอะว่ารัฐบาลไมได้เข้าไปแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เช่น ราคาน้ำประปาที่ขายอยู่ 8 สตางค์ แต่เมื่อบรรจุขวดขายอยู่ในราคา 10 บาท ทำให้ผู้ประกอบการกำไร 120 เท่า นอกจากนี้ นโยบายไข่ชั่งกิโล ที่ภาคการผลิตสามารถผลิตได้ 29.5 ล้านฟอง บริโภค 25 ล้านฟอง อุตสาหกรรมใช้ 1.5 ล้านฟอง และส่งออก 1 ล้านฟอง แต่เมื่อเกิดโรคระบาด ทำให้ภาคการผลิตลดน้อยลง ทำไมรัฐบาลถึงไม่เปิดให้นำเข้าไก่เสรีเพื่อทำให้ไข่ไก่ลดราคา ทำไมต้องเน้นไปช่วยเหลือผู้ประกอบการ นอกจากนี้ พรรคจะเข้าไปจัดการโรงงานภาคการผลิตสินค้าอุปโภคและบริโภค จะให้สินเชื่อพิเศษเพื่อดึงราคาการผลิตให้สูงขึ้น และดึงต้นทุนให้ถูกลงได้
นายธนา กล่าวว่า ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคเป็นเรื่องจำเป็นที่รัฐบาลต้องเข้าไปดูแล แต่สิ้นค้าทั่วไปเป็นการแข่งขันกันเอง ซึ่งประชาชนมีหน้าที่ในการเลือกบริโภค หากราคาแพงไปก็ไม่จำเป็นต้องซื้อ ส่วนไข่ชั่งกิโลเป็นทางเลือกของผู้ขาย เพื่อลดต้นทุนในการขาย ดังนั้น ที่กล่าวหามาเป็นเพียงวาทะกรรมทางการเมือง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลชุดปัจจุบันให้ความสำคัญในเรื่องยาเสพติด อีกทั้ง ได้รับความร่วมจากทุกภาคส่วน เช่น ทหาร ตำรวจ อส. และอปพร. มาร่วมกันช่วยป้องกัน ที่ส่วนใหญ่ถูกลอบเข้ามาตามแนวชายแดน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยืนยันว่าจะไม่จับผู้ค้าแค่ระดับปลาซิวปลาสร้อย แต่จะจับให้ถึงผู้ค้ารายใหญ่ให้หมดไป







