posttoday
พลังเงียบ ตัวแปรชี้ขาดเลือกตั้ง

พลังเงียบ ตัวแปรชี้ขาดเลือกตั้ง

30 มิถุนายน 2554

โค้งสุดท้าย...ก่อนถึงวันเลือกตั้ง แต่ละพรรคการเมืองเริ่มออกมาชิงจังหวะงัด

โค้งสุดท้าย...ก่อนถึงวันเลือกตั้ง แต่ละพรรคการเมืองเริ่มออกมาชิงจังหวะงัด

โดย...ทีมข่าวการเมือง

โค้งสุดท้าย...ก่อนถึงวันเลือกตั้ง แต่ละพรรคการเมืองเริ่มออกมาชิงจังหวะงัด “ไม้ตาย” เรียกคะแนนตามยุทธศาสตร์ทิ้งทวน

การขับเคี่ยวของ 2 พรรคใหญ่ ระหว่าง “ประชาธิปัตย์” และ “เพื่อไทย” เริ่มเห็นเค้าลางชัดเจนมากขึ้น ในช่วงเดือนกว่าเกือบ 2 เดือนที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ โพลหลายสำนักตอกย้ำว่า “เพื่อไทย” ทิ้งห่าง “ประชาธิปัตย์” หลุดลุ่ย!!!

ทว่า อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พร้อมแกนนำประชาธิปัตย์ ต่างออกมายืนกรานไม่เชื่อผลสำรวจที่ปรากฏ พร้อมย้ำในโพลของตัวเองที่คะแนนออกมา “สูสี” ที่ห่างไม่เกิน 20 เสียง

หลังก้าวเข้าสู่ 7 วันอันตราย คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขีดเส้นตายห้ามนำเสนอผลโพล เพื่อป้องกันการชี้นำ หรือสร้างผลทางจิตวิทยาต่อการลงคะแนนเสียง

“เพื่อไทย” และ “ประชาธิปัตย์” เปิดเกมไล่บี้กันเต็มที่ในห้วงเวลาสำคัญ เมื่อ 2 พรรคใหญ่ต่างรู้ว่าไม่อาจนิ่งนอนใจในกระแสโค้งสุดท้ายที่สามารถชี้เป็นชี้ตายต่อผลเลือกตั้ง

 

พลังเงียบ ตัวแปรชี้ขาดเลือกตั้ง

โดยเฉพาะ “ตัวแปร” สำคัญอย่างกลุ่มประชาชนที่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกพรรคใด ซึ่งมีจำนวนสูงมาก ชนิดที่หากเทไปทางฝั่งใดฝั่งหนึ่ง ย่อมส่งผลแพ้ชนะเลือกตั้งครั้งนี้ได้ทันที

จากผลสำรวจผ่านผลโพลของหลายสำนัก กลุ่มคนที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกพรรคใดสูงมากถึงกว่า 20% ในช่วงสุดท้ายก่อน กกต.สั่งห้ามเผยแพร่ผลโพล

ไล่ย้อนดูรายละเอียดก่อนหน้านั้น ผลสำรวจจากคน กทม.ผ่าน “กรุงเทพโพลล์” เมื่อวันที่ 20-22 พ.ค. พบว่ากลุ่มคนที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกใครสูงถึง 52% ขณะที่คนตัดสินใจแล้วว่าเลือก “เพื่อไทย” 25.8% เทียบกับประชาธิปัตย์ 14.7%

ถัดมา 2-9 มิ.ย. จาก “กรุงเทพโพลล์” กลุ่มคน กทม. ที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกพรรคใด ขยับลงมาอยู่ที่ 44.1% ขณะที่กลุ่มตัวอย่างตัดสินใจเลือก สส.บัญชีรายชื่อจากพรรคเพื่อไทย 33.6% เลือกประชาธิปัตย์ 17.4%

ถัดมา 16-22 มิ.ย. โค้งสุดท้ายก่อนห้ามเผยแพร่โพล กลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจเหลืออยู่ 22.1% กลุ่มที่เลือกเพื่อไทย 37.9% กลุ่มที่เลือกประชาธิปัตย์เหลือ 22.2%

ไม่เฉพาะในพื้นที่ กทม. แต่สอดรับกับทุกภูมิภาคทั่วประเทศที่ยังมีกลุ่มไม่ได้ตัดสินใจเลือกพรรคใดพรรคหนึ่งจำนวนใกล้เคียงกัน

นิด้าโพล เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ระบุว่า มีกลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกใคร 28.07% เลือกเพื่อไทย 29.51% เลือกประชาธิปัตย์ 17.4%

เอแบคโพลล์ เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ระบุว่า กลุ่มคนที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกใครสูงถึง 30.1% ขณะที่กลุ่มซึ่งตัดสินใจเลือกเพื่อไทยในระบบบัญชีรายชื่อ คิดเป็น 43.7% เลือกประชาธิปัตย์ 39.1%

เห็นตัวเลขชัดเจนอย่างนี้ ยิ่งตอกย้ำว่า “ตัวแปร” ชี้ขาดผลเลือกตั้งคือกลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกใคร เมื่อทั้งเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ต่างก็มีฐานเสียงที่ชัดเจนในแต่ละพื้นที่อยู่แล้ว

ยิ่งหากคำนวณจากผลโพล 30.1% ที่ยังไม่เลือกใคร คิดแล้วตกประมาณ 10 ล้านคน ขณะที่คะแนนทิ้งห่างระหว่างเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ ทิ้งห่างกันมากสุดแค่ 10% กว่า

ดังนั้น แม้ที่ผ่านมา “เพื่อไทย” ซึ่งออกตัวแรงแซง “ประชาธิปัตย์” ไปหลายช่วงตัว ทว่าหากกลุ่ม “ตัวแปร” นี้ตัดสินใจมาเลือกประชาธิปัตย์ ย่อมทำให้ประชาธิปัตย์พลิกมาชนะเลือกตั้งได้ไม่ยาก

ไม่แปลกที่ประชาธิปัตย์จะปิดเกมเร่งทำคะแนนด้วยการเล่นของแรงอย่างเรื่องการเผาบ้านเผาเมือง ตอกย้ำแผลที่เกิดจากคนเสื้อแดง รวมถึงสิ่งที่ตกค้างจากระบอบทักษิณ

ดังจะเห็นจากการปราศรัยที่ราชประสงค์ “ล้างพิษทักษิณ” และ “ดับไฟประเทศ ปฏิเสธความรุนแรง” และ “ผมจะทำงานให้กับพี่น้องประชาชนทุกคน แต่จะไม่ล้างผิดให้ใครคนใดคนหนึ่ง” รวมทั้งเป้าใหญ่อย่าง 4.6 หมื่นล้านบาท ที่ประชาธิปัตย์พยายามกระตุ้นให้เห็นว่าหาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เข้าสู่กระบวนการล้างผิด รัฐจะต้องเสียเงินจำนวนนี้

ทาง “เพื่อไทย” เองก็ไม่อาจยอมเสียฐานกลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกพรรคใดพรรคหนึ่งให้ไปสนับสนุนประชาธิปัตย์

ดังจะเห็นว่าที่ผ่านมาได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าไม่มีนโยบาย “นิรโทษกรรม” คืน 4.6 หมื่นล้านบาทให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อป้องกันคะแนนที่จะสวิงไปเลือกประชาธิปัตย์จากประเด็นเปราะบางเช่นนี้

พร้อมกันนี้ ยังพยายามก้าวข้าม “จุดอ่อน” ตรงนี้ไป ด้วยไม้เด็ดปราศรัยใหญ่ในวันที่ 1 ก.ค. ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน หัวหมาก ปิดท้ายการหาเสียงในหัวข้อ “วิสัยทัศน์ประเทศไทย 2020”

มองอนาคตในอีก 10 ปีข้างหน้า แทนที่จะมาย่ำอยู่กับที่ ซึ่งจะมีแต่ถูกโจมตีได้ง่าย โดยเฉพาะบาดแผลที่ผ่านๆ มา พร้อมกับมุ่งเน้นนโยบายของพรรคมีทั้งระยะสั้น กลาง และยาว เราจะก้าวข้ามปัญหาความขัดแย้งเพื่อให้คนไทยเห็นถึงอนาคตของประเทศข้างหน้า

กลุ่มผู้ที่ไม่ตัดสินใจเลือกใครในเวลานี้ จึงถือเป็นตัวแปรสำคัญที่แต่ละพรรคต้องช่วงชิงคะแนนตรงนี้ให้ได้ในไม่กี่วันที่เหลือ หากจะหวังชนะการเลือกตั้งเที่ยวนี้

 

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69