posttoday
อุตฯนุ่งห่มทิ้งไทยหนีขึ้นค่าจ้าง

อุตฯนุ่งห่มทิ้งไทยหนีขึ้นค่าจ้าง

27 มิถุนายน 2554

นโยบายขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำพ่นพิษ กลุ่มเครื่องนุ่งห่ม 5 ราย

นโยบายขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำพ่นพิษ กลุ่มเครื่องนุ่งห่ม 5 ราย

เตรียมแผนย้ายฐานการผลิตไปเวียดนาม ไทยสูญลงทุน 2,000 ล้านหนีการปรับค่าแรงสูงก้าวกระโดด คาดอาจกระทบยอดส่งออกไทยลดลง ถ้าในอนาคตผู้ผลิตย้ายออกไปมาก

นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มหลายรายเตรียมแผนขยายฐานการผลิต หรือย้ายโรงงานไปประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น โดยเฉพาะเวียดนาม กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว และบังกลาเทศ เพื่อเลี่ยงนโยบายของพรรคการเมืองและรัฐบาลชุดใหม่ที่เน้นการปรับเพิ่มค่าจ้างแบบก้าวกระโดด เช่น การขึ้นค่าจ้างเป็นวันละ 300 บาท เท่ากันหมดทุกจังหวัด เนื่องจากเป็นการเพิ่มภาระให้กับผู้ประกอบการกลุ่มนี้ เพราะหากยังดำเนินกิจการในไทยต่อไปก็จะยิ่งขาดทุนหนัก

ทั้งนี้ ล่าสุดพบว่ากลุ่มผู้ประกอบการเครื่องนุ่งห่ม 5 ราย อยู่ระหว่างการเจรจาการลงทุนในเวียดนาม มูลค่า 2,000 ล้านบาท เพราะค่าจ้างในเวียดนามเฉลี่ยวันละ 100 กว่าบาท ยังต่ำกว่าไทย 2-3 เท่าตัว เบื้องต้นมีการประเมินว่า 5 บริษัทที่ไปลงทุนในเวียดนามจะมีการจ้างคนงานเวียดนามรวม 2 หมื่นคน และสามารถสร้างรายได้จากการส่งออกเฉลี่ยปีละ 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะทำให้ยอดการส่งออกภาพรวมของไทยก็จะลดลงอย่างมหาศาล

“นักการเมืองไม่เข้าใจเกี่ยวกับการทำธุรกิจระดับเอสเอ็มอี การประกาศขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำแบบก้าวกระโดด จะยิ่งทำให้ธุรกิจปั่นป่วน เพราะโรงงานต้องเพิ่มค่าจ้างของกลุ่มแรงงานฝีมือและเจ้าหน้าที่ระดับที่สูงๆ ขึ้นไปให้มีส่วนต่างจากค่าจ้างขั้นต่ำอีกดังนั้นแนวทางการเตรียมตัวไปประเทศเพื่อนบ้านคงเป็นเรื่องที่ดีสุดสำหรับผู้ประกอบการในยามนี้ และลดบทบาทโรงงานในไทยหรือให้เหลือไว้เฉพาะสำนักงานใหญ่อย่างเดียว” นายวัลลภ กล่าว

อย่างไรก็ตาม แม้นโยบายพรรคการเมืองจะมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ เช่น ลดภาษีนิติบุคคล ก็คงไม่ช่วยอะไรแก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เพราะต้นทุนพุ่งสูงขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการขาดทุน และมีแนวโน้มจะอยู่ไม่ได้ เนื่องจากไม่รู้ว่าจะเอากำไรที่ไหนไปจ่ายภาษีขณะที่ผู้ประกอบการขนาดกลางหรือรายใหม่หลายรายไม่มีความพร้อมที่จะขยายฐานไปต่างประเทศ เนื่องจากจำเป็นต้องศึกษาลู่ทางตลาด ซึ่งต่างจากรายใหญ่ที่มีความต้องสามารถดำเนินการได้ทันที

ทั้งนี้ หากพรรคการเมืองต้องการเพิ่มค่าจ้างแบบก้าวกระโดดจริงๆ ส.อ.ท. ก็มีข้อเสนอให้เปิดเสรีค่าจ้าง เหมือนกับการเปิดเสรีทางการค้า โดยบริษัทใดจะใช้ค่าจ้างเท่าไรก็ได้แล้วให้แรงงานเป็นผู้เลือก หากรายใดให้ค่าจ้างที่สูงแรงงานก็สามารถไปทำงานที่นั้นได้เลย

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ