
ภท.คะมำสภาเลื่อนถกแก้รธน.
เกมการแก้รัฐธรรมนูญมาถึงนาทีนี้ต้องจับตาอย่ากะพริบ เพราะงานนี้อาจมีการพลิกนำไปสู่ประเด็นการขัดแย้งและแตกหักได้ในขณะนี้โดยเฉพาะในซีกของรัฐบาลด้วยกัน
ทั้งนี้ เนื่องจากกระแสความไม่พอใจของพรรคร่วมรัฐบาลต่อพรรคประชาธิปัตย์ และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ทวีมากขึ้นตามลำดับ ทั้งจากกรณีพรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยกับร่างแก้ไขของพรรคร่วมรัฐบาล ที่เสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในสองประเด็น คือ เรื่องมาตรา 190 เรื่องสนธิสัญญา กับเรื่องการแก้ระบบเลือกตั้ง กลับไปเป็นเขตเดียวเบอร์เดียว และล่าสุดเรื่องการที่รัฐบาลเตรียมตัดงบโครงการถนนไร้ฝุ่น ซึ่งเป็นที่รับรู้ว่าเป็นโครงการของพรรคภูมิใจไทย
อุณหภูมิความขัดแย้งดังกล่าวทำให้เมื่อวันที่ 10 ก.พ. มีความเคลื่อนไหวจากพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทย ที่มี
“เนวิน ชิดชอบ” เป็นเจ้าของพรรคตัวจริงเสนอเกมแตกหัก เพื่อโดดเดี่ยวพรรคประชาธิปัตย์ทันทีข้อเสนอของพรรคภูมิใจไทย ที่ส่งไปยังพรรคร่วมรัฐบาล 5 พรรคที่ร่วมลงชื่อเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือ ในการประชุมรัฐสภาในวันที่ 11 ก.พ.นี้ ให้มีการเลื่อนระเบียบวาระเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้นมาพิจารณาเป็นลำดับแรก โดยให้รวมญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งสองญัตติเข้าด้วยกัน คือ ร่างของพรรคร่วมรัฐบาล 5 พรรค กับร่างคณะกรรมการประชาชนเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 (คพปร.) ของภาคประชาชนภายใต้การนำของ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำแนวร่วมประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (นปช.เก่า) ที่เสนอให้มีการนำร่างรัฐธรรมนูญปี 2540 กลับมาใช้ใหม่
จากนั้นในขั้นโหวตรับหลักการวาระที่ 1 ให้ทุกพรรคโหวตรับหลักการโดยให้พิจารณารวมกันทั้งสองร่าง แต่มีเงื่อนไขว่าจะต้องไม่แก้ไขเรื่องการนิรโทษกรรม แล้วให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณาภายใน 180 วัน หรือ 6 เดือน จากนั้นให้นำร่างรัฐธรรมนูญที่คณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้วไปทำประชามติ
“
เราต้องทำอย่างนี้ เพราะหากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องทำให้เป็นระบบไปเลย และหากพรรคประชาธิปัตย์ต้องการให้พันธมิตรฯ เป็นตัวแทนให้ส่งเข้ามาเป็นกรรมาธิการ ใครมีอะไรก็ให้ไปว่ากัน หรือสู้กันในกรรมาธิการ จะได้จบ ไม่อย่างนั้นประเทศก็มีปัญหา แต่ทั้งหมดต้องมีข้อแม้ว่าไม่มีการแก้เรื่องนิรโทษกรรม หากมีการเสนอมาก็ไม่รับ” แกนนำพรรคภูมิใจไทยอธิบายนอกจากนี้ แกนนำพรรคภูมิใจไทยมั่นใจว่า หากเป็นไปตามนี้ โอกาสที่จะได้เสียง 312 เสียง ในขั้นรับหลักการในวาระที่ 1 คงไม่มีปัญหา เพราะพรรคเพื่อไทยคงเอาด้วย และเมื่อบวกกับเสียงสว.บางส่วน เสียงสนับสนุนก็น่าจะเพียงพอ
อย่างไรก็ตาม ถ้าหากพรรคเพื่อไทยไม่เอากับแนวทางดังกล่าว ก็คงทำให้แนวร่วมที่รักประชาธิปไตยบางส่วนต้องแยกออกจากเสื้อแดง เพราะเท่ากับว่าพรรคเพื่อไทยต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อทักษิณอย่างเดียว
“
แผนการนี้เรียกว่าแยกมวลชนที่รักประชาธิปไตยตัวจริงเสียงจริงกับกลุ่มที่เคลื่อนไหวเพื่อช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ออกจากกัน ซึ่งจะเป็นผลดีที่จะทำให้เสื้อแดงอ่อนกำลังลง” แกนนำพรรคภูมิใจไทยกล่าวอย่างมั่นใจทว่าข้อเสนอพรรคภูมิใจไทย ทำให้พรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคชาติไทยพัฒนา เพื่อแผ่นดิน และกิจสังคม บ่ายเบี่ยงไม่ตอบรับ พร้อมเสนอให้เลื่อนการพิจารณาเรื่องรัฐธรรมนูญออกไปก่อน
แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนาเห็นว่ายังไม่ควรแตกหักกับรัฐบาลในตอนนี้ และควรจะให้รัฐบาลนำเรื่องสนธิสัญญา 6 ฉบับ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ขึ้นมาพิจารณาก่อน เพราะถ้าเอาเรื่องรัฐธรรมนูญมาพิจารณาก่อนจะทำให้ถูกโจมตีได้ว่าทำแต่ประโยชน์ของนักการเมืองมากกว่าเรื่องของชาติ
“
ถ้าพิจารณาเรื่องสนธิสัญญาก่อน จะทำให้เราอธิบายสังคมได้ว่าเราเห็นแก่ประโยชน์ประเทศ ในขณะเดียวกันจะชี้ให้เห็นว่าการนำเรื่องสนธิสัญญาเข้ามาพิจารณาในสภามีข้อดีข้อเสียอย่างไรเพื่อที่จะได้เป็นเหตุผลในการแก้รัฐธรรมนูญในมาตราดังกล่าวด้วย” แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนากล่าวขณะที่นพ.อลงกต มณีกาศ สส.นครพนม พรรคเพื่อแผ่นดิน รองประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า สาเหตุที่จะพิจารณากรอบข้อตกลงระหว่างประเทศก่อน เพราะไม่ต้องการให้เกิดการเผชิญหน้ากันในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงขอให้นำญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญไปพิจารณาในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาครั้งหน้า
ทั้งนี้ในที่สุดข้อเสนอของพรรคภูมิใจไทยก็ต้องพักไว้ชั่วคราว โดยในการประชุมรัฐสภาในวัน 11 ก.พ. จะไม่มีการเลื่อนรัฐธรรมนูญขึ้นมาพิจารณาแต่อย่างใด







