posttoday
นโยบายสนามบินในม่านหมอก!!!

นโยบายสนามบินในม่านหมอก!!!

11 กุมภาพันธ์ 2553

การที่นายกรัฐมนตรีให้กระทรวงคมนาคม ศึกษาการใช้พื้นที่สนามบินดอนเมือง เหมือนเป็นสัญญาณที่ไม่ค่อยดีระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะแกนนำรัฐบาล กับพรรคภูมิใจไทย ที่กำกับดูแลกระทรวงคมนาคม

ในช่วงเริ่มต้นรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เคยประกาศว่าประเทศไทยจะต้องมีสนามบินเดียว (ซิงเกิลแอร์พอร์ต) ให้ทุกอย่างอยู่ในมือภูมิใจไทยเต็มที่ ทำให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) บริษัทในหน่วยงานกระทรวงคมนาคม เดินหน้าเสนอแผนพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 มูลค่า 7.6 หมื่นล้านบาท ให้ครม.พิจารณา

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สัญญาณเรื่องสนามบินเดียวเริ่มจะแปร่งๆ เมื่อนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงการขยายโครงข่ายรถไฟฟ้าโดยให้มีเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างแอร์พอร์ตลิงก์มาถึงดอนเมืองด้วย

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้เปิดโอกาสให้สายการบินภายในประเทศมาใช้สนามบินดอนเมืองได้ แต่เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายเป็นซิงเกิลแอร์พอร์ต จึงทำให้ไม่มีสายการบินใดย้ายมาใช้บริการมากนัก รวมถึงการบินไทยที่ย้ายการให้บริการเส้นทางในประเทศทั้งหมดกลับไปที่สนามบินสุวรรณภูมิ คงเหลือแต่สายการบินต้นทุนต่ำ หรือโลว์คอสต์แอร์ไลน์เท่านั้น

ขณะที่สายการบินไทยแอร์เอเชีย ซึ่งมีปริมาณผู้โดยสารปีละ 10 ล้านคน พร้อมที่จะย้ายมาใช้สนามบินดอนเมืองทันที หากรัฐบาลมีนโยบายเชื่อมสองสนามบินเข้าเป็นหนึ่งเดียว

นอกจากนี้ ปริมาณผู้โดยสารที่สนามบินดอนเมืองขณะนี้ปีละ 2.5 ล้านคน มีเที่ยวบิน 1,160 เที่ยวต่อปี ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้รองรับได้ปีละ 35 ล้านคน

นายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. กล่าวว่า ขณะนี้ทอท.มีแผนการใช้ประโยชน์พื้นที่ท่าอากาศยานดอนเมือง 6 กิจกรรม โดยใช้ข้อมูลจากผลการศึกษาของทอท.เอง ซึ่งครม.มีมติให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ไปศึกษารายละเอียดเชิงวิชาการในกรอบการศึกษาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิดอนเมือง และแนวทางการใช้ประโยชน์ ท่าอากาศยานดอนเมืองเพื่อให้ทอท.ใช้ประโยชน์ สร้างรายได้ ให้เลี้ยงตัวเองได้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการคัดเลือกเอกชนหรือผู้ประกอบการเข้ามาบริหารพื้นที่ ทั้ง 6 กิจกรรมที่ได้ศึกษาไว้

อย่างไรก็ตาม ในส่วนที่สศช.ศึกษานั้น ทอท.ได้ว่าจ้างองค์การการบินพลเรือน (ไอซีเอโอ) และสมาคมการเดินทางทางอากาศระหว่างประเทศ(ไออาตา) ศึกษา คาดว่าจะสรุปได้ภายในกลางปี 2553 จากนั้นทางกระทรวงคมนาคมจะนำข้อมูลทั้งหมดเสนอครม.รับทราบอีกครั้ง

“ระหว่างที่ไออาตาและไอซีเอโอ ศึกษาข้อมูลการใช้ประโยชน์สนามบิน ทอท.ก็จะเดินหน้าดำเนินการตามกิจกรรมที่ทอท. ได้ศึกษาไว้ก่อนหน้านี้ไปพร้อมๆ กัน” นายเสรีรัตน์ กล่าว

ด้านนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ข้อมูลที่ทอท.ว่าจ้างองค์การการบินพลเรือน (ไอซีเอโอ) และสมาคมการเดินทางทางอากาศระหว่างประเทศ (ไออาตา) ศึกษานั้น กระทรวงคมนาคมจะต้องนำมาพิจารณาความเหมาะสมและจำแนกประเด็นสำคัญๆ ก่อนเสนอครม.เศรษฐกิจให้รับทราบ อย่างไรก็ตาม กิจกรรมที่เพิ่มขึ้นภายในสนามบินดอนเมือง คือ ศูนย์ควบคุมการคมนาคมขนส่ง ของบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย (บวท.)

นายเสรีรัตน์ กล่าวว่า สำหรับการวางแผนการใช้ประโยชน์จากพื้นที่สนามบินดอนเมืองนั้น ประกอบด้วย 6 ด้าน คือ 1.โครงการซ่อมอากาศยาน คือ การซ่อมบำรุงแลนด์ดิ้งเกียร์ เพื่อบริการแก่อากาศยานขนาด 150 ที่นั่ง ที่ทำการบินในภูมิภาคนี้ 2.โครงการบริการจัดการอะไหล่ สำหรับซ่อมบำรุงอากาศยานของสายการบินต่าง ซึ่งจะช่วยให้สายการบินไม่จำเป็นต้องสำรองอะไหล่อากาศยานไว้ที่ตนเอง ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการสำรองเก็บรักษาอะไหล่ของสายการบิน

3.โครงการซ่อมบำรุงและดูแลอากาศยานขนาดเล็ก ให้บริการดูแลรักษาเครื่องยนต์อากาศยานขนาดเล็ก ตลอดจนตรวจสภาพความพร้อมของอากาศยานก่อนทำการบิน 4.โครงการศูนย์กลางการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งกำหนดให้เป็นพื้นที่ฟรีเทรดโซน โดย ทอท.จะขอให้กรมศุลกากร จัดทำพื้นที่อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศอาคาร 2 เป็นพื้นที่ปลอดภาษี เพื่อดึงเอกชนเข้ามาจัดนิทรรศการด้านการบิน ซึ่งนอกจากจะจัดนิทรรศการด้านการบินแล้ว ยังสามารถจัดนิทรรศการไอที และ รถยนต์ได้ โดยในส่วนนี้ จะให้ทางผู้จัดงานเป็นผู้ดำเนินการ 5.โครงการศูนย์ฝึกบินจำลอง ซึ่งปัจจุบันผู้ประกอบการจะต้องส่งบุคลากรไปเรียนที่ต่างประเทศทั้งฮ่องกง สิงคโปร์ และยุโรป ซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง และ 6.โครงการอาคารผู้โดยสารสำหรับอากาศยานส่วนบุคคล และ อากาศยานเช่าเหมาลำขนาดเล็ก หรือ ไพรเวทเจ็ท ทั้งนี้เบื้องต้นมีบางโครงการที่คาดว่าวงเงินลงทุนจะมากกว่า 1,000 ล้านบาท จะต้องเข้า พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 แต่คาดว่าจะสามารถดำเนินการโครงการได้แล้วเสร็จภายในปลายปี 2553 หรือต้นปี 2554 สำหรับโครงการไพรเวทเจ็ทนั้นได้เอกชนเข้ามาดำเนินการแล้ว ระยะเวลาสัมปทาน 5 ปี

สำหรับการพิจารณาการจัดลำดับความสำคัญโครงการลงทุนในสนามบินสุวรรณภูมิก่อนหน้านี้ได้มีการหารือกันว่า จะ สร้างอาคารเทียบเครื่องบินกลางและรันเวย์ที่ 3 ก่อน เนื่องจากอาคารเทียบเครื่องบินกลางรองรับผู้โดยสารได้ 15 ล้านคน ต่อไป ส่วนอาคารผู้โดยสารภายในประเทศรองรับผู้โดยสารได้ 20 ล้านคนต่อไป ทั้งนี้สาเหตุที่เลือกสร้างอาคารเทียบเครื่องบินกลางรองรับผู้โดยสาร เพราะเห็นว่าปริมาณผู้โดยสารในปี 52 มีเพียง 38 ล้านคนทั้งปี ทั้งๆ ที่อาคารผู้โดยสารปัจจุบันรองรับได้ทั้งสิ้น 45 ล้านคนต่อปี แม้ว่าในปีที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมากเฉลี่ยเพียงปีละ 42 ล้านคนเท่านั้น

“ก่อนหน้านี้ได้เปิดโอกาสให้สายการบิน ที่ต้องการย้ายกลับมาที่ดอนเมืองเลือกกลับมา แต่เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายเป็นซิงเกิลแอร์พอร์ต จึงไม่มีใครกล้า ขณะที่สายการบินไทยแอร์เอเชีย ซึ่งต้องการย้ายกลับมีปริมาณผู้โดยสารปีละ 10 ล้านคนพร้อมที่จะย้ายกลับหากรัฐบาลจะต้องการเชื่อม 2 สนามบินเข้าเป็นหนึ่งเดียว คาดว่า ต่อไปสนามบินดอนเมืองคงได้ต้อนรับสายการบินไทยแอร์เอเชียอย่างแน่นอน” แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าว กล่าวว่า ปริมาณผู้โดยสารที่สนามบินดอนเมืองขณะนี้ปีละ 2.5 ล้านคน มีเที่ยวบิน 1,160 เที่ยวต่อปี ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้รองรับได้ ปีละ 35 ล้านคน ดังนั้นหากสายการบินใดต้องการย้ายมาที่สนามบินดอนเมืองก็น่าจะจัดพื้นที่ให้บริการได้

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69