
สุเทพแฉชุดดำ-แดงฆ่าทหาร มาร์คให้ร่วมถอนพิษแม้ว
การปราศรัยที่ราชประสงค์ของพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.นั้น มีผู้มาร่วมฟังคับคั่ง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวปราศรัยพร้อมโชว์ภาพและคลิปวิดีโอประกอบ โดยระบุว่า ไม่มีคนตายแม้แต่คนเดียวที่แยกราชประสงค์ และไม่มีการปราบปรามโดยกองกำลังทหารจากกองทัพ
การปราศรัยที่ราชประสงค์ของพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.นั้น มีผู้มาร่วมฟังคับคั่ง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวปราศรัยพร้อมโชว์ภาพและคลิปวิดีโอประกอบ โดยระบุว่า ไม่มีคนตายแม้แต่คนเดียวที่แยกราชประสงค์ และไม่มีการปราบปรามโดยกองกำลังทหารจากกองทัพ
นายสุเทพ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นของการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงติดต่อกัน 68 วัน นับตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค.-19 พ.ค. 2553 มีการเสียชีวิตในหลายๆ เหตุการณ์ โดยเหตุการณ์แรกเกิดขึ้นที่บริเวณถนนราชดำเนิน ในวันที่ 10 เม.ย. มีผู้เสียชีวิต 26 คน เป็นทหาร 5 นาย พลเรือน 20 คน และผู้สื่อข่าวชาวญี่ปุ่น 1 คน ทั้งหมดเสียชีวิตโดยมีคนเสื้อดำสวมไอ้โม่งที่แฝงตัวมากับผู้ชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ฆ่าและทำร้ายทั้งสองฝ่าย ซึ่งกล้องวงจรปิดของ กทม. จับภาพกลุ่มคนเสื้อดำที่แฝงอยู่ในกลุ่มคนเสื้อแดงและเป็นการ์ด นปช.
“ขอย้ำว่า ประชาชน 20 คน และนักข่าวญี่ปุ่น 1 คน ที่เสียชีวิตเป็นไปในลักษณะเดียวกัน คือคนชุดดำเป็นคนยิง โดยมีการวางแผนร่วมกัน และทั้งหมดศาลรับฟ้องไว้แล้ว ซึ่งในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกลุ่มคนชุดดำเป็นคนยิง จากนั้นบางส่วนได้หนีออกจากพื้นที่ และมีบางส่วนถอดหัวไอ้โม่ง แล้วมาใส่เสื้อผ้าการ์ด นปช. พร้อมกับแย่งชิงอาวุธของเจ้าหน้าที่และยังนำมาก่อการร้าย”
ทั้งนี้ ระหว่างการปราศรัย นายสุเทพกล่าวด้วยเสียงสะอื้นพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้าอย่างเห็นได้ชัด
“ในวันนั้นผมอยากจะให้นายกฯ ลาออก หรือยุบสภา แต่นายกฯ ยังทำหน้าที่ต่อไป ซึ่งผมเห็นความปวดร้าวในสายตาของนายกฯ เพราะถ้าหากยุบสภา หรือลาออกไป บ้านเมืองจะยิ่งยุ่งเหยิงขึ้นไปอีก เพราะเห็นได้ชัดว่าในวันนั้นนายกฯ ได้แสดงภาวะการเป็นผู้นำ ด้วยการกล้ำกลืนอดทนให้คนประณามว่าเป็นนายกฯ มือเปื้อนเลือด เพื่อให้บ้านเมืองอยู่รอด
แม้ว่าในวันนั้นนายกฯ จะยุบสภา หรือลาออก คนหัวรุนแรงทั้งนายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จะยอมหรือไม่ แต่เชื่อว่าตราบใดที่แกนนำยังมีความต้องการโดยเฉพาะ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ยังไม่บรรลุวัตถุประสงค์ คือไม่ต้องการติดคุก ต้องการเงินคืน 4.6 หมื่นล้านบาท และต้องการกลับมามีอำนาจเหมือนเดิม” นายสุเทพ กล่าว
นายสุเทพ กล่าวต่อไปว่า นายกฯ เดินหน้าเรื่องการปรองดองมาตั้งแต่ต้น ยอมแม้แต่ยุบสภา เพียงขอเวลา 6 เดือนเพื่อเตรียมการเลือกตั้ง สำหรับกรณีการเสียชีวิต 6 ศพที่วัดปทุมวนารามฯ นั้น ไม่อยากจะกล่าวถึงเพราะจะเป็นการแทรกแซง เนื่องจากมีองค์กรกลางและคณะทำงานของนายคณิต ณ นคร กำลังพิสูจน์ตรวจสอบ
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จากเหตุการณ์รุนแรงเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2553 คืนนั้นเป็นคืนที่ร้องไห้อยู่นานมาก ในชีวิตการเมืองไม่ต้องการเห็นการสูญเสียของประชาชนคนไทยแม้แต่คนเดียว แต่มาเกิดขึ้นในยุคที่เป็นนายกฯ ซึ่งทบทวนแล้วไม่ว่าจะตัดสินใจอย่างไรจะต้องมีคนโกรธแค้นเป็นธรรมดา และจากคืนนั้นไม่ว่าจะตัดสินใจอย่างไรชีวิตไม่มีทางเหมือนเดิม
“ผมคิดไม่ตกว่าจะต้องทำอย่างไร แต่คนที่ให้สติคือภรรยาผม เขารู้ว่าชีวิตเขา ลูกเรา ไม่มีทางเหมือนเดิม ผมรู้สึกผิดเพราะอาสาตัวมาเข้าการเมือง วันนั้นเขาบอกกับผมอย่างเดียวว่าเหตุการณ์ที่เกิดถ้าเรามั่นใจว่าเราไม่ได้เป็นคนต้องการ หรือเป็นเงื่อนไขเกิดขึ้น ทางเดียวคือต้องแบกรับปัญหาและแก้ให้สำเร็จลุล่วงต่อไป ห้ามหนี ห้ามทิ้งปัญหา”
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การยัดเยียดว่าคนตายที่วัดปทุมวนารามฯ ผมสั่งฆ่า หรือรวมจำนวนแล้ว 91 คน เป็นธรรมหรือที่ว่าผมเป็นฆาตกรมือเปื้อนเลือด เหตุการณ์ทั้งหมดพวกเราทุกคนควรจะเสียใจ ควรจะคิดให้ทะลุ ก้าวพ้นตรงนี้ให้ได้อย่างไร การสร้างข้อเท็จจริงชุดใหม่มาใส่ร้ายผม หรือหลายๆ คน ควบคู่กันไปคือการที่เพื่อไทยพูดเรื่องนิรโทษกรรมคุณทักษิณ ผมต้องการให้พี่น้องเห็นชัดเจนว่าใครเหมาะสมที่จะมาปรองดองในบ้านนี้เมืองนี้
จากบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย คนเหล่านี้เขาพร้อมประนีประนอมจริงหรือไม่ การหลีกเลี่ยงกระบวนการปรองดองเมื่อเดือน เม.ย.พ.ค. ทำไมเขาถึงปฏิเสธ ทำไมนายใหญ่ของเขาจึงได้ปฏิเสธการประนีประนอมปรองดองที่ผ่านมา ผมเข้าใจ แต่ผมไม่สามารถนิรโทษกรรม คืนเงิน 4.6 หมื่นล้านให้คุณทักษิณ ถ้าผมหามาได้ด้วยตัวเองยินดีจะนำเงินไปให้เขาและยอมหยุดทำร้ายประเทศไทย แต่นี่ไม่ใช่เงินผม เป็นเงินประเทศ เงินประชาชน ผมไม่มีสิทธิเอาไปให้ ถ้าสำนึกผิดสังคมไทยก็พร้อมให้อภัย แต่ถ้ายังยืนยันว่าเมื่อใดก็ตามว่าศาลตัดสินถูกไม่มีปัญหา แต่มาบอกว่าตัดสินผิดอย่างนี้ยอมไม่ได้
นายอภิสิทธิ์ กล่าวรว่า วิธีก้าวพ้นความขัดแย้งปฏิเสธคนนิยมความรุนแรงและพร้อมจะขัดกฎหมาย ถ้าพี่น้องเลือกเบอร์สิบก็จะหาทางปรองดองบนความอดทนอดกลั้นที่สุด โอกาสนี้เป็นโอกาสดีที่สุดที่เราจะถอนพิษทักษิณออกจากประเทศไทย ถ้าพี่น้องคนไทยที่นิยมชมชอบสิ่งที่ทักษิณทำไว้ต้องแยกให้ออกระหว่างนโยบายกับตัวตนของทักษิณ สิ่งเดียวที่เป็นอาวุธคืออ้างประชาชนนิยม
“ถ้าอยากให้ถอนพิษทักษิณเด็ดขาดต้องเลือกประชาธิปัตย์มาเป็นที่หนึ่ง เกิน 250 เสียง แล้วเราจะได้ประกาศไปทั่วประเทศทั่วโลกประเทศไทยพร้อมเดินหน้ารักษาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และจะได้บอกว่าประเทศไทยเงินซื้อไม่ได้ คนไทยจะไม่ยอมให้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย คนไทยประกาศอิสรภาพจากความกลัวจากการข่มขู่แล้ว และประกาศให้รู้ว่าประเทศไทยไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง หรือคนสีใดสีหนึ่งแต่ต้องเป็นของคนทุกสี?
ผมมีโอกาสทำหน้าที่นายกฯ แค่สองปีเศษ ถ้าให้ความไว้วางใจอีก 4 ปีก็จะทำงานให้กับคนทุกคน ไม่ล้างผิดให้คนใดคนหนึ่ง ถ้าเลือกผมเข้าไปจะไม่เอาชีวิตของประชาชนมาเป็นของเล่นทางการเมืองอีกและไม่ใช่เฉพาะราชประสงค์ ต้องไม่มีพื้นที่ใดที่เอาชีวิตประชาชนมาเป็นของเล่นทางการเมืองอีก" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
‘เต้น’โต้‘สุเทพ’พูดเรื่องเดิมเพิ่มร้องไห้
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวตอบโต้การปราศรัยของนายสุเทพว่า เป็นความพยายามของพรรคประชาธิปัตย์ที่จะใช้ประเด็นนี้สร้างกระแสเพื่อให้ความนิยมในพรรคสูงขึ้น สิ่งที่ปราศรัยก็ไม่ปรากฏสาระหรือประเด็นข้อมูลที่เป็นเรื่องใหม่ และแต่ละประเด็นคนเสื้อแดงก็มีข้อมูลข้อเท็จจริงที่ชี้แจงต่อสังคมไปแล้ว
ทั้งนี้ ไม่น่าเชื่อว่าหลายคำพูดมาจากคนสำคัญของรัฐบาลอย่างนายสุเทพ นอกจากไม่รับผิดชอบความสูญเสียต่อประชาชนที่เกิดขึ้น คำบอกที่ว่าไม่มีใครตายที่ราชประสงค์ แต่จะตายที่ไหนก็ตาย เพราะข้อเท็จจริงคือมีสไนเปอร์มีกำลังทหารออกมา มีทหารยิงใส่ประชาชนหลายที่ นายสุเทพเป็นรองนายกฯ ไม่ใช่หัวหน้า รปภ.ของราชประสงค์
“คุณสุเทพเที่ยวนี้พูดเรื่องเดิมแต่เพิ่มร้องไห้แค่นั้นเอง และเราจะชี้แจงเท่าที่จำเป็น” นายณัฐวุฒิ กล่าว







