
กรุงไทยจ้างเจ้าของตลาดตามเก็บหนี้
“กรุงไทย” บุกตลาดสด ลุยปล่อยกู้ไมโครไฟแนนซ์ วางโมเดลใช้เจ้าของเป็นตัวกลางทวงหนี้ลดความเสี่ยง
“กรุงไทย” บุกตลาดสด ลุยปล่อยกู้ไมโครไฟแนนซ์ วางโมเดลใช้เจ้าของเป็นตัวกลางทวงหนี้ลดความเสี่ยง
หลังโครงการนำร่องประสบความสำเร็จ เล็งเปิดเพิ่มอีก 7 แห่งเร็วๆ นี้
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ขณะนี้ธนาคารได้เริ่มเดินหน้าปล่อยกู้สินเชื่อไมโครไฟแนนซ์ในกลุ่มตลาดสดไปแล้วเป็นวงเงินรวมหลายร้อยล้านบาท โดยใช้วิธีการเข้าไปทำสัญญากับเจ้าของตลาดเพื่อให้เป็นตัวกลางในการติดตามหนี้แลกเปลี่ยนกับการได้รับผลตอบแทนเป็นค่าบริหารจัดการ เนื่องจากโครงสร้างธุรกิจในรูปแบบนี้จะช่วยให้ธนาคารสามารถบริหารความเสี่ยงจากกลุ่มลูกค้าสินเชื่อรายย่อยซึ่งไม่มีหลักประกันได้
“เราได้ทดลองนำโมเดลข้างต้นเข้าไปใช้ในตลาดสดแล้ว 1 แห่งในโคราช ซึ่งประสบความสำเร็จดีมาก ปล่อยกู้ไปแล้วหลายร้อยล้าน และยังไม่มีหนี้เสียเลยเนื่องจากกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นพ่อค้าแม่ค้าซึ่งต้องค้าขายอยู่ในนั้นไม่ได้หนีไปไหน นอกจากนี้เรายังให้ดอกเบี้ยต่ำกว่าการกู้นอกระบบเยอะพอสมควร ทำให้มีความเสี่ยงต่ำ โดยคาดว่าในเร็วๆ นี้จะเปิดเพิ่มได้อีก 7 แห่ง” นายอภิศักดิ์ กล่าว
ในเบื้องต้นธนาคารจะมุ่งเน้นการปล่อยสินเชื่อไมโครไฟแนนซ์ไปที่กลุ่มตลาดสดซึ่งเป็นลูกค้าของธนาคารเป็นหลัก เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพและรู้ข้อมูลกันดี จากนั้นในระยะต่อไปจึงจะขยายไปยังกลุ่มแรงงานนอกระบบที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการศึกษารูปแบบที่สามารถรวมลูกค้ากลุ่มนี้เข้าไว้ด้วยกัน การดำเนินการนี้ทำเพื่อช่วยเหลือกลุ่มคนรากหญ้า
นายอภิศักดิ์ กล่าวว่า สัดส่วนของสินเชื่อไมโครไฟแนนซ์ของธนาคารในปัจจุบันยังมีขนาดเล็ก อย่างไรก็ตาม หากผลการดำเนินงานของกลุ่มสินเชื่อไมโครไฟแนนซ์มีการเติบโตดีและมีผลกำไรอยู่ในสัดส่วนที่น่าพอใจ ในอนาคตธนาคารอาจพิจารณาลงทุนด้านระบบและจำนวนคนเพื่อแยกฝ่ายการดูแลออกมาจากการดำเนินงานตามปกติ แต่ในขณะนี้ใช้วิธีการแยกบัญชีออกมาเพื่อให้รู้ว่าได้ปล่อยกู้ไปเท่าไหร่ และมีหนี้เสียอย่างไร“การปล่อยกู้ไมโครไฟแนนซ์ในไทยนั้นแตกต่างจากประเทศอื่นๆ เพราะเราไม่สามารถปล่อยกู้ได้ในทุกกลุ่มเหมือนบังคลาเทศที่คนรากหญ้าของเขาไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินได้เลย ขณะที่ไทยเองเรามีกองทุนหมู่บ้าน มีโครงการช่วยเหลือต่างๆจากภาครัฐอยู่แล้ว ดังนั้นจึงต้องเลือกเฉพาะในกลุ่มที่มีศักยภาพ เช่น กลุ่มตลาดสด เป็นต้น” นายอภิศักดิ์ กล่าว
นายอภิศักดิ์ กล่าวว่า สัดส่วนของสินเชื่อไมโครไฟแนนซ์ของธนาคารในปัจจุบันยังมีขนาดเล็ก อย่างไรก็ตาม หากผลการดำเนินงานของกลุ่มสินเชื่อไมโครไฟแนนซ์มีการเติบโตดีและมีผลกำไรอยู่ในสัดส่วนที่น่าพอใจ ในอนาคตธนาคารอาจมีการพิจารณาลงทุนด้านระบบและจำนวนคนเพื่อแยกฝ่ายการดูแลออกมาจากการดำเนินงานตามปกติ







