
การเลือกตั้งกับการลดความเหลื่อมล้ำ
ประเทศไทยได้เข้าสู่โหมดเลือกตั้งใหญ่อีกครั้ง
ประเทศไทยได้เข้าสู่โหมดเลือกตั้งใหญ่อีกครั้ง
โดย..ไชยันต์ ไชยพร
ประเด็นสำคัญที่สุดในการแข่งขันในยุคนี้คงหนีไม่พ้น “นโยบาย” ของแต่ละพรรค โดยเฉพาะเมื่อสังเกตป้ายหาเสียง จะพบว่าประกอบด้วยแนวนโยบายของพรรค ยิ่งเลือกตั้งครั้งนี้มีการแข่งขันทางนโยบายอย่างดุเดือดเข้มข้น จนถึงขนาดที่ผู้คนต้องเจอป้ายหาเสียแนวใหม่ ที่มีเฉพาะอักษรตัวโตๆ ชนิดที่ว่านำเสนอเฉพาะนโยบายของพรรคกันแบบเนื้อๆ
แน่นอนว่า ไฮไลต์ของการเลือกตั้งครั้งนี้คงหนีไม่พ้นการแข่งขันทางนโยบายของพรรคใหญ่สองพรรค เพื่อไทยกับประชาธิปัตย์ โดยทางฝั่งประชาธิปัตย์คราวนี้มาด้วยแคมเปญนโยบาย “เดินหน้าต่อไป ด้วยนโยบายเพื่อประชาชน” ที่นำเสนอนโยบายสำคัญ อย่างนโยบายเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ 25% ภายใน 2 ปี เพิ่มเงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา การเพิ่มเงินประกันรายได้ของเกษตรกร และเพิ่มการแจกโฉนดชุมชนในที่ดินของรัฐ ส่วนฝั่งเพื่อไทยหนนี้นำเสนอด้วยแคมเปญนโยบายอย่าง “ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ” หรือ “คิดใหม่ทำใหม่ เพื่อไทยทุกคนอีกครั้ง” ที่มีนโยบายชูโรงอย่างนโยบายบัตรเครดิตเกษตรกร ถมทะเลสร้างเมืองใหม่ เพิ่มเงินเดือนและค่าจ้างขั้นต่ำ และโครงการเพิ่มเงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาและแจกคอมพิวเตอร์พกพาให้กับนักเรียน
เมื่อพิจารณาดูแล้ว นอกจากนโยบายที่มุ่งไปที่การลดรายจ่ายของประชาชนเฉพาะหน้า กับโครงการสวัสดิการทางสังคมต่างๆ และโครงการอภิมหาโปรเจกต์ทั้งหลายแล้ว (ซึ่งแน่นอนว่าหลายนโยบายก็เป็นเรื่องที่ดี) ผู้เขียนมีข้อสงสัยประการหนึ่งว่า นโยบายที่สำคัญยิ่งสำหรับประเทศไทยในช่วงเวลานี้ โดยเฉพาะนโยบายที่มุ่งลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมทางสังคมนั้นหายไปไหน เมื่อผลการศึกษาของคณะกรรมการปฏิรูป (คปร.) ที่ตั้งขึ้นหลังเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองในเดือน พ.ค. ได้ข้อสรุปว่า สาเหตุที่ทำให้ประเทศไทยเกิดความวุ่นวายและความล้มเหลวในทุกด้านนั้น มีสาเหตุมาจากปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะปัญหาความเหลื่อมล้ำและความไม่เป็นธรรมของสังคม ซึ่งคณะกรรมการชุดดังกล่าวได้มีข้อเสนอให้มีการปฏิรูปโครงสร้างทางอำนาจและการปฏิรูปที่ดิน เพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำและความไม่เป็นธรรมในสังคมในระยะยาว
ยกตัวอย่างปัญหาด้านที่ดินของสังคมไทยผลการศึกษาสถานการณ์ด้านที่ดินของนักวิจัยทุกสำนักทั้งไทยและเทศให้ข้อสรุปตรงกันว่า ประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำด้านการถือครองที่ดินสูงมากประเทศหนึ่งของโลก ผลการวิจัยชิ้นหนึ่งชี้ว่า คนไทยจำนวนร้อยละ 10 เท่านั้นที่เป็นผู้ถือครองที่ดินมากกว่า 100 ไร่ ส่วนคนไทยที่เหลือร้อยละ 90 นั้นเป็นผู้ถือครองที่ดินน้อยกว่า 1 ไร่ หรือไม่มีที่ดินในการถือครองเลย ยิ่งไปกว่านั้น ที่ดินส่วนใหญ่ที่คนเพียงร้อยละ 10 ถือครองนั้น ยังถูกปล่อยร้าง ใช้ประโยชน์ไม่ถึงร้อยละ 50 ซึ่งปัญหาความเหลื่อมล้ำในการถือครองที่ดินในสังคมไทยถือเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำและความไม่เป็นธรรมในสังคมอีกหลายประการที่ตามมาไม่ว่าจะเป็นความเหลื่อมล้ำทางด้านรายได้ หรือความเหลื่อมล้ำในด้านของคุณภาพและความมั่นคงของชีวิต
เมื่อหันกลับมาดูนโยบายของพรรคการเมืองแต่ละพรรค นอกจากนโยบายแจกและเพิ่มกับนโยบายอภิมหาโปรเจกต์ข้างต้น หันมองไปทางไหนก็ยังไม่เห็นนโยบายที่เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะปัญหาที่ดินอย่างนโยบายปฏิรูปที่ดินเลยแม้แต่พรรคการเมืองเดียว
ไม่รู้ว่านโยบายปฏิรูปที่ดินนี้มันใช้หาเสียงได้ไม่ดี หรือว่าไปกระทบกับหม้อข้าวหม้อแกงของคนหาเสียงเข้า
(ส่วนหนึ่งของงานวิจัย ภายใต้โครงการพัฒนามหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2555 ความมั่นคงของมนุษย์ เรื่อง “การพัฒนาระบอบการเมืองประชาธิปไตยเพื่อความเป็นธรรมและเสมอภาคในกระแสการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย” (HS1068A) สนับสนุนโดย สกอ. ตุลาคม 2554-กันยายน 2555)







