
อยากให้นายกฯ ได้รับการยกย่องบ้าง
...พิชัย นริพทะพันธุ์
สัปดาห์นี้ เป็นวันแรกของคอลัมน์ เศรษฐกิจคิดต่างมุม เลยขอเริ่มด้วยการรับรางวัลของรัฐมนตรีหลายท่าน เริ่มจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคุณกรณ์ จาติกวณิช ที่ได้รับรางวัล Finance Ministerof the Year 2010 award จาก The Banker
เมื่อมาศึกษารายละเอียดของเหตุผลที่ได้รับรางวัลจะรู้สึกว่ามีประเด็นที่มีความเห็นต่าง เช่นเรื่องการนำเศรษฐกิจผ่านพ้นวิกฤตได้โดย The Banker ชมว่าได้ออกงบกระตุ้นเศรษฐกิจกว่า 6.12 หมื่นเหรียญสหรัฐ (กว่า 2 ล้านล้านบาท ไม่ทราบตัวเลขมาจากไหน) ซึ่งความจริงงบไทยเข้มแข็งที่มีงบรวม 1.43 ล้านล้านบาท ได้มีการเบิกจ่ายจริงในปี 2552 เพียง 2.6 หมื่นล้านบาท ดังนั้นการที่เศรษฐกิจฟื้นก็ไม่น่าจะมาจากงบกระตุ้นเศรษฐกิจไทยเข้มแข็ง แต่มาจากเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัว
นอกจากนี้ การที่บอกว่าท่านรัฐมนตรีสามารถควบคุมการขาดดุลงบประมาณให้อยู่ได้ที่ 4.6% ก็ไม่ได้ระบุว่ามาจากการที่ได้ขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันอย่างมโหฬารทำให้ประชาชนต้องใช้น้ำมันในราคาที่สูงกว่าตลาดโลกมาก และการเพิ่มภาษีน้ำมันก็ทำให้การเจริญเติบโตของประเทศต้องลดลงจากการที่ต้นทุนสินค้าและต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น และยังมีการเพิ่มภาษีเหล้า บุหรี่ อีกเป็นจำนวนมาก
การที่บอกว่าท่านรัฐมนตรีได้ทำให้โครงสร้างรายได้ประชาชาติมีการกระจายมากขึ้นโดยลดการพึ่งพาการส่งออกลงและเพิ่มการบริโภคภายในก็ไม่น่าจะใช่ เป็นเพราะยอดการส่งออกได้ลดลงอย่างมาก เมื่อเทียบกับการบริโภคในประเทศที่ลดลงเลยดูเหมือนมีการพึ่งพาการส่งออกลดลง ความจริงก็คือถ้าหากวิเคราะห์ในโครงสร้างของรายได้ประชาชาติแล้ว ก็จะพบว่ารายได้ประชาชาติได้ติดลบถึงสามไตรมาสติดต่อกันยกเว้นไตรมาสสุดท้ายที่ได้รับอานิสงส์จากฐานที่ต่ำ ดังนั้นการบริโภคภายในประเทศก็ไม่ได้เพิ่มขึ้น แต่เป็นการลดลงอย่างมากของการส่งออกมากกว่า
การที่เศรษฐกิจปี 2552 เติบโตติดลบประมาณ3.5% (ตัวเลขของ The Banker) นั้น ปรากฏว่าเป็นการเจริญเติบโตที่แย่ที่สุดในภูมิภาคนี้ แต่สิ่งที่ The Banker ตั้งใจจะชมมากที่สุดก็คงเป็นเรื่องที่อนุญาตให้ชาวต่างชาติเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือเป็นเจ้าของธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย เป็นความหวังมานานของคนต่างชาติ ก็คงได้แต่หวังว่าระบบธนาคารพาณิชย์ไทยในอนาคตจะไม่ถูกครอบงำโดยต่างชาติทั้งหมด
ส่วนเรื่องที่ท่านรัฐมนตรีได้มีการปรับปรุงระบบตลาดหลักทรัพย์ให้สามารถที่จะเชื่อมต่อกับตลาดหลักทรัพย์อื่นๆ ในอาเซียนได้นั้นต้องเรียกว่าเป็นสิ่งดีและควรยกย่องโดยที่ท่านรัฐมนตรีมีพื้นฐานและมีความรู้ความชำนาญมาก่อนจึงไม่น่าจะมีปัญหา
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผู้เขียนเองก็ไม่เห็นด้วยในเหตุผลแต่ด้วยความเป็นคนไทย ก็ควรพัฒนาจิตใจให้มีมุทิตาจิต ดีใจเมื่อผู้อื่นได้ดี การที่คนไทยได้รับการยกย่องโดยเป็นที่ยอมรับของต่างประเทศ คนไทยทุกคนก็ควรจะดีใจภูมิใจและให้การสนับสนุน จึงขออวยพรให้ท่านรัฐมนตรีสามารถปรับเปลี่ยนวิธีทำงาน ทำผลงานในปีนี้ให้เป็นที่ยอมรับของคนไทยให้สมกับหนังสือพิมพ์ต่างประเทศที่ชมเชยไว้ มิใช่ต่างประเทศให้รางวัลแต่ผลสำรวจในประเทศกลับถูกจัดอยู่ที่โหล่โดยให้คะแนนเท่ากับกระทรวงต่างประเทศโดยอ้างอิงจากผลสำรวจของสวนดุสิตโพล และก็เป็นสิ่งดีที่ท่านรัฐมนตีเองถ่อมตัวและยังยอมรับว่าการได้รับรางวัลดังกล่าวเป็นการเร็วเกินไปเพราะมาตรการต่างๆ ที่ได้รับการชมเชยยังไม่ได้มีผลในการปฏิบัติเลย
คนที่สองคงต้องเป็น รัฐมนตรีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมคนเก่ง คุณสุวิทย์ คุณกิตติ ที่ได้รางวัล เกียรติยศ J PAUL GETTY AWARDS จากสถาบันระดับโลกอย่าง WWF (World Wildlife Foundation) จากการที่เป็นนักอนุรักษ์ดีเด่น คงไม่มีอะไรเป็นที่กังขา เพราะเป็นรางวัลที่ไม่ได้ให้กับใครมากนัก และผ่านการคัดสรรอย่างเข้มงวด ที่ให้มาตั้งแต่ ค.ศ. 1974 จึงขอแสดงความยินดีอย่างสุดซึ้ง
เมื่อรัฐมนตรีต่างๆ ได้รับการยกย่องแล้วผู้เขียนเองก็อยากที่จะให้นายกรัฐมนตรีได้รับการยกย่องบ้าง โดยถ้าหากท่านนายกฯ จะเริ่มทำเรื่องใดเรื่องหนึ่งในสามเรื่องที่ถูกปรามาสมาโดยตลอดนี้ คือ การแก้รัฐธรรมนูญ การดำเนินคดีเรื่องปิดสนามบิน และหวยออนไลน์ ผู้เขียนเชื่อว่าท่านจะได้รับความยกย่องอย่างแน่นอน
อาทิตย์หน้าจะมีมุมมองทางเศรษฐกิจเพิ่มเติมครับ







