
รุมต้านตรึงน้ำมัน
ปตท.จับมือค่ายน้ำมันมาเลย์ อินโดฯ กระทุ้งรัฐบาลเลิกอุดหนุนราคาน้ำมัน ก๊าซ ฟากนักวิชาการผสมโรง ต้านกู้เงินโปะกองทุนน้ำมันฯ
ปตท.จับมือค่ายน้ำมันมาเลย์ อินโดฯ กระทุ้งรัฐบาลเลิกอุดหนุนราคาน้ำมัน ก๊าซ ฟากนักวิชาการผสมโรง ต้านกู้เงินโปะกองทุนน้ำมันฯ
นายณัฐชาติ จารุจินดา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลยุทธ์องค์กร บริษัท ปตท. เปิดเผยว่า จากการหารือในการประชุม WEF ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ประเทศอินโดนีเซียกับซีอีโอกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซยักษ์ใหญ่ของโลก เช่น เชฟรอน เชลล์ และปิโตรนาส เห็นตรงกันว่า ในอนาคตเพื่อการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ควรลดหรือเลิกชดเชยราคาน้ำมันและก๊าซ
ทั้งนี้ได้มีการรวมกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซ จาก 3 ชาติ คือ ไทย มาเลเซีย และ อินโดนีเซีย หารือแนวทางการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะพลังงานจากฟอสซิสให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูล ซึ่งกันและกัน เพื่อนำไปสู่การลดการใช้พลังงาน
“การยกเลิกชดเชยราคาน้ำมันหรือก๊าซเป็นเรื่องยาก เนื่องจากกระทบต่อความเดือดร้อนของประชาชนและเศรษฐกิจ ซึ่งก็ควรให้ชดเชยเฉพาะกลุ่มเป็นคูปองแก่ภาคขนส่งและประมง เป็นต้น”
ทั้งนี้มาตรการจูงใจสำหรับการลงทุนพลังงานทดแทนได้มีการรวมกันหารือ 3 ชาติ ที่วางเป้าหมายไว้ว่าในอีก 10 ปีข้างหน้าจะต้องเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทนที่มาจากพืชพลังงาน มันสำปะหลัง อ้อย ที่ไทยมีศักยภาพผลิตเอธานอล หรือ ปาล์ม ที่ประเทศอินโดนิเซียและมาเลเซียมีศักยภาพผลิตไบโอดีเซล ต้องเพิ่มสัดส่วนขึ้นอย่างน้อย 1520%
นายณัฐชาติ กล่าว
ด้านนายมนูญ ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำมัน กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการกู้เงินมาดูแลราคาพลังงาน แต่คงไม่สามารถเลี่ยงได้ เพราะนโยบายพรรคการเมืองประกาศจะตรึงราคาต่อ โดยผู้เดือดร้อนมากที่สุด คือ คนใช้เบนซิน ***ทั้งนี้ผู้ใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ 95 และ 91 ยกเว้นแก๊สโซฮอล์อี 85 และอี 20ที่ยังได้รับการชดเชยราอยู่ จะเป็นผู้ที่รับภาระดังกล่าวมากสุด ใน 3 ด้านคือ 1. ไม่ได้รับการดูแลตรึงราคาจากรัฐ 2. ค่าการตลาดสูงกว่าปกติเพราะผู้ค้าน้ำมันยังขาดทุนจากค่าการตลาดน้ำมันดีเซล จำเป็นต้องดึงค่าการตลาดของเบนซินให้สูงไว้เพื่อชดเชย ดังนั้นจึงเห็นว่าราคาเบนซินบางครั้งไม่ควรจะปรับก็ต้องปรับขึ้น และ 3. เมื่อมีการกู้เงินตรึงดีเซล หากช่วงใดที่ราคาน้ำมันโลกปรับลด แต่ราคาดีเซลในประเทศจะไม่ปรับลดราคาทันทีหรือปรับลดไม่มาก เพื่อทยอยเรียกเก็บเงินคืนกองทุนน้ำมันฯมาใช้หนี้คืนซึ่งอดีตก็ทำเช่นนี้ไม่สามารถแยกบัญชีเบนซินดีเซลและเบนซินได้
**การแก้ปัญหาในเรื่องนี้คงต้องเลือกวิธีการกู้เงินเป็นทางออกไว้ก่อน เพราะผมไม่เชื่อว่าคลังจะยอมลดภาษีสรรพสามิตดีเซลอีกเนื่องจากเป็นรายได้หลักของรัฐบาลและทุกพรรคการเมืองก็หาเสียงกับการตรึงราคาพลังงานไว้ ซึ่งไม่มีพรรคไหนเลยที่ตอบคำถามได้ว่าเมื่อสิ้นสุด มาตรการลดภาษีสรรพสามิตดีเซลเดือนก.ย. 2554 แล้วหลังจากนั้นจะเอาเงินจากไหนมาดูแลต่อไปอีก อย่างไรก็ตามรัฐบาลควรขยับเพดานการตรึงราคาดีเซลไม่เกิน 30 บาท/ลิตร เป็น 3132 บาท/ลิตรก็ได้ เพราะปัจจุบันคนใช้ดีเซลมีทางเลือกอื่นๆคือก๊าซเอ็นจีวีในขณะที่ผู้ใช้เบนซินไม่มี
นายเทียนไชย จงพีร์เพียร นักวิชาการด้านพลังงาน กล่าวว่า ปัจจุบันกลุ่มผู้ใช้เบนซินไม่ได้หมายถึงคนมีฐานะอย่างเดียว แต่รวมไปถึงผู้ใช้รถมอเตอร์ไซค์ด้วย รัฐบาลต้องมองให้รอบด้าน เพราะในอนาคตราคาน้ำมันตลาดโลกไม่น่าจะต่ำกว่า 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ถือเป็นความเสี่ยงหากจะใช้นโยบายตรึงราคาต่อไป เพราะเวลานี้โครงสร้างราคาน้ำมันก็บิดเบือนไปมาก







