posttoday
เงินนอกทิ้งไทย7.4หมื่นล้าน

เงินนอกทิ้งไทย7.4หมื่นล้าน

11 มิถุนายน 2554

ธปท.ชี้เทขายหุ้นยันตราสารหนี้หนักแต่ไม่ระคายค่าเงินบาท

ธปท.ชี้เทขายหุ้นยันตราสารหนี้หนักแต่ไม่ระคายค่าเงินบาท

ต่างชาติเทขายขายหุ้นพันธบัตร ช่วงเดือน พ.ค.ไปแล้ว 7.4 หมื่นล้านบาท ห่วงสถานการณ์การเมืองของไทย

นางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สรุปสถานการณ์ค่าเงินบาทและแนวโน้มเงินทุนไหลเข้าว่า นักลงทุนต่างชาติกังวลต่อสถานการณ์ทางการเมืองของไทยหลังการเลือกตั้งว่าจะยังไม่นิ่ง ไม่ชัดเจน ทำให้นักลงทุนต่างชาติต่างทยอยลดการลงทุนในสินทรัพย์ไทย ทั้งในรูปของการขายหุ้นและตราสารหนี้จำนวนมาก

นางผ่องเพ็ญ กล่าวว่า ช่วงเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา เดือนเดียวมีการลดการลงทุนและนำเงินทุนไหลออก รวมแล้วประมาณ 7.4 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นการขายพันธบัตรในตลาดตราสารหนี้ 5.7 หมื่นล้านบาท และขายหุ้น 1.7 หมื่นล้านบาท

“เราเข้าใจว่านักลงทุนต่างชาติ เขาคงกังวลการเมืองหลังการเลือกตั้งอาจจะไม่นิ่ง ไม่ชัดเจน จึงมีการขายออกทั้งในตลาดหุ้นและพันธบัตร เพื่อออกไปตั้งหลักดูก่อน แต่การออกไปของต่างชาติก็ยังไม่น่าห่วง เนื่องจากเงินทุนที่มีการขายนั้น ยังไม่ได้มีการนำออกจากไทยทั้งหมด นำออกไปเพียง 1,000 กว่าล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3 หมื่นกว่าล้านบาทเท่านั้น” นางผ่องเพ็ญ กล่าว

ผู้บริหาร ธปท.ประเมินว่า สถานการณ์ความกังวลของต่างชาติที่มีการนำเงินออกไปน่าจะเกิดเพียงชั่วคราว หลังการเลือกตั้งมีความชัดเจนขึ้นก็น่าจะกลับมาเหมือนเดิม

นางผ่องเพ็ญ กล่าวว่า แต่การไหลออกของเงินทุนในสถานการณ์ดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบต่อค่าเงินบาทมากนัก เพราะเงินเข้าออกค่อนข้างสมดุล ถึงนักลงทุนต่างชาติจะนำเงินออก แต่ก็มีการนำเข้าในระดับสูงโดยเฉพาะการนำเข้าน้ำมันที่มีราคาสูงขึ้น จึงไม่กระทบค่าเงินบาทและภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง โดยค่าเงินบาทยังอยู่ในระดับสมดุลที่ระดับ 3031 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ถือเป็นระดับที่เหมาะสมกับพื้นฐานเศรษฐกิจไทย

“ธปท.คาดว่าค่าเงินบาทในช่วงครึ่งปีหลังของปีจะยังเคลื่อนไหวใน 2 ทิศทางต่อไป ไม่ได้อ่อนค่าหรือแข็งค่ามากเกินไป อย่างไรก็ตามที่ต้องให้ความสำคัญคือการไหลเข้าออกของเงินทุนจะยังไหลเข้าเร็วและออกเร็วต่อไปจนกว่าปัจจัยความไม่แน่นอนต่างๆ ทั้งในและนอกประเทศจะปรับดีขึ้น” นางผ่องเพ็ญ ประเมิน

ทั้งนี้ จากต้นปีมาถึงขณะนี้ ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงมาแล้ว 0.8% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน หรือจากระดับ 30.15 เหรียญสหรัฐในต้นปี มาอยู่ที่ระดับ 30.39 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ปัจจัยโดยรวมที่มีผลทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นยังมีน้อย ยกเว้นการเกินดุลบัญชีเดินสะพัด

สำหรับฐานะทุนสำรองระหว่างประเทศงวดวันที่ 3 มิ.ย. อยู่ที่ระดับ 1.869 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 700 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 2.1 หมื่นล้านบาท

 

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน