
ปชป.ย้อน"จาตุรนต์"หวั่นกระบวนการป่วนหลังเลือกตั้ง
ปชป. ย้อน จาตุรนต์ เปิด 3 สูตรจัดตั้งรัฐบาล เพราะห่วงกระบวนการป่วน ไม่ยอมรับผลเลือกตั้ง
ปชป. ย้อน จาตุรนต์ เปิด 3 สูตรจัดตั้งรัฐบาล เพราะห่วงกระบวนการป่วน ไม่ยอมรับผลเลือกตั้ง
นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้เป็นตัวแทนพรรค ไปร่วมเสวนาเวทีต่างประเทศ หัวข้อ“ประเทศไทยจะฟื้นคืนความเป็นผู้นำระบบประชาธิปไตยในภูมิภาคเอเชียได้อย่างไร” ร่วมกับ นายจาตุรนต์ ฉายแสง จากพรรคเพื่อไทย รวมทั้งนักวิชาการอาทิ นายโคทม อารียา และนายสมชาย หอมละออ ต่อสายตาองค์กรระหว่างหว่างประเทศและสื่อมวลชนต่างประเทศ ซึ่งนายจาตุรนต์ ได้เผย 3 สูตรตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง คือ 1.พรรคเพื่อไทยได้เสียงข้างมากและได้จัดตั้งรัฐบาล 2.พรรคเพื่อไทยได้คะแนนเสียงอันดับ 1 และตั้งรัฐบาลผสมได้สำเร็จ และ 3. พรรคเพื่อไทยได้เสียงอันดับ 1 แต่จัดตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จ เพราะมีอำนาจอื่น และประชาชนจะไม่ยอมรับ และเกิดความวุ่นวาย
นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า นายกฯและรัฐบาลย่อมมาจากพรรคที่รวบรวมเสียงข้างมากในสภาได้ ซึ่งพร้อมที่จะตกลงในการให้พรรคที่ได้คะแนนเสียงอันดับที่ 1 แต่ที่วิตกคือเหตุการณ์ที่อาจไม่เป็นไปในวิถีทางประชาธิปไตยบางกรณี จากการเคลื่อนไหวทางการเมือง เพื่อไม่ยอมรับผลเลือกตั้งในกรณีที่ไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมาก
น.พ.บุรณัชย์ กล่าวว่า มองการตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งเป็นไปได้มี 4 ลักษณะ ได้แก่ 1.พรรคประชาธิปัตย์ ได้เสียงอันดับ 1 และสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่ยังเกิดความวุ่นวายจากกลุ่มเสื้อแดง 2.พรรคเพื่อไทยได้เสียงอันดับ 1 สามารถจัดตั้งรัฐบาล จากนั้นเริ่มกระบวนการล้างผิดส่วนตัว แล้วเกิดกระแสต่อต้านจากภาคส่วนที่ไม่เห็นด้วย 3.พรรคเพื่อไทยได้เสียงอันดับ 1 แต่ไม่สามารถรวบรวมเสียงข้างมากได้ อาจเกิดความวุ่นวายจากการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดง และ 4.พรรคประชาธิปัตย์ได้คะแนนอันดับ 1 แต่จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้พรรคประชาธิปัตย์ ก็ยินดีเคารพผล และพร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน และจะไม่เกิดความวุ่นวาย
อัดพท.ตั้งเป้า 300 แค่ปั่นกระแส
นพ.บุรณัชย์ กล่าวอีกว่า กรณีพรรคเพื่อไทยเพิ่มยอดกวาดที่นั่งสส.ทะลุ 300 ที่นั่ง ว่า เป็นเพียงยุทธศาสตร์ปั่นกระแสสร้างตัวเลขที่สูงเกินจริง เพราะเกินจากตัวเลขการสำรวจของทุกสำนัก และหากไม่ได้ตามนั้นพรรคเพื่อไทยก็จะหาว่ามีการโกงเลือกตั้ง เป็นการใส่ร้ายและอ้างตัวเลขที่ไม่จริง ถ้าเชื่อตัวเลขดังกล่าวจริงจะออกมาระบุทำไมว่าถ้าพรรคเสียงอันดับ 1ไม่ได้ตั้งรัฐบาลจะเกิดความวุ่นวาย
ส่วนเป้าสส.ของประชาธิปัตย์ ยืนยันจะได้มากกว่าเดิมทั้ง 2 ระบบ เพราะจากการลงพื้นที่โดยเฉพาะภาคเหนือและดีสานได้รับการตอบรับเกินคาดจากคนส่วนใหญ่ แม้จะมีการขัดขวางบ้าง จึงคิดว่าน่าจะมีเสียงตรงกลางจำนวนไม่น้อยที่ให้โอกาส และคิดว่าไม่น่ามีพรรคใดได้เสียงข้างมาก แต่ความแตกต่างระหว่างพรรคเสียงอันดับ 1 และ 2 จะมีไม่มากนัก แต่ยังบอกไม่ได้ว่าเป็นพรรคใด ส่วนตัวเลข 240 เสียงเดิมที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคปชป.เคยพูดไว้นั้นเป็นช่วงก่อนยุบสภา เป็นการประเมินทั่วไป เพราะยังไม่ชัดว่าส.ส.แต่ละคนจะไปสังกัดพรรคใด และการพูดคุยประสานกับพรรคร่วมในการตั้งรัฐบาลจะมีหลังการเลือกตั้ง







