posttoday
เลขา ฯหอการค้าอีสานมั่นใจ เงินหมื่นล้านหายไปเพื่อซื้อเสียง

เลขา ฯหอการค้าอีสานมั่นใจ เงินหมื่นล้านหายไปเพื่อซื้อเสียง

08 มิถุนายน 2554

เม็ดเงินกว่า 1 หมื่นล้านบาท ที่มีข่าวว่าหายไปจากระบบ แม้หน่วยงานซึ่งรับผิดชอบโดยตรงอย่างธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

เม็ดเงินกว่า 1 หมื่นล้านบาท ที่มีข่าวว่าหายไปจากระบบ แม้หน่วยงานซึ่งรับผิดชอบโดยตรงอย่างธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

โดย...ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ

เม็ดเงินกว่า 1 หมื่นล้านบาท ที่มีข่าวว่าหายไปจากระบบ แม้หน่วยงานซึ่งรับผิดชอบโดยตรงอย่างธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะปฏิเสธ แต่การที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ออกมารับลูกตรวจสอบ ก็น่าคิดว่าเรื่องนี้คงมีมูล แต่ไม่ว่าอย่างไรเรื่องนี้ก็ถูกเพ่งเล็งไปยังการซื้อเสียง

นอกเหนือจากความเป็นนักธุรกิจ เข้าใจระบบการค้าการขาย เงินๆ ทองๆ ดีแล้ว ในฐานะลูกอีสานมีชีวิตอยู่ในพื้นที่ซึ่งถูกจับตาเรื่องการซื้อเสียงมาโดยตลอด ทำให้ ทวิสันต์ โลณานุรักษ์ รองประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเลขาธิการหอการค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไม่เพียงเชื่อว่าเงินที่หายไปดังกล่าวจะถูกนำมาใช้ในสนามเลือกตั้งเท่านั้น แต่เขาคาดว่าเม็ดเงินจริงที่จะทุ่มเข้าสู่การเลือกตั้งน่าจะมีมากกว่านี้อีกนับ 10 เท่า

เลขา ฯหอการค้าอีสานมั่นใจ เงินหมื่นล้านหายไปเพื่อซื้อเสียง

“คนที่มีประสบการณ์จะไม่โอนหรือนำเงินออกมาในช่วงที่มีการเลือกตั้ง เพราะจะเป็นอันตรายกับตนเอง ดังนั้นมักจะเคลื่อนย้ายเงินสดออกมาจากระบบก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงเลือกตั้ง ส่วนเงินกว่า 1 หมื่นล้านบาทที่ตรวจสอบพบ น่าจะเป็นเพราะการต่อสู้ในการเลือกตั้งรุนแรงมากขึ้น จำเป็นต้องดึงเงินมาเพิ่ม”

เลขาธิการหอการค้าภาคอีสาน มองว่าสนามเลือกตั้งเป็นการแย่งชิงอำนาจรัฐ ซึ่งหมายความว่าทุกคนต้องการที่จะเข้าไปเป็นเจ้าของสภาผู้แทนราษฎร เป็นเจ้าของคณะรัฐมนตรี ฉะนั้นการลงทุนในครั้งนี้จะมีมูลค่ามหาศาลในหลักแสนล้าน ซึ่งก่อนหน้านี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมาพูดถึงกรณีนี้ตั้งแต่ก่อนที่จะมีการยุบสภาว่า มีการเคลื่อนย้ายเงินในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นจำนวนมาก

จากประสบการณ์ในพื้นที่ ทวิสันต์ วิเคราะห์ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้แต่ละเขตเลือกตั้งจะมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 200-300 ล้านบาท ขณะนี้มีกระแสข่าวว่าในแต่ละพื้นที่มีการแจกเงินให้กับแกนนำในหลักหมื่นบาทต่อหัว เมื่อแกนนำได้เงินระดับหลักหมื่น ประชาชนก็ต้องได้ถึงหลักพัน เมื่อฝ่ายหนึ่งทุ่มทุน อีกฝ่ายก็จำเป็นต้องทุ่มสู้เหมือนกัน ดังนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้ทั้งในส่วนของกระแสการต่อสู้ทางการเมืองที่รุนแรง และกระแสการสะพัดของเงินสดจะมากเป็นพิเศษ

“วันนี้ทุกคนต่างพูดว่าการซื้อเสียงมีอยู่เต็มทุกพื้นที่ เพราะทุกคนที่ลงต่อสู้ต่างแพ้ไม่ได้ ยิ่งผลโพลที่สำรวจคะแนนนิยมออกมา ทำให้แต่ละพรรคการเมืองต้องทุ่มเททุนทรัพย์อย่างเต็มที่ ดังนั้นมาถึงวันนี้ผมเชื่อว่าเรื่องเงินในระบบที่หายไปก็เนื่องจากว่าเงินที่ดึงออกไปนอกระบบก่อนหน้านี้ไม่พอที่จะใช้ในการสู้ศึกเลือกตั้งแล้ว จึงจำเป็นที่จะต้องดึงเงินออกจากระบบธนาคารลงมาเพิ่ม”

ทวิสันต์ เสนอให้ ธปท.วางระบบตรวจสอบให้รัดกุมกว่านี้ เพราะหากมีการดำเนินการตามหลักการก็น่าจะรู้ว่าเงินในส่วนนี้หายไปอยู่ที่ไหน ขณะเดียวกัน กกต.ก็ต้องพร้อมทำงานเชิงรุกมากกว่านี้ ที่ผ่านมามักจะไม่เคยดำเนินการใดๆ โดยอ้างว่ายังไม่มีการร้องเรียนเกิดขึ้น ซึ่งเกรงว่าหากไม่มีการร้องเรียนแล้วออกไปตรวจสอบ จะเป็นการกระทำเข้าข่ายกลั่นแกล้งพรรคการเมือง หรือวางตัวไม่เป็นกลาง ซึ่งในเรื่องเหล่านี้โดยส่วนตัวแล้วเป็นเรื่องที่น่าเสียดายว่า กกต.ในวันนี้ยังไม่สามารถทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างเต็มที่

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ