
แหย่ให้ได้แต้ม
กระแสต้านจากกลุ่มต่างๆ ทำให้พรรคเพื่อไทยต้องเปิดเกมรุกกลับไปที่กองทัพ
กระแสต้านจากกลุ่มต่างๆ ทำให้พรรคเพื่อไทยต้องเปิดเกมรุกกลับไปที่กองทัพ
โดย...ทีมข่าวการเมือง
กระแสต้านจากกลุ่มต่างๆ ทำให้พรรคเพื่อไทยต้องเปิดเกมรุกกลับไปที่กองทัพ
คำให้สัมภาษณ์ของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อไม่นานมานี้ ระบุว่า ต้องการพบกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. เพื่อขอคำแนะนำในการสร้างความปรองดอง
ถ้าพิจารณาผิวเผิน นี่เป็นการทอดมิตรไมตรี ตามสไตล์ “สาวปู” ที่เธอประกาศว่า พร้อมคุยกับทุกฝ่ายตามนโยบายสร้างความสมานฉันท์เพื่อให้ความขัดแย้งบ้านเมืองยุติ
แต่ลึกๆ “การทอดไมตรี” นี้ กลับเป็นคมหอกที่พุ่งเข้าใส่กองทัพ เสมือนแหย่ให้กองทัพที่นิ่งเงียบมาตลอด ออกมาตอบโต้คืน
ก่อนที่ “เสธ.ไก่อู” พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก จะตีกันต่อมาว่า ถ้ายิ่งลักษณ์ มาพูดคุยเป็นการส่วนตัวก็คงไม่เหมาะสม เพราะเป็นช่วงเลือกตั้ง กองทัพต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเลือกตั้ง แต่กองทัพก็พร้อมที่จะเปิดให้ทุกพรรคหาเสียงกับกองทัพอย่างเท่าเทียม
ตัดเยื่อใย น้องสาวทักษิณ คู่ชิงนายกฯ
เพราะถ้ามีซีน ยิ่งลักษณ์ เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จริง กองทัพจะตกเป็นเป้ามากกว่า ส่วนสาวปูกินแต้มขาดก่อนวันเลือกตั้ง3 ก.ค.
ด้วยภาพ สาวปู เป็นฝ่ายขอปรองดองกับกองทัพที่เป็นคู่ขัดแย้งกับทักษิณ ก่อนชวนตีความว่า “อย่ารัฐประหาร” อีก เพราะเธอเป็นน้องสาวทักษิณ และสมาชิก ชินวัตร เป็นผู้มีส่วนได้เสียที่ถูกกองทัพยึดอำนาจเมื่อ 19 ก.ย. โดย “บิ๊กตู่” เป็นกำลังร่วมรัฐประหารในขณะนั้นด้วย
ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ ที่นิ่งสงบมาตลอด จะถูกสังคมจับจ้องว่า จะใช้อำนาจสกัดพรรคเพื่อไทยไม่ให้ชนะเลือกตั้งหรือไม่
โดยเฉพาะในช่วง 20 กว่าวัน โค้งสุดท้าย
ฝ่ายเพื่อไทยจึงต้องออกมาล่อให้กองทัพมาเป็นตัวละครช่วงเลือกตั้งให้ได้
เพราะถ้ากองทัพตกเป็นข่าวว่า เข้ามาแทรกแซงการเลือกตั้ง ช่วยเหลือพรรครัฐบาล เพื่อไทยก็มีเหตุผลชอบธรรมที่จะเปิดแนวรบกับกองทัพ และหากไม่ได้เป็นรัฐบาลก็ประโคมได้ว่า ถูกกองทัพใช้อำนาจกลั่นแกล้ง
การเปิดเกมของ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ออกมาปูด 2 ประเด็น โดยอ้างว่ามีเรื่องการร้องเรียนว่าผู้นำกองทัพมีคำสั่งให้กำลังพลในค่ายกิติวรา จ.สกลนคร ไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 26 มิ.ย. โดยกำชับให้ลงคะแนนให้ประชาธิปัตย์
รวมถึงระบุว่า ผู้ใหญ่ในกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ. รมน.) สั่งการให้ กอ.รมน.ภาคหนึ่งส่งบัญชีรายชื่อหัวคะแนนของเพี่อไทยในพื้นที่มายังส่วนกลาง เพื่อข่มขู่กดดันในบางพื้นที่ ก่อนจะโยนให้ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เลขาธิการ กอ.รมน.เป็นผู้ตอบข้อสงสัยนี้
เหล่านี้ยั่วให้กองทัพออกมายืนแถวหน้า เป็นคู่ซดชัดๆ เพื่อเพิ่มแรงแค้นให้กับคนเสื้อแดงผ่านการลงคะแนนเลือกตั้ง และยังเป็นการตีกันกองทัพทางอ้อมให้อยู่นิ่งๆ
แผนดึงคะแนนให้คนเสื้อแดง และคนที่ยังไม่ตัดสินใจออกมาใช้สิทธิกันมากๆ เลือก “สาวปู” เพื่อปฏิเสธการแทรกแซงของกองทัพและการรุมสกรัมเพื่อไทย
ท่าทีของกองทัพนับแต่มีพระราชกฤษฎีกายุบสภา ค่อนข้างระมัดระวังตัว ภาพข้างนอกจึงสงบนิ่งเพราะ “บิ๊กตู่” และผู้นำเหล่าทัพ รู้ว่ากองทัพเป็นเป้า ต้องวางตัวเป็นกลาง หากจะช่วยเหลือก็ต้องใช้กำลังภายในให้เนียน จะโฉ่งฉ่างเหมือนอดีตไม่ได้
หมากของเพื่อไทย จึงต้องยุแหย่ ขุดบ่อให้ “บิ๊กตู่” ติดกับดัก ออกมาโวยวาย เพราะสไตล์ของ ผบ.ทบ.มีท่าทีแข็งกร้าว ถ้ายิ่งพูดก็อาจหลุดคิวและไม่เป็นผลดีต่อกองทัพ กับคำถามที่ถูกจับจ้องว่า จะยึดอำนาจหรือไม่
จุดแข็งของฝ่ายทักษิณ คือ ข้ออ้างเรื่องการรัฐประหารที่สร้างความชอบธรรมในการอธิบาย ไม่ว่าในเวทีไหน หากฝ่ายใดบอกว่า สนับสนุนการรัฐประหารเพราะต้องการไล่ทักษิณ ก็จะถูกมองว่า ไม่ใช่
“นักประชาธิปไตย” ทั้งที่ความหมายของประชาธิปไตย ไม่ใช่มีแค่การเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว หากแต่ต้องเคารพการตรวจสอบ ยึดหลักนิติรัฐ
กลยุทธ์ของเพื่อไทยจากนี้ จึงต้องประกบติดความเคลื่อนไหวของกองทัพทุกรูปแบบ นอกจากกองกำลังเสื้อแดงที่กระจายดักทาง ทหารกอง กรมต่างๆ แล้ว ทหารแตงโมก็เป็นตัวจักรคอยส่งข่าวให้แกนนำเพื่อไทยว่ามีอะไรพิรุธหรือไม่
ถ้าไม่มีมูล กองทัพก็ไม่ต้องเต้น เว้นแต่จะหน้ามืดใช้อำนาจแทรกแซงอย่างเป็นบ้าเป็นหลัง...







