posttoday
โค้งแรกกระแสนายกฯ ส้มหล่น กระตุกขา 'ยิ่งลักษณ์-มาร์ค'

โค้งแรกกระแสนายกฯ ส้มหล่น กระตุกขา 'ยิ่งลักษณ์-มาร์ค'

29 พฤษภาคม 2554

กลายเป็นระเบิดลูกโตสั่นสะเทือนไปทั้งแวดวงการเมืองไทยในช่วงโค้งแรกของการหาเสียง เมื่อ นายเนวิน ชิดชอบ บิ๊กภูมิใจไทย

กลายเป็นระเบิดลูกโตสั่นสะเทือนไปทั้งแวดวงการเมืองไทยในช่วงโค้งแรกของการหาเสียง เมื่อ นายเนวิน ชิดชอบ บิ๊กภูมิใจไทย

ออกมาวิเคราะห์การเมืองพร้อม “ฟันธง” ว่า ตัวเก็งนายกรัฐมนตรี ทั้ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โคลนนิง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะไม่มีโอกาสได้นั่งเก้าอี้นายกฯ ทั้งคู่ เพราะบ้านเมืองเวลานี้ต้องการความสงบ ส่วนประเด็นใครจะมาเป็นนายกฯ นั้นคงต้องถาม พ.ต.ท.ทักษิณ

“พรรคเพื่อไทย มาอันดับ 1 แต่คะแนนเสียงจะไม่ถึงกึ่งหนึ่ง คือไม่เกิน 250 เสียง และ พ.ต.ท.ทักษิณ อาจประกาศไม่ส่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นนายกฯ เพราะอาจจะเชื่อว่าสังคมไปไม่ได้ เขาคงไม่กล้าส่งน้องสาว เขารู้ว่ามันท้าทายสังคม ความขัดแย้ง แตกแยกในบ้านเมืองมันจะมีขึ้น เขาต้องการลดการเผชิญหน้ากับคนส่วนหนึ่งของสังคม แค่เปลี่ยนจากโคลน ไปเป็นคนอื่นก็จะลดความขัดแย้งได้ มิเช่นนั้นจะท้าทายอย่างเช่นรัฐบาล นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกฯ”

โค้งแรกกระแสนายกฯ ส้มหล่น กระตุกขา 'ยิ่งลักษณ์-มาร์ค'

พร้อมกันนี้ นายเนวิน ยังวิเคราะห์ด้วยว่าเลือกตั้งเที่ยวนี้ พรรคเพื่อไทยได้ไม่เกิน 210 เสียง ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่เกิน 160 เสียง ส่วนภูมิใจไทยได้คะแนนเสียงได้ 111 เสียง ดังนั้น เชื่อว่าหากพรรคประชาธิปัตย์แพ้การเลือกตั้งโดยสปิริตทางการเมืองคนอย่างอภิสิทธิ์ และความเป็นออกซฟอร์ด ก็ต้องลาออกจากหัวหน้าพรรค พรรคเขามีสปิริตที่เดินมาเช่นนี้อยู่แล้ว คนอย่างอภิสิทธิ์ไม่มีวันยอมที่จะอยู่ในตำแหน่งหัวหน้าพรรค โดยที่ตัวเองนำทัพแพ้ คนอย่างนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ยังลาออกจากหัวหน้าพรรคเมื่อเลือกตั้งแพ้

เจอเข้าอย่างนี้พลพรรคประชาธิปัตย์ต่างพร้อมใจกันเรียงหน้าโต้ ไล่มาตั้งแต่ นายอภิสิทธิ์ ที่สวนกลับทันควันว่า นายเนวิน ต้องพยายามหาเสียงให้พรรคการเมืองที่ไม่ใช่ 2 พรรคใหญ่ก็เท่านั้น ไม่มีอะไร ที่สำคัญเป็นข้อวิเคราะห์นายเนวิน ที่เป็นการวิเคราะห์ผิด

“คุณเนวินฟันธงผิดครับ กลับไปทำทีมฟุตบอลต่อดีกว่า” นายอภิสิทธิ์ กล่าวแล้วยิ้ม

แน่นอนว่า นายอภิสิทธิ์ ยังยืนยันว่าประชาธิปัตย์จะได้เสียงมากกว่า 160 ที่นั่ง ส่วนหากแพ้การเลือกตั้งยับเยินก็คงไม่มีใครอยู่เป็นหัวหน้าพรรคอย่างไรก็ตาม ในพรรคก็มีแนวทางในการบริหารงานอยู่แล้ว และตัวเขาก็มีแนวทางชัดเจนอยู่แล้ว “ถ้าผมทำให้พรรคถดถอยลง ผมไม่อยู่หรอกครับ”

ที่สำคัญจำคำพูดของนายเนวิน ยังเป็นการจุดกระแสเรื่อง นายกฯ คนกลาง นายกฯ ปรองดอง จนวิเคราะห์ไปต่างๆ นานา ว่าใครจะเป็นนายกฯ หากไม่ใช่ นายอภิสิทธิ์ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชื่อของ เสธ.หนั่น พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ผู้จุดกระแสปูทางปรองดอง จึงถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นตัวอย่าง ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่า ถ้าผมเป็นนายกฯ ปรองดอง ผมรับ แต่ นายกฯ ปรองดองนะ ไม่ใช่นายกรัฐมนตรี แต่ขอให้ปรองดองให้ได้”

สอดรับกับท่าทีของ นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เห็นว่า หากพรรคเพื่อไทยชนะเกินครึ่ง จะได้จัดตั้งรัฐบาล ส่วนเรื่อง “ตาอยู่” จะมาเป็นนายกฯ คงไม่มีเพราะพรรคใหญ่คงไม่ยอม แต่ถ้าพรรคใหญ่ตกลงกันไม่ได้ ขอเสนอให้ พล.ต.สนั่น เป็นนายกฯ ซึ่งนี่แค่ความคิดเห็นส่วนตัว

ส่วนความเคลื่อนไหวของแต่ละพรรคการเมืองรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดรับสมัคร สส.ระบบเขต ตั้งแต่วันที่ 24-28 พ.ค. แต่ละพรรคก็เริ่มลงพื้นที่หาเสียงกันอย่างเต็มตัว เริ่มตั้งแต่พรรคเพื่อไทย จัดทีมปราศรัยใหญ่ 3 ทีม เพื่อเดินสายปราศรัยทั่วประเทศรวม 240 ครั้ง โดยทีมเอ ประกอบด้วย 1.ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง 2.นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และ 3.พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย สส.บัญชีรายชื่อ เป็นหัวหน้ากลุ่ม โดยมี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตามไปสมทบ ส่วนทีมบี ประกอบด้วย ประธานภาค กรรมการภาค และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และทีมซี ประกอบด้วย ทีมจังหวัด หัวหน้ากลุ่มจังหวัด และ สส.บัญชีรายชื่อ

งานนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ออกตัวแรงต่อเนื่อง หลังเสร็จภารกิจตะลุยภาคเหนือ ก็นำทีมหาเสียงต่อภาคอีสาน ระหว่างวันที่ 25-27 พ.ค.ที่ผ่านมา เริ่มจาก จ.อุดรธานี ร้อยเอ็ด ทั้ง อ.เสลภูมิ และปราศรัยใหญ่หน้าบึงพลาญชัย อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด งานนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ออกลูกอ้อน “รักพี่ชายให้เลือกน้องสาว” ตะลุยท้องไร่ท้องนา อ.เกษตรวิสัย เปิดกิจกรรมนโยบายบัตรเครดิตเกษตรกร ณ ทุ่งกุลาร้องไห้ โดยสวมงอบพันผ้าขาวม้าที่เอว สวมบู๊ต ถือสุ่ม โชว์บัตรตัวอย่างให้ชาวบ้านดูและร่วมกันถ่ายรูป พร้อมทั้งรับปากว่าจะช่วยให้ราคาข้าวสูงขึ้นหากได้เป็นรัฐบาล

ทางฝั่ง “ประชาธิปัตย์” หลังกรุงเทพโพลเปิดเผยผลสำรวจว่าคะแนนนิยมยังตกเป็นรอง ประชาธิปัตย์ นำทีมโดย “อภิรักษ์ โกษะโยธิน” ผู้อำนวยการเลือกตั้ง กทม. เดินหน้าเต็มสูบเน้นหนักพื้นที่ กทม. ตลอดทั้งสัปดาห์เรื่อยมาจนถึงการเปิดตัวโมบาย ยูนิต หรือหน่วยหาเสียงเคลื่อนที่ในเขตกรุงเทพฯ เพื่อใช้รณรงค์หาเสียงให้พรรคประชาธิปัตย์ ทั่ว กทม. จำนวน 6 ทีม ที่มีเยาวชนของพรรคสวมเสื้อสีฟ้า หมายเลข 10 คันละ 10 คน อาศัยรถตู้โดยสารคอมมูเตอร์ 6 คัน กระจายไปตามแหล่งชุมชน

ส่วนนายอภิสิทธิ์ ขนแกนนำพรรคที่ผ่านมา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ นายวิทยา แก้วภราดัย ไปเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งแรก ที่บริเวณปลายแหลมสะพานหิน อ.เมือง จ.ภูเก็ต พร้อมเปิดตัวผู้สมัคร สส.ในภาคใต้ทั้งหมด ยกเว้น 3 จังหวัดภาคใต้ ก่อนกลับมาเดินสายลงพื้นที่ภาคอีสานเริ่มที่ จ.อุบลราชธานี จ.อำนาจเจริญ จ.ยโสธร

ฝั่งพรรคชาติไทยพัฒนา นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค เดินทางไปช่วยนายสดใส โจรนวิชัย หรือสดใส รุ่งโพธิ์ทอง ผู้สมัคร สส.เขต 4 จ.ปทุมธานี หาเสียงที่ตลาดรังสิต และตลาดสดติละพรพัฒน์ ซึ่ง จ.ปทุมธานี มีการแข่งขันกันสูงของพรรคใหญ่ๆ หลายพรรค ซึ่งนายชุมพล ได้แวะโชว์ลีลาแทงสนุกเกอร์เป็นครั้งแรก ขณะที่เดินผ่านโต๊ะสนุกเกอร์

ด้านพรรครักษ์สันติ ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ประธานพรรครักษ์สันติ และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ นำทีมงานพรรคมาหาเสียงในเขต อ.สามพราน พร้อมเปิดตัว พล.ท.กสิพัธน์ สว่างสินธุ์ ว่าที่ผู้สมัคร สส.นครปฐม เขต 5 เริ่มจาก สภ.สามพราน ตลาดสามพราน ที่ว่าการอำเภอ และโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน เน้นขอเสียงจากบรรดาข้าราชการตำรวจและชาวตลาดเป็นหลัก

อีกด้านหนึ่ง นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีที่กองปราบปราม เพื่อให้ดำเนินคดี นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง และนายจิตกร บุษบา พิธีกรรายการคลายปม ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (สทท.11) และ น.ส.รัตนา เจริญศักดิ์ ผู้อำนวยการสถานีดังกล่าว กรณีร่วมกันการใส่ร้ายพรรคเพื่อไทย ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ด้วยถ้อยคำที่ระบุว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่มีความคิดหรือการตัดสินใจที่เป็นของตัวเอง ต้องคอยฟังคำสั่ง พ.ต.ท.ทักษิณ รวมทั้งยื่นเรื่องกับ กกต.ในกรณีดังกล่าวด้วย

ขณะที่ นายบุญยอด สุขถิ่นไทย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเรียกร้องให้ กกต.เข้าไปตรวจสอบกรณีที่ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อย่างน้อยทั้ง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ที่ข่มขู่ว่าจะย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดหลายคน และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ระบุว่าหมายเลข 10 ที่พรรคประชาธิปัตย์ได้ เป็นหมายเลขแห่งความตาย ว่าเป็นการทำผิด พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.และการได้มา ซึ่ง สว.ปี 2550 มาตรา 53 (5) ใส่ร้ายด้วยความเท็จทำให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมหรือไม่

 

ข่าวล่าสุด

Jobsdb เผยคนทำงานยังไม่มั่นใจขอขึ้นเงินเดือน แนะเช็กเงินเดือนตลาดก่อนต่อรอง

Jobsdb เผยคนทำงานยังไม่มั่นใจขอขึ้นเงินเดือน แนะเช็กเงินเดือนตลาดก่อนต่อรอง