
ประกันรถได้เฮ
คปภ.บีบประกันจ่ายค่าสินไหมเสียชีวิตทุพพลภาพเพิ่มเป็น3แสนบาท
คปภ.บีบประกันจ่ายค่าสินไหมเสียชีวิตทุพพลภาพเพิ่มเป็น3แสนบาท
คปภ.บี้บริษัทประกันเพิ่มจ่ายค่าสินไหมประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจขั้นต่ำจาก 1 แสนบาท เป็น 3 แสนบาท รวมพรบ.รับ 5 แสนบาท เบี้ยเท่าเดิม 1 ก.ค.นี้ ไม่กระทบฐานะบริษัทประกันภัย เหตุเงินสำรองหนุนหลังถึง 8.3 หมื่นล้านบาท
นางจันทรา บูรณฤกษ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.นี้เป็นต้นไป ประชาชนที่ซื้อประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ คือ ประกันภัยชั้น 1 ชั้น 2 และชั้น 3 จะได้รับความคุ้มครองเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ คปภ.กำหนดอัตราค่าสินไหมกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ และมีทายาทต้องอุปการะ กับกรณีผู้เสียหายทุพพลภาพถาวร จะได้รับสินไหมขั้นต่ำเพิ่มจากรายละ 1 แสนบาท เป็น 3 แสนบาท
สำหรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ทำขึ้นเพื่อลดความขัดแย้งระหว่างบริษัทประกันกับผู้เสียหาย ที่บริษัทประกันมักจะพยายามจ่ายให้ต่ำที่สุด ยิ่งคนไม่มีอำนาจต่อรองก็จะยิ่งได้ค่าเสียหายน้อย ซึ่งไม่เป็นธรรม
ปัจจุบันมีผู้ทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ 5.5 ล้านคัน คิดเป็น 60% ของจำนวนรถที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก ยังมีอีก 40% ที่ยังไม่ทำประกันภัยภาคสมัครใจน่าจะทำให้กลุ่มนี้เข้าสู่ระบบมากขึ้น ส่วนผู้ที่ทำประกันภัย พ.ร.บ.รวมรถจักรยานยนต์มีจำนวน 21.1 ล้านคัน
“2 กรณี ประกอบด้วย กรณีที่หนึ่ง หากประชาชนที่ถูกรถมีประกันชนเสียชีวิต และมีทายาทที่จะต้องอุปการะ บริษัทประกันภัยจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ทายาทผู้เสียชีวิตขั้นต่ำ 3 แสนบาท จากเดิม 1 แสนบาท
กรณีที่สอง ได้รับบาดเจ็บจนถึงกับทุพพลภาพถาวรนั้น ให้บริษัทประกันภัยจ่ายค่าสินไหมทดแทนขั้นต่ำ 3 แสนบาทจากเดิมที่กำหนดไว้เพียง 1 แสนบาทด้วยเช่นกัน
“แม้จะเพิ่มการจ่ายชดเชยก็จะไม่มีการปรับเบี้ยประกันเพิ่มขึ้น และนโยบายใหม่ ขณะนี้กำลังร่างคำสั่งนายทะเบียนให้มีการปรับปรุงเงื่อนไขผลต่อกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ จะมีผลบังคับใช้สำหรับกรมธรรม์ใหม่ที่มีผลคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.นี้เป็นต้นไป ส่วนกรมธรรม์เก่ายังได้รับความคุ้มครองเท่าเดิม” นางจันทรา กล่าว
อย่างไรก็ดี หากรวมค่าสินไหมทดแทนจากประกันภัยภาคสมัครใจและประกันภัยภาคบังคับ ที่ผู้เสียชีวิตจากรถจะได้รับขั้นต่ำ 5 แสนบาท หากไม่พอใจกับค่าสินไหมที่ได้รับ สามารถไปฟ้องร้องต่อศาลเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายสูงกว่านี้ได้
เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า การเพิ่มความคุ้มครองนี้จะไม่กระทบต่อฐานะการเงินของบริษัทประกันวินาศภัย เนื่องจากมีเงินสำรองหนุนหลังอยู่สูงถึง 8.3 หมื่นล้านบาทรวมทั้งเป็นความเห็นร่วมกันกับเอกชน
นางจันทรา กล่าวว่า ในเดือน ส.ค. 2554 ยังจะมีการปรับกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัยตามมาตรฐานใหม่ ขณะนี้ คปภ.ร่วมกับทางสมาคมประกันวินาศภัย ปรับปรุงความคุ้มครอง โดยจะเพิ่มภัยน้ำท่วม พายุ ลูกเห็บ แผ่นดินไหว และภัยก่อการร้ายเข้าไปโดยอัตโนมัติ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาร่างกรมธรรม์ประกันภัยและกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัยให้เหมาะสม จะทำให้ลดข้อโต้แย้งการตีความของสัญญาประกันภัย เพราะจะได้รับความคุ้มครองทันที เนื่องจากปัจจุบันเกิดเหตุภัยธรรมชาติต่างๆ ที่สร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชนอย่างต่อเนื่อง
นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัย กล่าวว่า อัตราผู้เสียชีวิตจากรถมีไม่มากนัก เพราะคนไทยมีฐานะ รายได้ ความรู้ ที่ดีขึ้นกว่าอดีตมาก มีการระมัดระวังตัวเองจากความเสี่ยงดังกล่าวในเบื้องต้นอยู่แล้ว ทางบริษัทประกันภัยจึงเห็นว่าการเพิ่มความคุ้มครองขั้นต่ำเป็น 5 แสนบาท สามารถรับได้
“จะเป็นมาตรฐานให้ประชาชนทั่วๆ ไป ที่ถูกรถซึ่งไม่มีประกันภัยทำความเสียหาย ใช้เป็นราคาอ้างอิงในการเรียกร้องจากเจ้าของรถ และ จะกระตุ้นให้ผู้ที่ยังไม่ทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจหันมาทำประกันมากขึ้น ส่งผลดีต่อภาพรวมของเศรษฐกิจ”นายจีรพันธ์ กล่าว
นายนพดล สันติภากรณ์ กรรมการ ผู้จัดการ บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ กล่าวว่า ปี 2553 มีผู้ทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ 5.5 ล้านคัน คิดเป็น 60% ของจำนวนรถที่จดทะเบียนในตลาด โดยยังมีอีก 40% ที่ยังไม่ทำประกันภัยภาคสมัครใจน่าจะทำให้กลุ่มนี้เข้าสู่ระบบมากขึ้น ส่วนผู้ที่ทำประกันภัยพรบรวมรถจักรยานยนต์จำนวน 21.1 ล้านคัน
นายอานนท์ วังวสุ เลขาธิการ สมาคมประกันวินาศภัย เปิดเผยว่า กรมธรรม์ประกันภัยภาคสมัครใจทุกประเภท ทั้งประเภท 1 2 3 และ ประเภท 3 พิเศษ ที่ขายตั้งแต่ 1 ก.ค. หรือ มีผลคุ้มครอง 1 ก.ค.จะต้องจ่ายสินไหมทดแทนขั้นต่ำ 3 แสนบาทเหมือนกัน แม้ว่าจะเก็บเบี้ยไม่เท่ากัน แต่อัตราที่ใช้ในการคำนวณเบี้ยประกันภัยใช้ระดับเดียวกัน จึงไม่ส่งผลกระทบต่อฐานะการเงิน เพียงแต่ความคุ้มครองของประเภท 3 พิเศษ จะคุ้มครองกรณีรถชนรถ เท่านั้น โดยเมื่อรถทุกคันต่อสัญญาใหม่ครบทั้งหมดจะทำให้สินไหมทดแทนทั้งระบบเพิ่มขึ้นจากปกติประมาณ 300400 ล้านบาทต่อปี
พล.ต.ท.ดนัยธร วงษ์ไทย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า การเพิ่มค่าสินไหมขั้นต่ำของประกันภัยรถยนต์อาจจะทำให้ประนีประนอมกันจบเร็วขึ้น ทำให้ไม่ต้องดำเนินคดีแพ่งต่อศาล แต่คดีอาญาถือว่ายังคงดำเนินต่อไป เพราะการทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต เป็นคดีอาญาที่ผู้กระทำผิดจะต้องชดใช้







