
คำนวนโพลสองพรรค หายใจรดต้นคอ พท. 190 ปชป. 165
ผลสำรวจของสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต
ผลสำรวจของสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต
โดย...ทีมข่าวการเมือง
ผลสำรวจของสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ในหัวข้อประชาชนจะเลือก สส.ระบบบัญชีรายชื่อ หรือปาร์ตี้ลิสต์พรรคใด โดยทำการสำรวจจากกลุ่มตัวอย่าง 3,584 คน ระหว่างวันที่ 1922 พ.ค. มีข้อควรนำมาพิจารณาอย่างยิ่ง
ทั้งนี้ นอกจากจะสรุปออกมาเป็นสถิติถึงความนิยม สส.ปาร์ตี้ลิสต์แต่ละพรรคการเมืองแล้ว หากนำมาคิดคำนวณในลักษณะเทียบบัญญัติไตรยางค์ก็พอจะเห็นจำนวนที่นั่ง สส.แต่ละพรรคโดยคร่าวๆ
ทั้งนี้ จำนวนที่นั่ง สส.ปาร์ตี้ลิสต์ มีจำนวน 125 คน คิดเป็น 100% เมื่อผลสำรวจภาพรวมออกมา พรรคเพื่อไทย ได้ 41.22% ก็เท่ากับได้จำนวนที่นั่ง สส.ระบบนี้ 51.52 คน ปัดเศษขึ้นก็ได้ 52 คน มาที่พรรคคู่แข่ง ประชาธิปัตย์ 36.88% คำนวณออกมาได้ สส. 46.1 คน ปัดเศษลงได้ 46 คน พรรคภูมิใจไทย 3.88% จะได้ สส. 4.85 คน ปัดเศษขึ้นได้ 5 คน
พรรคชาติไทยพัฒนา 3.20% จะได้ สส. 4 คน พรรครักประเทศไทย ของนายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ 1.59% ได้ สส. 1.98 คน ปัดเศษขึ้นได้ 2 คน ที่เหลือคือพรรคอื่นๆ เช่น รักษ์สันติ มาตุภูมิ ฯลฯ 3.96% จะได้ สส. 4.95 คน หรือ 5 คน ส่วนที่ยังไม่ตัดสินใจ 6.49% ถ้าคนจำนวนนี้ตัดสินใจเลือกพรรคใดพรรคหนึ่ง ก็จะได้ สส.อีก 8 คน ส่วนกรณีโหวตโนที่ผลออกมา 2.78% คำนวณออกมาก็จะได้ 3.47 คน หรือ 3 คน
มองอีกด้านหากกลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจ หรือโหวตโน แปรเปลี่ยนเป็นเลือกพรรคใดพรรคหนึ่ง ก็จะมีจำนวนที่นั่งอีก 11 คน กระจายไปเติมเต็มให้พรรคต่างๆ อยู่ที่ว่าจะไปเพิ่มในส่วนของพรรคขนาดใหญ่ กลาง หรือเล็ก ตามลำดับ ครบ 125 คนพอดี
อย่างไรก็ตาม จำนวนเหล่านี้เมื่อไปอยู่ที่พรรคขนาดใหญ่ กลาง ก็จะเพิ่มตามการคาดการณ์ของพรรคการเมืองต่างๆ ในลักษณะบวกลบสิบ เช่น เพื่อไทยอาจได้เพิ่มอีก 10 คน เป็น 60 คน หรือประชาธิปัตย์ได้เพิ่มอีก 10 คน เป็น 50 คน
ที่น่าสนใจกว่านั้น เมื่อดูผลสำรวจความนิยมรายภาค อาจสะท้อนถึงการเลือก สส.ระบบเขต จำนวน 375 คน ที่กระจายอยู่ตามภาคต่างๆ ในอนาคตด้วย ทั้งนี้เมื่อลองนำผลโพลมาคำนวณเทียบกับจำนวนที่นั่ง สส.ระบบเขต 375 คน เป็น 100% จะเห็นถึงจำนวนเก้าอี้ สส.ที่แต่ละพรรคได้รับ
เริ่มจาก กทม. มี สส.ได้ 33 คน ความนิยมประชาธิปัตย์ 38.06% อาจได้ สส. 12.5 คน หรือ 13 คน เพื่อไทย 33.33% อาจได้ สส. 10.99 คน หรือ 11 คน ส่วนที่เหลือยังไม่แน่นอน เพราะจะมีคะแนนโหวตโน และที่ยังไม่ตัดสินใจ
ภาคกลาง มี สส. 82 คน พบว่าประชาธิปัตย์ 41.15% ได้ 33.74 คน หรือ 34 คน เพื่อไทย 36.87% ได้ 30.23 คน หรือ 30 คน พรรคอื่นๆ เช่น รักษ์สันติ มาตุภูมิ ฯลฯ 4.13% ได้ 3.38 คน หรือ 3 คน ชาติไทยพัฒนา 3.24% ได้ 2.65 คน หรือ 3 คน
ภาคเหนือ มี สส. 36 คน เพื่อไทยได้ 62.79% จะได้ 22.60 คน หรือ 23 คน ประชาธิปัตย์ 27.13% จะได้ 9.76 คน หรือ 10 คน พรรคอื่นๆ เช่น รักษ์สันติ มาตุภูมิ ฯลฯ 3.40% จะได้ 1.24 คน หรือ 1 คน ชาติไทยพัฒนา 2.17% จะได้ 0.78 คน หรือ 1 คน
ภาคอีสาน มี สส. 126 คน เพื่อไทย 55.29% จะได้ 69.66 คน หรืออาจจะได้ 70 คน ประชาธิปัตย์ 19.74% จะได้ 24.87 คน หรืออาจจะได้ 25 คน ภูมิใจไทย 12.96% จะได้ 16.32 คน หรือ 16 คน พรรคอื่นๆ 4.04% จะได้ 5 คน ชาติไทยพัฒนา 0.48% จะได้ 0.6 คน หรืออาจจะได้ 1 คน
ภาคใต้ มี สส. 53 คน ประชาธิปัตย์ได้ 69.35% คิดเป็น 36.75 คน หรือ 37 คน เพื่อไทย 8.43% จะได้ 4.46 คน หรือ 4 คน ชาติไทยพัฒนา 4.98% คิดเป็น 2.63 คน หรือ 3 คน พรรคอื่นๆ เช่น มาตุภูมิ 4.79% จะได้ 2.5 คน หรือ 3 คน ภูมิใจไทย 1.92% ได้ 1 คน ขณะที่ยังไม่ตัดสินใจ 7.85% จะได้ 4.16 คน หรือ 4 คน ซึ่งในส่วนนี้อาจแปรผันไปสู่ที่นั่งพรรคต่างๆ เพิ่มขึ้น
หากคิดเป็นตัวเลขกลมๆ ตามสูตรนี้ จำนวน สส. 2 ระบบ 500 คน เพื่อไทยจะได้จำนวน สส.ระบบปาร์ตี้ลิสต์และเขต 190 คนโดยประมาณ ขณะที่ประชาธิปัตย์ได้ สส. 2 ระบบรวมกัน 165 คน ที่เหลือตกเป็นของพรรคขนาดกลาง 145 คน







