posttoday
โพลชี้คะแนนผู้นำ"ปู"เพิ่มทุกด้าน

โพลชี้คะแนนผู้นำ"ปู"เพิ่มทุกด้าน

22 พฤษภาคม 2554

เอแบคโพลล์เผยผลสำรวจพบคะแนนความเป็นผู้นำของ "ยิ่งลักษณ์" เพิ่มทุกด้าน ขณะที่คะแนน "มาร์ค"ลดลง ด้านประชาชนส่วนใหญ่อยากเห็นเปิดเวทีดีเบต 

เอแบคโพลล์เผยผลสำรวจพบคะแนนความเป็นผู้นำของ "ยิ่งลักษณ์" เพิ่มทุกด้าน ขณะที่คะแนน "มาร์ค"ลดลง ด้านประชาชนส่วนใหญ่อยากเห็นเปิดเวทีดีเบต 

นายนพดล กรรณิกา ผอ.สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง สำรวจภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำระหว่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ครั้งที่สอง ระหว่าง วันที่ 16 – 21 พ.ค. ที่ผ่านมา

 

โพลชี้คะแนนผู้นำ"ปู"เพิ่มทุกด้าน

ความคิดเห็นของประชาชนที่ถูกศึกษาต่อความเป็นผู้นำด้านต่างๆ เปรียบเทียบระหว่าง นายอภิสิทธิ์ กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญในทางสถิติ แต่หากพิจารณาเป็นค่าตัวเลขที่ค้นพบในด้านของนายอภิสิทธิ์ พบว่า ลดลงเกือบทุกตัว โดยเฉพาะด้านความเป็นคนรุ่นใหม่จาก 42.8% มาอยู่ที่ 36.0%

ขณะที่ความเป็นผู้นำด้านต่างๆ ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กำลังมีตัวเลขเพิ่มขึ้นในทุกด้านอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เช่น ความอดทนอดกลั้น รู้จักควบคุมอารมณ์ จาก 9.7% มาอยู่ที่ 16.2%การได้รับการยอมรับภายในประเทศและต่างประเทศ เพิ่มขึ้นจาก 11.3% มาอยู่ที่ 17.7% ด้านประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี เพิ่มขึ้นจาก 9.8% มาอยู่ที่ 15.9%  ด้านความเป็นผู้นำเพิ่มจาก 12.9% มาอยู่ที่ 20.4% ด้านความรู้ความสามารถเพิ่มจาก 10.9% มาอยู่ที่ 16.7% ด้านการมีวิสัยทัศน์เพิ่มขึ้นจาก 15.2% มาอยู่ที่ 21.7%

นอกจากนี้ เมื่อสอบถามถึงความอยากเห็นการถกแถลง (ดีเบต) แสดงวิสัยทัศน์ต่อสาธารณชน ระหว่างนายอภิสิทธิ์ กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ พบว่า ส่วนใหญ่ 59.4% อยากเห็น เพราะ อยากได้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ อยากได้ยินวิสัยทัศน์จากแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีโดยตรงอยากดูปฏิภาณไหวพริบ ความสามารถในการแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศ เป็นต้น ในขณะที่ 40.6% ไม่อยากเห็น

นายนพดล กล่าวว่า ผลสำรวจครั้งนี้อาจชี้ให้เห็นได้ว่า ตัวเลขที่เพิ่มสูงขึ้นในส่วนของน.ส.ยิ่งลักษณ์มาจากกลุ่มคนที่ไม่มีความเห็นในการสำรวจครั้งก่อนและเป็นกลุ่มคนที่เริ่มตัดสินใจหลังจากได้รับข้อมูลข่าวสารและมีความชัดเจนของการเปิดตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ในฐานะคู่แข่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

อนึ่งการสำรวจดังกล่าวได้ดำเนินการศึกษาประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปใน 17 จังหวัดของประเทศ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ เชียงใหม่ เพชรบุรี สระบุรี นครปฐม ชลบุรี มหาสารคาม ร้อยเอ็ด นครราชสีมา เลย ขอนแก่น อุบลราชธานี นราธิวาส สงขลา และนครศรีธรรมราช จำนวนทั้งสิ้น 2,332 ตัวอย่าง

สำหรับกลุ่มตัวอย่าง 48.1% เป็นหญิง 51.9% เป็นชาย โดย 4.0% อายุต่ำกว่า 20 ปี 19.4% อายุ 20 – 29 ปี 20.3% อายุ 30 – 39 ปี 20.7% อายุ 40 – 49 ปี และ 35.6% อายุ 50 ปีขึ้นไป

ทั้งนี้ 71.9% มีการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี 22.6% มีการศึกษาระดับปริญญาตรี และ 5.5% สำเร็จการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรีขึ้นไป นอกจากนี้ 26.6% ระบุอาชีพเกษตรกร/รับจ้างทั่วไป 30.3% ระบุอาชีพค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัว 8.5% ระบุอาชีพพนักงานบริษัทเอกชน 13.1% ระบุข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ 10.9% เป็นแม่บ้าน/พ่อบ้าน/เกษียณอายุ 7.9% เป็นนักเรียน/นักศึกษา และ 2.7% ระบุว่างงาน/ไม่ประกอบอาชีพ

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย