
9 ข้อเสนอกลุ่มแรงงาน ดันปฏิรูประบบประกันสังคมโปร่งใส
คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) ยื่นข้อเสนอ 9 ข้อให้พรรคการเมืองนำไปประกอบการจัดทำนโยบาย
คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) ยื่นข้อเสนอ 9 ข้อให้พรรคการเมืองนำไปประกอบการจัดทำนโยบาย
เพื่อช่วยเหลือผู้ใช้แรงงาน 1 ใน 9 ข้อ คือ การปฏิรูประบบประกันสังคม ให้มีโครงสร้างการบริหารงานที่เป็นองค์กรอิสระ ผู้ประกันตนมีส่วนร่วม โปร่งใส ตรวจสอบได้
คสรท.เห็นว่าปัจจุบันการเข้าถึงสิทธิและบริการขั้นพื้นฐานภายใต้ระบบประกันสังคมนั้นยังไม่เอื้อต่อชาวแรงงานจริง อาทิ 1)กฎหมายประกันสังคมยังมีข้อจำกัด ยกเว้นกิจการที่ไม่บังคับใช้เป็นจำนวนมาก เช่น ผู้รับงานกลับไปทำที่บ้าน ลูกจ้างในภาคเกษตร หาบเร่แผงลอย 2)สถานประกอบการจำนวนไม่น้อยยังหลบเลี่ยงไม่ขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน และไม่นำส่งเงินสมทบให้สำนักงานประกันสังคม (สปส.) เป็นเหตุให้ไม่ได้รับสิทธิ
3)การให้บริการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลในสังกัดประกันสังคมยังขาดมาตรฐาน 4)การบริหารกองทุนโดยขาดการมีส่วนร่วมของผู้ประกันตนไม่โปร่งใส นำไปสู่การแสวงหาผลประโยชน์จากกองทุนโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
“ประเด็นสำคัญในการปฏิรูปประกันสังคมจึงอยู่ที่การปฏิรูปโครงสร้างการบริหารให้เป็นองค์กรอิสระ มีกลไกและกระบวนการตรวจ สอบความโปร่งใส ขยายการคุ้มครองสิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกันตน ประกันสังคมถ้วนหน้าเพื่อคนทำงานทุกคน และมีส่วนร่วมจากผู้เอาประกัน” วิไลวรรณ แซ่เตีย รองประธาน คสรท. เสนอแนวทางปฏิรูป สปส.
นอกจากนี้ ตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา คสรท.ผลักดันให้มีการขยายประกันสังคมไปสู่กลุ่มแรงงานนอกระบบ ผ่านมาตรา 40 พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2533 ขณะนั้น คสรท.ยื่นข้อเสนอให้แก้ไข 5 ประการ คือ 1.ประกันสังคมต้องเป็นองค์กรอิสระ สปส.ต้องเป็นองค์กรที่กำหนดระเบียบวิธีการในการบริหารจัดการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ เพื่อให้สอดคล้องกับความเป็นจริง และผู้จ่ายเงินสมทบมีสิทธิกำหนดนโยบายการปฏิบัติ สิทธิประโยชน์ และมีส่วนร่วมในการบริหาร สปส.
2.ความโปร่งใส มีกระบวนการตรวจสอบ จะต้องปรับปรุงและสร้างกลไกการตรวจสอบที่ได้รับการยอมรับจากผู้ประกันตน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลอย่างที่สุด 3.1 คน 1 เสียงเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม ดังนั้นต้องแก้ไขระเบียบวิธีการได้มาซึ่งคณะกรรมการ อาทิ คุณสมบัติ อำนาจหน้าที่ วาระดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง และวิธีการเลือกตั้งตรงจากนายจ้างและผู้ประกันตน
4.บัตรเดียวรักษาได้ทุกโรงพยาบาลคู่สัญญา เช่น ให้ผู้ประกันตนสามารถเข้ารับการรักษาที่สถานพยาบาลใดก็ได้ตามความสะดวก และขยายสิทธิประโยชน์ให้ผู้ประกันตนอย่างรวดเร็ว ตรงตามสิทธิ และเหมาะสมกับสภาพงานของคนทำงาน 5.ประกันสังคมถ้วนหน้าเพื่อคนทำงานทุกคน ควรจัดให้คนทำงานทุกคนเข้าสู่ระบบประกันสังคมเพื่อมีหลักประกัน เพราะผู้ประกันตนส่วนใหญ่อยู่ในวัยทำงาน และเป็นผู้จ่ายสมทบเพื่อตั้งกองทุน
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม ซึ่งมี เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.แรงงาน เป็นประธาน และมีมติเห็นชอบด้วยคะแนนเสียง 276 จาก 278 คะแนน แต่ทว่าขณะนี้เข้าสู่โหมดการเลือกตั้งอย่างเต็มตัว การยื่นข้อเสนอเหล่านี้ต่อพรรคการเมืองจึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะผลักดันข้อเรียกร้องให้ได้เร็วที่สุด
สำหรับนโยบายที่เหลืออีก 8 ประการ นอกเหนือจากการปรับปรุงระบบประกันสังคม คือ 1.ให้สัตยาบันอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศฉบับที่ 87 และ 98 ว่าด้วยเสรีภาพในการรวมตัวและเจรจาต่อรอง 2.แก้ไข พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 ให้สอดคล้องกับอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ เพื่อให้เกิดการคุ้มครองผู้ใช้แรงงานทุกภาคส่วน
3.กำหนดค่าแรงที่เป็นธรรม โดยคำนึงถึงหลักทางสากลขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ และโครงสร้างค่าจ้างเพื่อให้มีหลักเกณฑ์การปรับค่าจ้างประจำปี 4.พัฒนารัฐวิสาหกิจให้มีประสิทธิภาพ และยกเลิกนโยบายการแปรรูปรัฐวิสาหกิจในกิจการสาธารณูปโภค 5.ให้สิทธิแรงงานเลือกตั้ง สส. สว. และองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นทุกระดับในเขตพื้นที่ที่ทำงาน เพื่อสะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนในพื้นที่
6.จัดตั้งสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน 7.จัดตั้งกองทุนประกันความเสี่ยงจากการลงทุนเพื่อคุ้มครองสิทธิคนงานให้ได้รับค่าชดเชยที่เป็นธรรม และเป็นหลักประกันความมั่นคงในการทำงานกรณีที่ถูกเลิกจ้างหรือปิดกิจการ และ 8.คุ้มครองสิทธิแรงงานนอกระบบ และสิทธิแรงงานข้ามชาติ







