posttoday
กว่าจะไปถึงเส้นชัย..ธนาคารไปรษณีย์

กว่าจะไปถึงเส้นชัย..ธนาคารไปรษณีย์

18 พฤษภาคม 2554

รัฐบาลเก่ากำลังจะไปรัฐบาลใหม่กำลังจะมา

รัฐบาลเก่ากำลังจะไปรัฐบาลใหม่กำลังจะมา

โดย...ทีมข่าวการเงิน

รัฐบาลเก่ากำลังจะไปรัฐบาลใหม่กำลังจะมา ...สิ่งที่ต้องจับตาคือนโยบายต่างๆ ว่าจะเปลี่ยนแปลงแค่ไหน

ธนาคารไปรษณีย์หรือโพสต์แบงก์ เป็นอีกหนึ่งนโยบายประชานิยมของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ที่เอาใจรากหญ้าคนจนที่เข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน โดยปล่อยกู้วงเงินไม่เกิน 1 หมื่นบาท

ถือเป็นหนึ่งในนโยบายที่คนในสังคมและแวดวงการเงินฮือฮามาก เพราะเป็นการพลิกโฉมหน้าสินเชื่อรากหญ้าไปอย่างสิ้นเชิง แต่สุดท้ายก็ยังไปไม่ถึงเส้นชัยเนื่องจากรัฐบาลมีการยุบสภาไปเสียก่อน

ย้อนหลังวันที่ 7 ธ.ค. 2553 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้บริษัท ไปรษณีย์ไทย ตั้งบริษัทลูก ถือหุ้น 100% เพื่อปล่อยสินเชื่อให้ประชาชน 18 ล้านคนที่เข้าไม่ถึงแหล่งเงิน ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าธนาคารเอกชนทั่วๆ ไป และแหล่งเงินกู้นอกระบบ

กว่าจะไปถึงเส้นชัย..ธนาคารไปรษณีย์

เป้าหมายการจัดตั้งธนาคารไปรษณีย์ คือเป็นเครื่องมือช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคม เพราะทำให้ประชาชนที่ไม่มีหลักประกัน และไม่มีรายได้ที่แน่นอนเข้าถึงแหล่งเงินได้

โดยยึดต้นแบบมาจาก “กรามีนแบงก์” ธนาคารคนจนของประเทศบังกลาเทศ หรือธนาคารเพื่อคนยากไร้ ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง สามารถช่วยเหลือคนจนบังกลาเทศจำนวนมาก โดยเฉพาะสตรีให้มีชีวิตใหม่ พึ่งตัวเองได้ และหลุดจากวงจรหนี้สิน จนมีหลายๆ ประเทศนำไปใช้บ้าง และทำให้ยูนุส ได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ

การตั้งธนาคารไปรษณีย์ เริ่มต้นจากให้บริษัท ไปรษณีย์ไทย ตั้งบริษัทลูกขึ้นมาถือหุ้น 100% ชื่อ บริษัท สินเชื่อไปรษณีย์ไทย (สปณ.) มีทุนประเดิม 50 ล้านบาท

โจทย์ของธนาคารไปรษณีย์ จะเริ่มปล่อยสินเชื่อจากทุนเริ่มต้น 50 ล้านบาท ใน 10 สาขานำร่องให้กับประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่ำกว่าเส้นความยากจน หรือได้ค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำและประชาชนที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน

ผู้กู้ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยให้กู้เป็นกลุ่มอย่างน้อย 3 คน เพื่อช่วยดูแลกันเองในกลุ่ม โดยธนาคารไปรษณีย์จะคิดอัตราดอกเบี้ย 2% ต่อเดือน หรือ 24% ต่อปี ภายใต้เงื่อนไขการปล่อยกู้กำหนดไว้รายละประมาณ 1 หมื่นบาท

10 จังหวัดนำร่องประกอบด้วย จ.เชียงใหม่ พิษณุโลก ศรีสะเกษ อุดรธานี อ่างทอง สระแก้ว ตาก ปัตตานี สตูล และ กทม.

แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยของธนาคารไปรษณีย์มีอัตราที่สูงกว่าดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารประชาชน เพราะถือว่าเป็นลูกค้าคนละกลุ่ม ในกลุ่มของธนาคารไปรษณีย์เป็นลูกค้าที่มีรายได้น้อยจริงๆ ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน จึงถือว่าเป็นลูกค้าที่มีความเสี่ยงมากกว่าปกติ ทำให้ต้องคิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้แพง

สำหรับแหล่งเงินทุนของธนาคารไปรษณีย์จะเป็นการกู้แบบอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนจากธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)โดยเฉพาะธนาคารออมสินที่ระดมเงินฝากต้นทุนต่ำได้มากและมีสภาพคล่องเหลือจำนวนมากพอที่จะให้ ธนาคารไปรษณีย์ เพื่อปล่อยกู้ได้อย่างไม่มีปัญหา

ผ่านมา 4 เดือนกว่า “โพสต์แบงก์” เริ่มตั้งไข่ขึ้น ประเดิมต้องหามือดีมาบริหารจัดการ โดยเพิ่งเริ่มประกาศรับสมัครผู้ที่สนใจจะมาดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการผู้จัดการของธนาคารไปรษณีย์ หรือโพสต์แบงก์ ซึ่งคาดว่าจะสามารถแต่งตั้งได้อย่างเป็นทางการภายในเดือน ส.ค.นี้

การจัดตั้งธนาคารไปรษณีย์ต้องเจอโรคเลื่อนมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว เริ่มตั้งแต่เดือน มี.ค.จนล่าสุดจะเปิดให้บริการได้เดือน ก.ค.นี้ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการสรรหาเอ็มดี ซึ่งคาดว่าจะได้ตัวประมาณเดือน ส.ค.นี้ ถ้ายังไม่ได้ก็ต้องรอเก้อต่อไป หมายความว่าจะดั้นด้นเปิดธนาคารไปรษณีย์ก่อนแม้ว่าจะไม่ได้ตัวเอ็มดีก็ตาม

ที่สำคัญอนาคตของธนาคารไปรษณีย์ ต้องพนันด้วยทุนประเดิมก้อนแรก 50 ล้านบาท

ขณะเดียวกันยังเดิมพันไปถึงอนาคตทางธุรกิจของบริษัท ไปรษณีย์ไทยด้วย เพราะหลังจากที่แปรสภาพเป็นบริษัท ก็ต้องดิ้นรนอย่างหนักในการต่อสู้เพื่อความอยู่รอด

บริษัท ไปรษณีย์ไทย ยังต้องเจอมรสุมลูกใหญ่จากเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่ทำให้การส่งข้อความง่ายแค่คลิกออนไลน์ ขณะที่การส่งสินค้าก็ถูกเอกชนชิงส่วนแบ่งทางการตลาดไปมหาศาล

นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ในฐานะประธานกรรมการ บริษัท ไปรษณีย์ไทย กล่าวว่า หลังจากปล่อยสินเชื่อครบ 50 ล้านบาท ก็จะมาประเมินกันอีกครั้งว่าโครงการประสบความสำเร็จหรือไม่ หากพบว่ามีผู้ขอสินเชื่อไม่มาก หรือปล่อยไปแล้วพบว่ามีหนี้เสียมาก ลูกค้าไม่มีวินัยในการชำระหนี้ ก็จะยุติโครงการ

ที่ผ่านมาแม้ว่าจะมีอีกหลายคำถามที่ยังค้างคา ทำไมต้องใช้ไปรษณีย์เป็นสถานที่ตั้งธนาคาร เพราะการจะใช้เครือข่ายพนักงานไปรษณีย์ที่เข้าถึงทุกซอยทุกมุมในชุมชนทำหน้าที่นอกจากส่งจดหมายแล้ว ยังต้องสวมบทบาทเป็นเซลส์แมนปล่อยเงินกู้ รวมทั้งเป็นพนักงานตามหนี้ไปในตัวด้วย พนักงานเหล่านี้พร้อมหรือไม่

อีกมุมมองหนึ่ง ถ้ารัฐบาลต้องการให้มีการตั้งธนาคารรายย่อยจริงๆ กระทรวงการคลังสามารถขอใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย ตั้งธนาคารใหม่เป็นธนาคารเฉพาะกิจเลยก็ได้ เหตุใดจะต้องให้บริษัท ไปรษณีย์ไทย ทำธนาคารรายย่อย ซึ่งไม่น่าจะไปด้วยกันได้

หรือส่งต่อนโยบายโดยยืมมือให้ธนาคารของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอีแบงก์) จัดตั้งหน่วยงานพิเศษที่จะสนองนโยบายรัฐในการให้สินเชื่อรายย่อย คล้ายๆ กับสินเชื่อประชาวิวัฒน์ก็ยังดำเนินการได้

ล่าสุดธนาคารกรุงไทยได้ประกาศที่จะบุกตลาดสดที่จะปล่อยสินเชื่อรายย่อยให้กับพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสด ก็เป็นแนวคิดที่ไม่แตกต่างจากธนาคารไปรษณีย์มากนัก

คนในวงการการเงินมองว่า รัฐบาลควรตั้งยูนิตที่ดูแลเรื่องสินเชื่อไปรษณีย์ขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับบุรุษไปรษณีย์เหล่านี้มากเกินไป

กระแสที่สังคมจับได้ ก็คือการที่รัฐบาลก้มหน้าก้มตาเร่งนโยบายนี้ให้ออกมาเร็ว และมีผลหลังเลือกตั้งนั้น มีประเด็นเรื่องคะแนนนิยมของพรรคประชาธิปัตย์แอบแฝงหรือไม่

จากสโลแกนของพรรคประชาธิปัตย์ที่ใช้ในการหาเสียง ด้วยสโลแกน “เดินหน้าต่อไป ด้วยนโยบาย เพื่อประชาชน” เท่ากับว่าถ้าพรรคประชาธิปัตย์ตกกระป๋องไม่สามารถกลับมาเป็นรัฐบาลได้ “ธนาคารไปรษณีย์” อาจจะไปไม่รอด

เท่ากับว่าขณะนี้ธนาคารไปรษณีย์ยังต้องลุ้นระทึกอยู่ในอาการลูกผีลูกคนต่อไปอีก 2 เดือน!!!

 

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค