posttoday
บีโอไอหวังดึงทุนญี่ปุ่นเข้าไทยแสนล้าน

บีโอไอหวังดึงทุนญี่ปุ่นเข้าไทยแสนล้าน

08 กุมภาพันธ์ 2553

 

โพสต์ทูเดย์ — บีโอไอตั้งเป้าดึงทุนญี่ปุ่นปีนี้ 1 แสนล้านบาท พร้อมดึงเอสเอ็มอีใช้สิทธิประโยชน์เอฟทีเอ

นายสันติ ลีละวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุน ณ นครโอซากา ประเทศญี่ปุ่น สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ในปี 2553 บีโอไอตั้งเป้าดึงการลงทุนจากญี่ปุ่นให้ได้เท่ากับปี 2551 หรืออยู่ที่ 1.02 แสนล้านบาท เพิ่มจากปี 2552 ที่กลุ่มทุนจากญี่ปุ่นยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนจำนวน 266 โครงการ มูลค่าการลงทุน 7.73 หมื่นล้านบาท

ขณะนี้แนวโน้มการลงทุนจากญี่ปุ่นเริ่มดีขึ้น เพราะผลประกอบการในไทยดี โดยบีโอไอจะเน้นการชักจูงการลงทุนจากญี่ปุ่นที่จะมีผลต่อการลงทุนในระยะยาว โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสีเขียว ที่ญี่ปุ่นเชี่ยวชาญและสนใจไปลงทุนทั่วโลก ซึ่งในปีที่แล้วญี่ปุ่นได้เข้ามาจับคู่ธุรกิจในไทยแล้ว 23 ครั้ง

ทั้งนี้ ในช่วง 23 ปีที่ผ่านมาบีโอไอใช้จุดเด่นของข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ที่ไทยลงนามไว้เป็นจุดดึงดูดให้ญี่ปุ่นเข้ามาลงทุน และทำให้บริษัทขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นสนใจเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น เช่น อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ เครื่องจักรกล โดยบีโอไอต้องการให้เอสเอ็มอีของญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนตามบริษัทใหญ่มากขึ้น เพราะจากวิกฤตเศรษฐกิจที่ผ่านมาส่งผลให้บริษัทใหญ่ได้รับผลกระทบ แต่เอสเอ็มอีไม่ได้รับผลกระทบมากนัก

และยังไปลงทุนในต่างประเทศไม่มาก

“นักธุรกิจญี่ปุ่นมีความตื่นตัวเรื่องการลงทุนในจีน เวียดนามและอินเดียเพราะเป็นตลาดใหม่ ซึ่งบีโอไอจะชี้แจงนักธุรกิจญี่ปุ่นว่าทั้ง 3 ประเทศน่าสนใจแต่ถ้าลงทุนในไทยมีความได้เปรียบหลายเรื่อง เช่น โครงสร้างพื้นฐาน โดยเอสเอ็มอีญี่ปุ่นจะต้องใช้ความรอบคอบในการออกไปลงทุนในต่างประเทศเพราะมีความพร้อมน้อยกว่าบริษัทไทย ซึ่งถ้าเข้ามาลงทุนในไทยน่าจะมีความพร้อมรองรับการลงทุนได้ดีกว่า โดยอาจเข้ามาลงทุนผลิตชิ้นส่วนในไทยเพื่อป้อนให้กับโรงงานใหญ่” นายสันติ กล่าว

สำหรับปัญหาการลงทุนในมาบตาพุดกระทบการลงทุนจำกัดเฉพาะอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและเหล็ก โดยจะกระทบเฉพาะการลงทุนของผู้ประกอบการรายใหญ่ ส่วนการลงทุนของเอสเอ็มอีไม่เข้าข่ายรัฐธรรมนูญมาตรา 67 จึงไม่น่าจะกระทบกับการลงทุนของเอสเอ็มอีญี่ปุ่นที่จะเข้ามาลงทุนในไทย ซึ่งในแถบคันไซของญี่ปุ่นมีเอสเอ็มอีถึง 6 แสนราย และมีบางส่วนที่สอบถามเกี่ยวกับปัญหาการลงทุนในมาบตาพุด โดยบีโอไอชี้แจงว่ารัฐบาลมีมาตรการออกมาเพื่อดูแลสิ่งแวดล้อม โดยเอสเอ็มอีญี่ปุ่นไม่กังวลกับมาตรการที่เข้มข้นขึ้นเพราะที่ญี่ปุ่นก็มีการควบคุมสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวดเหมือนกัน

นอกจากนี้ ในสัปดาห์ที่ผ่านมาบีโอไอได้เชิญผู้สื่อข่าวและองค์กรพันธมิตรของบีโอไอจากญี่ปุ่น 13 ราย มาศึกษาข้อมูลการลงทุนในไทย โดยบีโอไอได้พาคณะดังกล่าวไปดูความพร้อมของการลงทุนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น ขอนแก่น นครราชสีมา ซึ่งขณะนี้รัฐบาลญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการพัฒนาความร่วมมืออนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (จีเอ็มเอส) และมีความช่วยเหลือเพื่อพัฒนาเส้นทางขนส่ง โดยต่อไปบีโอไอจะดึงญี่ปุ่นมาลงทุนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อกระจายสินค้าไปประเทศเพื่อนบ้านได้ตามเส้นทางที่กำลังพัฒนา

นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า วันนี้ (8ก.พ.) จะมีการจัดสัมมนา “History of the Environment in 20th Century and Activities in Japan” ซึ่งจัดโดยองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น(เจโทร) โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีจะร่วมเวทีดังกล่าวเพื่อชี้แจงให้นักลงทุนญี่ปุ่นได้รับทราบถึงทิศทางการดำเนินงานของรัฐบาลเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหามาบตาพุดเพื่อที่จะสร้างความเชื่อมั่นต่อการลงทุนในประเทศไทย

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว