posttoday
ปชป.ลุ้นป้องกันแชมป์กทม."เพื่อไทย"ลั่นสู้แค่ตาย

ปชป.ลุ้นป้องกันแชมป์กทม."เพื่อไทย"ลั่นสู้แค่ตาย

12 พฤษภาคม 2554

ประกาศเปิดตัวชัดเจนแจ่มแจ้งสำหรับรายชื่อผู้สมัคร สส.กทม. ของ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ครบทั้ง 33 เขต หากเทียบกันหมัดต่อหมัดกับพรรคคู่แข่ง สามารถประเมินได้ไม่ยากว่า ปชป.ยังคงเป็นต่ออยู่หลายขุม

ประกาศเปิดตัวชัดเจนแจ่มแจ้งสำหรับรายชื่อผู้สมัคร สส.กทม. ของ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ครบทั้ง 33 เขต หากเทียบกันหมัดต่อหมัดกับพรรคคู่แข่ง สามารถประเมินได้ไม่ยากว่า ปชป.ยังคงเป็นต่ออยู่หลายขุม

เหตุผลก็คือ ผลการเลือกตั้งในสนาม กทม. ทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่น ชัยชนะแทบทุกครั้งล้วนตกเป็นของ ปชป.อย่างถล่มทลาย ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. สก. และ สข. ซึ่งพรรคพระแม่ธรณีบีบมวยผมยึดกุมไว้ได้เกือบเบ็ดเสร็จ

ยิ่งเมื่อย้อนดูสถิติจำนวน สส.กทม. แชมป์เก่าเจ้าของพื้นที่ก็ตกเป็นของ ปชป. ถึง 30 ที่นั่ง จากทั้งหมด 36 ที่นั่ง และเมื่อยุบเขตเลือกตั้งลงเหลือ 33 เขต โอกาสยิ่งเป็นของ ปชป.มากขึ้น ฉะนั้นสิ่งเดียวที่ต้องประคองไว้ให้ได้ก็คือ การรักษาศักดิ์ศรีแชมป์เก่า และป้องกันฐานที่มั่นเดิมไม่ให้ถูกชิงไป

ขณะเดียวกัน กระแสความกดดันทั้งหลายต้องถูกถ่ายเทไปยังฝั่ง พรรคเพื่อไทย (พท.) ซึ่งเดิมทีเคยมี สส.กทม. ในกำมือทั้งสิ้น 9 ที่นั่ง แต่หลังถูกศาลพิพากษาประหารชีวิตพรรคพลังประชาชน และกลายสภาพมาเป็นพรรคเพื่อไทย ทำให้เหลือจำนวน สส.กทม. 6 ที่นั่งในปัจจุบัน

หากแยกแยะพื้นที่ยึดครองของ สส.เพื่อไทยทั้ง 6 ที่นั่ง จะพบว่าเขตพื้นที่รอบนอก กทม. ล้วนถูกโอบล้อมไปด้วยพลพรรคเพื่อไทยทั้งสิ้น ได้แก่ บางเขน สายไหม ดอนเมือง หนองจอก คลองสามวา คันนายาว บึงกุ่ม บางกะปิ สะพานสูง มีนบุรี และลาดกระบัง

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ สส.กทม. พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานภาค กทม. เปรียบเทียบให้เห็นภาพว่า หากเมืองหลวง กทม.เป็นเหมือนไข่ดาว พื้นที่ชั้นใน “ไข่แดง” ก็ยังคงเป็นของ ปชป.อย่างเหนียวแน่น ขณะที่ พท.ยึดตะเข็บชายแดน “ขอบไข่ขาว” เป็นฐานที่มั่นสำคัญ

ปชป.ลุ้นป้องกันแชมป์กทม."เพื่อไทย"ลั่นสู้แค่ตาย อภิรักษ์ / น.อ.อนุดิษฐ์

การวางแผนยุทธศาสตร์ในการบุกยึดเมืองครั้งนี้ พท.จึงไม่หวังที่จะเข้าไปเจาะไข่แดงอย่างบุ่มบ่าม แต่เลือกที่จะตีกินเขตพื้นที่ “ไข่ขาว” ซึ่งมีโอกาสเข้าตีได้ง่ายกว่า โดยหมายมั่นปั้นมือว่าศึกเลือกตั้งครั้งนี้ พท.จะต้องกวาดต้อนให้ได้อย่างน้อย 22 ที่นั่ง

น.อ.อนุดิษฐ์ อ้างอิงถึงผลสำรวจเบื้องต้น พบว่าประชาชนส่วนหนึ่งอาจมีแนวโน้มหันมาเกื้อหนุน พท.มากขึ้น เหตุเพราะคะแนนนิยมที่มีต่อรัฐบาล ปชป.ลดลง อันเกิดจากปัญหาปากท้อง สินค้าแพง ค่าครองชีพสูง คุณภาพชีวิตตกต่ำ และลุกลามกลายเป็นปัญหาสังคม ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ประชาชนต้องการเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านขึ้นมาแสดงฝีมือในการบริหารบ้านเมืองแทน

นอกจากนี้ ผลสำรวจของ พท.ยังพบว่า ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งอีกกว่า 35-40% ยังไม่ตัดสินใจชัดเจนว่าจะเลือกพรรคใด โดยส่วนใหญ่รอดูนโยบายของแต่ละพรรคว่าจะเข้าตากรรมการหรือไม่

ฉะนั้น การเปิดเวทีดีเบตจึงมีความหมายอย่างยิ่งในการหาเสียง เพราะทัศนะของคนเมืองส่วนใหญ่นอกจากจะพิจารณาเลือกผู้แทนจากตัวบุคคลแล้ว ยังคำนึงถึงนโยบายว่าจะสามารถตอบสนองต่อความต้องการที่แท้จริงได้หรือไม่

แม้เป้าหมายที่ พท.ตั้งไว้สูงถึง 22 ที่นั่ง จากเดิมที่มีอยู่เพียง 6 ที่นั่ง อาจดูเหมือนไกลเกินฝัน แต่ น.อ.อนุดิษฐ์ ก็แสดงความมั่นใจว่าจะสามารถช่วงชิงพื้นที่รอบไข่ขาวมาครองได้ไม่ยาก

“ยืนยันว่างานนี้สู้ตาย ทุกเขตจะแพ้ไม่ได้เด็ดขาด และสิ่งสำคัญที่ต้องระมัดระวังให้มากก็คือ ปัญหาการทุจริตเลือกตั้ง นอกจากต้องระวังตัวเองแล้ว ยังต้องระวังผู้ไม่หวังดีที่อาจใช้วิธีที่ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม” เขากล่าว

อย่างไรก็ตาม บ้านนี้เมืองนี้มิใช่เป็นของ 2 พรรคใหญ่เท่านั้น แต่ยังมีพรรคขนาดกลางและขนาดเล็กที่อาจเข้ามาสอดแทรก หรือตัดส่วนแบ่งคะแนนได้บ้างในบางพื้นที่

ไม่ว่าจะเป็น พรรครักษ์สันติ ของ ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ผู้มีภาพลักษณ์เที่ยงตรงเป็นไม้บรรทัด ยอมหักไม่ยอมงอ โดยเน้นย้ำว่าจะคัดสรรผู้สมัครที่ใสซื่อมือสะอาด ซึ่งอาจเป็นที่ถูกใจของคนกรุงที่รังเกียจการทุจริตคอร์รัปชัน

ขณะที่ พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน (ชพน.) ออกตัวแรงตั้งแต่เข้าโค้งแรก ด้วยการยกทัพดาวดังขวัญใจคอกีฬา ดึงอดีตนักเตะหน้าหยกอย่าง “เดอะตุ๊ก” น.ต.ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ลงสมัคร สส.เขตสายไหม และ “น้องวิว” เยาวภา บุรพลชัย ลงสมัครในเขตหลักสี่ ส่วน “บอล” ภราดร ศรีชาพันธุ์ คาดว่าจะลงสมัครในระบบปาร์ตี้ลิสต์ หรือ สส. เขตพระโขนง พร้อมกันนี้ ชพน.ยังชูนโยบายขายฝันคนกรุง ทุ่ม 4,000 ล้านบาท พัฒนาวงการกีฬา เดินหน้าผลักดันบอลไทยสู่บอลโลก

ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าการเปิดตัวผู้สมัครของพรรคเล็กพรรคน้อยเหล่านี้ ถือเป็นการเปิดโอกาสให้คนกรุงมีทางเลือกในการตัดสินใจมากขึ้น แต่อีกด้านหนึ่งก็ต้องยอมรับด้วยเช่นกันว่า พรรคขนาดเล็กอาจเป็นได้เพียง “สีสัน” ประกอบฉากเท่านั้น

หากตัวผู้สมัครไม่โดดเด่นโดนใจอย่างจัง โอกาสที่จะได้เข้าไปนั่งในสภาหินอ่อนอาจเป็นความหวังที่ริบหรี่ ฉะนั้นหมากเกมนี้จึงอาจเรียกได้ว่าเป็นเวทีห้ำหั่นระหว่าง 2 พรรคใหญ่ ส่วนพรรคเล็กคือรูระบายของคนกรุงที่ไม่เอาทั้งรัฐบาลและไม่ชอบฝ่ายค้าน

ตัวแปรสำคัญในการตัดสินใจหย่อนบัตรของคนกรุงนั้นมี 2 ปัจจัยหลักก็คือ 1.ตัวบุคคล 2.นโยบายพรรค และที่สำคัญคือ กระแสความนิยมของแต่ละพรรค โดยเฉพาะในช่วง “โค้งสุดท้าย” หรือ 2 สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้ง หากเกิดเหตุการณ์ชุมนุมหรือการสร้างความปั่นป่วนของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ย่อมมีผลสะเทือนถึงพรรคการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เช่นเดียวกัน ฝ่าย ปชป.แม้จะมีจุดแข็งจากการเป็นรัฐบาล แต่หากใช้ “อำนาจรัฐ” ในทางที่มิชอบ ก็อาจกลายเป็นคมดาบที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงตัวเองได้ทุกเมื่อ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ