
เพื่อไทยชูนโยบายลดภาษี-ขึ้นค่าแรง
เพื่อไทยขายนโยบายลดภาษีนิติบุคคลเหลือ 20% ในปี 2556 และให้ไปขึ้นเงินเดือนค่าแรงขั้นต่ำที่ 300 บาท ปริญญาตรี ที่ 15,000 บาท
เพื่อไทยขายนโยบายลดภาษีนิติบุคคลเหลือ 20% ในปี 2556 และให้ไปขึ้นเงินเดือนค่าแรงขั้นต่ำที่ 300 บาท ปริญญาตรี ที่ 15,000 บาท
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมช. คลัง ในฐานะคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ในเมื่อพรรคเพื่อไทย มีการตั้งใจที่จะพัฒนาให้ประเทศไทยจะต้องเป็นผู้นำของกลุ่มประเทศอาเซียนแล้ว ประเทศไทยก็จะต้องพิจารณาการปรับปรุงประเทศในทุกๆด้านเพื่อให้สามารถพัฒนาตัวเองเป็นผู้นำให้ได้ เรื่องหนึ่งที่ต้องพิจารณาคือระบบภาษ๊ทั้งระบบที่ต้องมีการปรับปรุงเพื่อให้แข่งขันกับประเทศอื่นได้ ดังนั้นแนวความคิดที่จะลดภาษีนิติบุคคลลงเพื่อให้อยู่ในระดับที่แข่งขันได้กับประเทศที่เป็นศูนย์กลางในด้านอื่นๆ เช่น ฮ่องกงมีอัตรา 17% สิงคโปร์มีอัตรา 18%
ทั้งนี้พรรคเพื่อไทยจึงได้เสนอนโยบายการลดภาษีนิติบุคคลจาก 30% ลงมาเหลือ 23% ในปี พ.ศ. 2555 และ ลดลงเหลือ 20% ในปี 2556 และการลดภาษีนิติบุคคนี้จะทำให้นิติบุคคลสามารถนำกำไรที่เพิ่มขึ้นจากการจ่ายภาษีนิติบุคคลที่ลดลงไปเพิ่มรายได้ให้กับ ค่าแรงขั้นต่ำที่ 300 ล้านบาท และผู้จบปริญญาตรีที่ 15,000 บาท และเมื่อประชาชนที่มีรายได้เพิ่มขึ้นจากค่าแรงขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้น และผู้จบปริญญาตรีที่ได้รายได้เพิ่มขี้นก็จะเป็นการยกระดับรายได้ของประชาชนให้เพิ่มขึ้นเพื่อต่อสู้กับภาวะสินค้าแพงในปัจจุบัน หลังจากที่ประกาศเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรจากการจำนำข้าวเปลือกที่ 15,000 บาท และ ข้าวหอมมะลิที่ 20,000 บาท และเครดิตการ์ดชาวนาแล้ว
นอกจากนี้การมีรายได้เพิ่มก็จะมีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ผลคือรัฐบาลก็จะได้รับภาษีมูลค่าเพิ่มกลับคืนมา และหน่วยธุรกิจที่ยังอยู่นอกระบบจะเข้ามาจ่ายภาษีมากขึ้น และจะมีธุรกิจจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น โดยเฉพาะการลงทุนจากประเทศญี่ปุ่น เพราะหลังจากที่เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ นักลงทุนชาวญี่ปุ่นน่าจะลดความเสี่ยงและจะลงทุนในประเทศตนเองน้อยลงและจะย้ายฐานการลงทุนออกต่างประเทศ และประเทศไทยน่าจะเป็นประเทศหนึ่งที่นักลงทุนชาวญี่ปุ่นอยากมาลงทุน แต่ประเทศไทยก็จะต้องปรับตัวเองในหลายๆด้านเพื่อรองรับการลงทุนที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้การปรับปรุงการส่งเสริมการลงทุนโดยลดประเภทธุรกิจที่จะส่งเสริม เพื่อส่งเสริมเฉพาะธุรกิจที่จะเป็นอนาคตอย่างแท้จริง ก็จะทำให้รัฐได้รายได้จากภาษีอากรที่เพิ่มขึ้น







