posttoday
เสื้อแดงแตก-เพื่อไทยร้าว

เสื้อแดงแตก-เพื่อไทยร้าว

07 กุมภาพันธ์ 2553

อุณหภูมิการเมืองในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมายังคงร้อนแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงที่พยายามโหมปลุกกระแสมวลชนจัดตั้งเป็น “กองทัพประชาชน” ทว่าสุดท้ายกลับ “จุดไม่ติด” บรรดาแกนนำต่างเห็นกันไปคนละทิศละทาง จน พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี และเสธ.แดง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ประกาศแยกทางกับกลุ่มเสื้อแดง

ประเด็นนี้เริ่มต้นจากการให้สัมภาษณ์สดตรงจากเมืองดูไบของ พล.อ.พัลลภภายหลังการเข้าพบกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ด้วยแนวคิดที่จะจัดตั้งกองทัพประชาชนแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือกปช. พร้อมวางตัวบิ๊กจิ๋ว พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทยมาเป็น ผบ.สส.ของกปช.

พร้อมยืนยันว่ากองกำลังดังกล่าวไม่ใช่กองกำลังติดอาวุธ และยังไม่ได้กำหนดวันชุมนุม แต่จะเป็นการชุมนุมยืดเยื้อยาวนาน และเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา ลาออก รวมทั้งให้นำรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 มาใช้ โดยไม่เกี่ยวข้องกับการเรียกร้องเรื่องยึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาทของพ.ต.ท.ทักษิณ

ทว่าสุดท้ายกลายเป็นหลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และวิตกว่าจะเกิดความรุนแรงในสังคม และการที่บิ๊กจิ๋วออกมาปฏิเสธไม่รับตำแหน่งผบ.สส.ของกองทัพประชาชนไปจนถึงการออกมาให้สัมภาษณ์ตัดเยื่อใยของจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำเสื้อแดง ที่ระบุว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเพียงความเห็นส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเสื้อแดง

ทำให้ พล.อ.พัลลภ ออกมาประกาศแยกทางกับกลุ่มคนเสื้อแดง “ผมจะอยู่เฉยๆ ผมจะดูเขา และปล่อยให้เขาดำเนินการไปเลย ผมจะไม่ยุ่งเกี่ยว ถ้ามันเกิดเหตุเหมือนช่วงเดือนเม.ย.ปีที่ผ่านมา ก็อย่ามาเรียกกัน เพราะผมช่วยอะไรไม่ได้ ส่วนสถานภาพในพรรคเพื่อไทยก็ยังคงทำหน้าที่ไม่เกี่ยวกัน”

ไม่ใช่แค่ความขัดแย้งภายในกลุ่มเสื้อแดงเท่านั้น เมื่อบรรยากาศในพรรคเพื่อไทยเองกลับเกิดรอยร้าวหนักในพื้นที่กทม. ระหว่างร.ต.อ.เฉลิมอยู่บำรุง ประธานสส.พรรค และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ถึงขั้นที่ร.ต.อ.เฉลิม ออกมาเปิดฉากวิวาทะผ่านสส.ในกลุ่มของคุณหญิงสุดารัตน์อย่างรุนแรง ด้วยเหตุผลที่ถูกคุณหญิงสุดารัตน์เลื่อยขาเก้าอี้มาตลอด

ยิ่งภายหลังจากที่ ร.ต.อ.เฉลิม ออกมาจุดประเด็นเรื่องการแบ่งโซนรับผิดชอบดูแลในการเลือกตั้งพื้นที่กทม.ออกเป็น 3 เขตใหญ่ คือ กทม.เหนือ, กทม.ใต้ และฝั่งธนบุรี เพื่อกระจายความรับผิดชอบ ยิ่งทำให้สส.กทม.ออกมาแสดงความวิตกกังวลว่าเรื่องนี้จะยิ่งทำให้ความขัดแย้งภายในพรรครุนแรงบานปลายและกระทบต่อผลการเลือกตั้งครั้งหน้า

อีกประเด็นใหญ่ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาคือ กรณีที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติให้ส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดฟ้องนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ครั้งเป็นอดีตรมช.มหาดไทย กรณีขายที่ธรณีสงฆ์ให้กับสนามกอล์ฟอัลไพน์โดยมิชอบ

ขณะที่นายเสนาะออกมาตอบโต้ป.ป.ช.ว่าไร้มาตรฐานในการชี้มูลความผิดรวมถึงกล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์กลั่นแกล้งและยืนยันในความบริสุทธิ์ของตัวเอง พร้อมสาบานว่าหากเป็นอย่างที่กล่าวหา ขอให้เป็นอะไรไป 7 ชั่วโคตร

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว