
ขอพันล้านล็อตสุดท้ายซับน้ำตาชาวใต้
คชอ.ชงครม.อนุมัติงบล็อตสุดท้าย พันล้านแจกจังหวัดซับน้ำตาชาวใต้ ยันเงินบริจาค 100 ล้านถึงมือแล้วเตรียมสร้างบ้านเรินน้ำใจ เหนือ อีสานได้ด้วย
คชอ.ชงครม.อนุมัติงบล็อตสุดท้าย พันล้านแจกจังหวัดซับน้ำตาชาวใต้ ยันเงินบริจาค 100 ล้านถึงมือแล้วเตรียมสร้างบ้านเรินน้ำใจ เหนือ อีสานได้ด้วย
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการ กำกับติดตาม การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (คชอ. ) เปิดเผยโพสต์ทูเดย์ว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันที่ 3 พ.ค. คชอ. เสนออนุมัติงบประมาณแก้ปัญหาความเดือดร้อนจากภัยพิบัติภาคใต้ ให้กับแต่ละจังหวัด รวมประมาณ 1,300 ล้านบาทและโครงการซ่อมแซมระบบประปาอีก 70 กว่าล้านบาท ทั้งนี้เมื่อรวมกับงบประมาณฟื้นฟูเยียวยาที่ผ่านความเห็นชอบจากครม.ไปก่อนหน้านี้รวมเป็นงบประมาณ เกือบหมื่นล้านบาท
ส่วนเงินบริจาคประชาชนผ่านการจัดรายการโทรทัศน์ช่อง 5 , 9 และ 11 ได้รับการโอนเงินจากประชาชนเกือบ 100 เปอร์เซนต์แล้วเป็นจำนวนเงินกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งในส่วนนี้จะนำไปสร้างบ้านให้กับผู้ประสบภัย รวมถึงการสร้างบ้านให้กับประชาชนที่ประสบภัยจากพายุหมุนในพื้นที่ภาคเหนือและอีสานด้วย รวมถึงบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายจากการสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งจะใช้หลักเกณฑ์เดียวกัน โดยบ้านพักอาศัยที่มีผู้อาศัยไม่เกิน 3 คน จะสร้างบ้านให้ในวงเงิน 190,000 บาท ส่วนพื้นที่หลังใหญ่วงเงิน 240,000 บาท
จากการสำรวจบ้านมีความเสียหายพังทั้งหลังในพื้นที่ภาคใต้จำนวน 830 หลัง รวมกับจังหวัดสงขลาจากเหตุวาตภัย ปี 53 อีก 116 หลัง และกรณีบ้านที่ได้รับความเสียหายจากพายุหมุน พื้นที่เหนือ อีสาน 24 หลัง รวมแล้วประมาณ 1,000 หลัง ซึ่งจะใช้เงินบริจาคประชาชนผ่านทางสถานีโทรทัศน์
“เงินจำนวนนี้เป็นข่าวในตอนแรกคล้ายว่าจะเบี้ยว แต่ผมมีการอธิบายว่า คนบริจาคจะค่อยโอนเงินเข้ามา ก็ต้องคอยตาม ตอนนี้ก็โอนเข้ามาเกือบครบ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว เพราะรัฐบาลเชื่อว่าคนบริจาคมีจิตใจที่เป็นกุศล เราจะไปว่าเขาก็ไม่ได้ และภัยที่เกิดที่ประเทศไทย เราก็ช่วย อย่างแค่ที่ไทยญี่ปุ่นเองเราก็ช่วยไปตั้งเยอะ ฉะนั้น อันนี้ไทยเองจะไปมีเหตุการณ์อย่างนั้นได้อย่างไร เงินก็มีร้อยกว่าล้าน ทางรัฐบาลก็ประสานไปตามหน่วยงานที่จะมาช่วยเหลือในเรื่องบ้าน ทาง ช่อง 3 ก็ช่วยเข้ามาช่วยสร้าง 200 หลัง มูลนิธิเพื่อนพึ่งภายามยากอีก 150 หลัง ของจังหวัดสุราษฯ ท่านรองฯ สุเทพไปรับบริจาคช่วยอีก 212 หลัง รวมแล้วมีคนบริจาคมาช่วย ตัวเลขก็อยู่ที่ 562 หลัง “ นายสาทิตย์ กล่าว
สำหรับการสร้างบ้านนั้น ขณะนี้ มีการตั้งกองอำนวยการร่วมสร้างบ้าน ที่จังหวัด มีชาวบ้าน ฝั่งตำรวจทหาร ท้องถิ่นช่วยกัน ก็จะให้อบต. เป็นตัวหลักที่ตำบลในการสร้าง ตั้งใจสร้างให้เสร็จทั้งหมดใน 3 เดือน หรือ 90 วัน การสร้างบ้านจะมาดูว่า ต้องสร้างในที่ที่จะไม่มีดินถล่มซ้ำอีก และมีที่ดินมีเอกสารสิทธิ์พร้อม
สำหรับบ้านที่จะสร้างชุดแรก แบบที่หนึ่ง คืออาศัยไม่เกิน 3 คน 162 หลัง ส่วนขนาดใหญ่เกินสามคน 175 หลัง ส่วนของเพื่อนพึ่งพา จะออกแบบบ้านเอง เรียกว่าบ้านชีวิตใหม่ 143 หลัง ส่วนของทางรัฐบาลเรียกว่า เรินน้ำใจ ภาษาใต้คือบ้าน หรือเรือน ส่วนของช่อง 3 ก็ใช้เรินน้ำใจแบบเดียว ก็แบ่งพื้นที่กันเรียบร้อย
ส่วนบ้านที่อยู่ในบริเวณเขา ส่วนใหญ่อยู่ในที่ป่าของกระทรวงทรัพย์ฯ กลุ่มนี้ คงอยู่มี่เดิมไม่ได้ และมีอีกกลุ่มที่เขาพนม ที่บอกว่าไม่อยากอยู่ที่เดิมเพราะกลัว เพราะฉะนั้นกลุ่มนี้กับกลุ่มที่อยู่ในที่ป่า ก็ต้องจัดการปัญหาเรื่องที่ดินให้เขา ส่วนบ้านที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง ก็เป็นภาระของรัฐในการจัดหาที่ดิน
นายสาทิตย์ กล่าวด้วยว่า จะเสนอครม. ให้กระทรวงทรัพย์ ฯอนุญาตเข้าใช้ที่ดิน ในกรณีที่เป็นป่าเสื่อมโทรม ในบริเวณที่ไม่ไกลที่ทำกินมากนัก พวกที่อยู่ในที่ป่า ที่ตั้งบ้านอยู่แล้วก็ขอให้ผ่อนผัน โดยให้ชาวบ้านขอเช่าหรือขอใช้ประโยชน์ในที่ดิน ให้กระทรวงทรัพย์อนุมัติ หลักการเดียวกับสึนามิ แต่ต้องดูเรื่องความปลอดภัย อย่างเช่นที่กระบี่ จะลงมานิดนึง จะมีโรงเรียนเก่าที่ไม่ได้ใช้แล้ว หรือโรงเรียนควนผึ้ง ที่นครฯ จะมีสำนักสงฆ์ ตอนนี้อยู่ในขั้นตอน ในการดูพื้นที่ ต่อไปเขาจะอยู่เป็นหมู่บ้านเลย เราจะมีสาธารณูปโภค ทำถนน มีระบบเตือนภัย เราจะจัดเครือข่ายในการระวังภัยพิบัติ บ้านที่จะอยู่ก็จะเป็นบัดดี้กัน ช่วยกันเตือน (บ้านที่อยู่บนเขา ในป่า) เกือบครึ่งหนึ่งของที่เสียหาย
“ อย่างที่ผมไปดูกับนายกที่ตะลุมพุกซึ่งคลื่นซัดฝั่งกินบ้านชาวบ้าน ซึ่งตรงนี้ชาวบ้านขอย้ายไปอยู่ที่อีกฝั่งหนึ่งของถนน ตอนนี้กำลังขอที่จากกระทรวงทรัพย์ฯ แต่ตรงนี้เขาสร้างบ้านเอง เราช่วยเรื่องที่ดินให้ รวมกันแล้วที่เราต้องเข้าไปช่วยเรื่องบ้าน เราต้องเข้าไปช่วย ประมาณ 400 หลัง ทั้งนี้เท่าที่คุยกับท่านสุวิทย์ ท่านก็ยินดีที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ ท่านก็มีประสบการณ์จากสึนามิมาแล้วซึ่งครม. มีการอนุมัติให้ใช้พื้นที่ป่าได้” นายสาทิตย์ กล่าว
นายสาทิตย์ กล่าวว่า ตอนนี้กองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อนุมัติกรอบวงเงินไว้ทั้งหมดแล้ว แม้ว่าจะยุบสภา รัฐบาลไป แต่เงินนี้ก็จะโอนไปที่จังหวัด และเมื่อไปที่กองอำนวยการร่วมแล้ว อนุกรรมการที่ถูกแต่งตั้งก็จะเป็นข้าราชการกับภาคเอกชน ประชาชนเป็นส่วนใหญ่ก็จะลงมาช่วยกันดูแล ซึ่งอนุจะมีทั้งวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย สมาคมสถาปนิก เครือข่ายภาคประชาชน องค์กรพัฒนาชุมชน กระทรวงที่เกี่ยวข้อง สำนักนายก
นายสาทิตย์ กล่าวด้วยว่า หลังเกิดเหตุเกือบ 2 เดือน ได้จ่ายเงินชดเชยครัวเรือนละ 5,000 บาท ไปแล้วเกือบ 2 แสนครัวเรือนหรือครึ่งหนึ่งจาก 597,000 ครัวเรือน
อย่างไรก็ตาม จากครัว 5.9 แสนครัวเรือนเป็นตัวเลขประเมินในภาพรวม แต่การจ่ายจริงนั้น จะมีการพิจารณาผ่านคณะอนุกรรมการ ตามหลักเกณฑ์คือน้ำท่วมจริง เพราะฉนั้นถ้าเอาเข้าจริง ครัวเรือนที่เข้าหลักเกณฑ์ อาจะไม่ถึง 5.9 แสนครัวเรือนก็ได้อาจจะมีอยู่ประมาณ 4 แสน แต่ไม่เกิน 5 แสน แต่เราก็จะทำไปเรื่อยๆ จนกระทั่งครบจำนวน
ทั้งนี้ งบประมาณในการจ่ายครัวเรือนละ 5,000 บาท อยู่ในวงเงิน 2,895 ล้านบาท ส่วนที่สองการจ่ายค่าชดเชยพืชผลทางการเกษตร ข้าว ปศุสัตว์ ใช้หลักเกณฑ์เดียวกับน้ำท่วมปี 53 อยู่ในวงเงิน 3,200 ล้านบาท 3. งบซ่อมแซมถนนให้กับกรมทางหลวงชนบทร่วมกับหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ระยะแรก 935 ล้านบาท และ ระยะสอง อนุมัติอีก 1,291 ล้านบาท 4. อนุมัติให้กรมชลฯ ปรับแผน SP 2 อีก 800 ล้าน รวมทั้งสิ้น 2,196 ล้านบาท
อีกส่วนหนึ่ง เป็นงบซ่อมแซมโรงพยาบาลท่าศาลา โดยจะเป็นการสร้างตึกใหม่หนึ่งหลัง และจะออกแบบรองรับภัยพิบัติ เช่น ยกพื้นสูง แล้ว เจนเนอเรเตอร์ ก็จะอยู่ชั้นบน จะเป็นตึกแรกของประเทศไทย และโรงพยาบาลทั่วประเทศจะเป็นแบบนี้ทั้งหมด เพราะเห็นประสบการณ์จากที่หาดใหญ่ 94 ล้านบาท ซ่อมรันเวย์ สนามบินนครฯ 74 ล้าน ซ่อมแซมเส้นทางรถไฟ 250 ล้านบาท กรมทางหลวง 799 ล้านบาท ให้ทางหลวงชนบทไป 300 ล้านบาท ให้กองบัญชาการทหารพัฒนาไป 50 ล้านบาท ให้กระทรวงศึกษาธิการไป 400 กว่าล้าน อันนี้ก็เป็นเรื่องของ 2,196 ล้านบาท







