posttoday
เจาะแฟ้มครม.

เจาะแฟ้มครม.

03 พฤษภาคม 2554

ครม.ขบวนสุดท้ายแบ่งปันถ้วนหน้าแสนล้านพ่วงประชานิยมบ้านหลังแรก ดอกเบี้ย 0% จัดงบประกันพืชผล 2 พันล้าน คมนาคม- กลาโหมจัดหนัก อนุมัติรถเมล์  ขยายถนน สร้างอุโมงค์ ซื้อรถถังยูเครน ปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์

ครม.ขบวนสุดท้ายแบ่งปันถ้วนหน้าแสนล้านพ่วงประชานิยมบ้านหลังแรก ดอกเบี้ย 0% จัดงบประกันพืชผล 2 พันล้าน คมนาคม- กลาโหมจัดหนัก อนุมัติรถเมล์  ขยายถนน สร้างอุโมงค์ ซื้อรถถังยูเครน ปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์

ในที่สุดคณะรัฐมนตรี(ครม.) ภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เดินทางมาถึงการประชุมครม.นัดสั่งลาก่อนยุบสภา แต่ไม่ได้หมายความว่า หลังจากประกาศยุบสภาวันที่ 6 พ.ค. จะไม่มีครม.  รัฐบาลยังสามารถประชุมครม.ต่อไปได้ เพียงแต่วาระเงินๆทองๆ  หรือแต่งตั้งข้าราชการ ผู้บริหารระดับสูง ไม่อาจนำเข้ามาถกได้เหมือนทุกครั้ง สำหรับสถานที่ประชุมยังคงยึดหัวหาดอาคารรัฐสภาจนนาทีสุดท้ายเหตุเพราะเพื่อให้ทันการต่อการวิ่งรอกเข้าออกห้องประชุมสภาลงมติกฎหมายสำคัญก่อนไม่มีสภาให้พิจารณา

ประชุมครม.วันนี้( 3 พ.ค. ) อัดแน่นด้วยอภิมหาวาระปกติ 120 เรื่อง ไม่นับรวมวาระเพิ่มเติม วาระจรที่จะตามเข้ามาในเช้าวันนี้อีกเป็นกระบุงโกยและอาจทุบสถิติการอนุมัติกรอบงบประมาณในรอบสองปีตั้งแต่มีการประชุม ครม.  แต่ที่แน่ๆ เพื่อรองรับการเลือกตั้ง  คณะกรรมการการเลิอกตั้ง(กกต.) เสนอของบประมาณเพื่อใช้ในการจัดการเลือกตั้ง 3.8 พันล้านบาท   

เริ่มจากการแก้ปัญหาอุทกภัยภาคใต้ จำเป็นต้องรองบฟื้นฟูครั้งนี้ด้วย โดย นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการ กำกับติดตาม การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (คชอ. ) เสนออนุมัติงบประมาณแก้ปัญหาความเดือดร้อนจากภัยพิบัติภาคใต้ ให้กับแต่ละจังหวัด รวมประมาณ 1,300 ล้านบาทและโครงการซ่อมแซมระบบประปาอีก 70 กว่าล้านบาท  ทั้งนี้เมื่อรวมกับงบประมาณฟื้นฟูเยียวยาที่ผ่านความเห็นชอบจากครม.ไปก่อนหน้านี้รวมเป็นงบประมาณ เกือบหมื่นล้านบาท พร้อมกับรายงานการนำเงินบริจาค 100 กว่าล้านบาทสร้างบ้านให้กับผู้ประสบภัยเกือบ 1 พันหลัง รวมถึงใช้หลักเกณฑ์เดียวกันสร้างบ้านกับผู้ประสบภัยพายุหมุนในพื้นที่ภาคเหนือและอีสาน รวมถึงบ้านที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์สู้รบชายแดนไทย- กัมพูชา    สาทิตย์คนเดียวกัน เสนอ ขอแก้กฎกระทรวงให้อำนาจสำนักปลัดสำนักนายกฯในการจัดที่ดินเพื่อดำเนินงานตามนโยบายโฉนดชุมชน

กระทรวงการคลัง  เสนอ  โครงการสนับสนุนผู้มีรายได้น้อยที่มีที่อยู่อาศัยเป็นบ้านหลังแรก ด้วยการยกเว้นดอกเบี้ยเงินกู้ในช่วง 2 ปี  กำหนดวงเงินปล่อยสินเชื่อไว้ 5  หมื่นล้านบาท      เสนอวงเงินการทำประกันภัยพืชผลจำนวน 2.8 พันล้านบาท  เสนออนุมัติบำเหน็จข้าราชการช่วยงานโครงการประชาวิวัฒน์ จำนวน  40 ล้านบาท    เสนอจัดตั้งสำนักงานนโยบายพัฒนาระบบการเงินภาคประชาชน(สพช.) การแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ

ยังจะเสนอขออนุมัติแนวทางในการแก้ปัญหาปุ๋ยเฉพาะหน้า โดยจะให้ ธ.ก.ส.ปล่อยสินเชื่อปุ๋ยอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษให้แก่เกษตรกรที่เป็นลูกค้าของธ.ก.ส.และเกษตรกรทั่วไปวงเงิน 2-3 หมื่นล้านบาท ที่เชื่อว่าจะเพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร

กระทรวงคมนาคมขอเหนาะๆ  32,000 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.โครงการจัดหารถจักรดีเซลไฟฟ้า จีอี 50 คันวงเงิน 6.,5พันล้านบาท 2.โครงการปรับปรุงรถจักร 56 คัน วงเงิน 3.3พันล้านบาท    3. โครงการจัดหารถโดยสารรุ่นใหม่สำหรับบริการเชิงพาณิชย์ 115 คัน วงเงิน4.9 พันล้านบาท 4. โครงการก่อสร้างอุโมงค์เชื่อมต่อระหว่างจังหวัดเชียงใหม่อำเภอหางดง วงเงิน 1พันล้านบาท 5.โครงการก่อสร้างถนนราชพฤกษ์ ถนนกาญจนาภิเษก (แนวตะวันออก-ตะวันตก)วงเงิน 2.4พันล้านบาท 6. โครงการสร้างจุดเชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้าเพชรบุรีกับสถานีมักกะสัน วงเงินกว่า 10 ล้านบาท 7. โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านบริการการเดินอากาศ 4.4พันล้านบาท 8. ขอออกพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เวนคืนที่ดินทางด่วนใหม่สายศรีรัช-วงแหวนรอบนอก 16.7 กิโลเมตรค่าเวนคืน 9.5พันล้านบาท รวมทั้งการขอยกเว้นการใช้ระบบอนุญาโตตุลาการรถไฟฟ้าสายสีแดง (บางซื่อ-รังสิต)     เสนอจัดตั้งสำนักงานตั๋วร่วม  62  ล้านบาท  ของบศึกษาระบบกำหนดตำแหน่งบนโลกใช้ติดตั้งรถสาธารณะ 10 ล้านเหรียญสหรัฐ

หน่วยงานด้านความมั่นคง  อาทิ  กระทรวงกลาโหม เสนอ  ขออนุมัติงบประมาณซื้อรถถังจากประเทศยูเครนรุ่น oplot อีก จำนวน 54 คัน มูลค่ากว่า 7,200 ล้านบาท นำไปประจำการกองพลทหารม้าที่ 3 (พล.ม.3) ซึ่งจะจัดตั้งขึ้นในพื้นที่เดิมของกรมทหารราบที่ 6  จ.ขอนแก่น   ศอ.บต. การพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนระดับหมู่บ้านชายแดนภาคใต้ 180 ล้านบาท

กระทรวงมหาดไทย   ของบกลางเยียวยาผลกระทบทางการเมือง 212 ล้านบาท (จ.อุดรธานี) กอ.รมน.  งบกลางจ่ายค่าตอบแทนพิเศษกำลังพล 203 ล้านบาท

กระทรวงแรงงาน  ของบประชาสัมพันธ์ การประกันตนตามมาตรา  40  งบประมาณ 200  ล้านบาท เสนอ กำหนดอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือเพิ่มเติมอีก 11 สาขาอาชีพใน 3 กลุ่มอาชีพ     กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  ตกค้างจากครม.สัปดาห์ที่ผ่านมาด้วยการของบจ่ายค่าชดเชยสมาชิกบัตรไทยแลนด์พรีวิลเลจการด์ที่ครม.มีมติยกเลิก  3 พันล้านบาท     กระทรวงสาธารณสุข  งบกลางสนับสนุนโครงการปฏิรูปประเทศไทย 415 ล้านบาท      กระทรวงศึกษาธิการ  การปฏิรูปรอบ 2 งบ 317 ล้านบาท     ส่วนกระทรวงพาณิชย์จะเสนอแผนพัฒนาและส่งเสริมตลาดสินค้าอินทรีย์ ปี 2554-2558 กำหนดเป้าหมายให้ไทยเป็นศูนย์กลางสินค้าเกษตรอินทรีย์ในภูมิภาคอาเซียน

กระทรวงต่างประเทศ    เสนอ แต่งตั้งที่ปรึกษากฎหมาย เพื่อเป็นคณะทำงานด้านกฎหมายกรณีปราสาทพระวิหาร จำนวน 3 คน ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเป็นทนายชาวฝรั่งเศส แคนาดา และออสเตรเลีย อย่างไรก็ตามทั้ง 3 คน เดิมเป็นที่ปรึกษากฎหมายที่กระทรวงการต่างประเทศได้ว่าจ้างเป็นที่ปรึกษา ของกระทรวงมาแล้วก่อนหน้านี้

นอกจากนี้ นายมั่น พัธโนทัย  รมช.คลังเสนอปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์  รถยนต์นั่งปรับเหลือแค่ 2 อัตรา คือ 30 % สำหรับรถยนต์นั่งที่ขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 3,000 ซีซี และ 50 % สำหรับเครื่องยนต์เกิน 3,000 ซีซี ไม่ได้เก็บตามกระบอกสูบเหมือนเดิม ที่เก้ฐในอัตราตั้งแต่ 30-40 % และจะนำปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์( C02 ) มาพิจารณาด้วย    ทั้งนี้หากรถยนต์นั่งดังกล่าวมีปริมาณการปล่อย คาร์บอนไดออกไซค์เกิน 200 กรัมต่อกิโลเมตร จะถูกเก็บภาษีเพิ่มอี 5 % หรือคิดเป็นเงินประมาณ 6,000 บาทต่อคัน  แต่หากปล่อย คาร์บอนต่ำกว่า 150 กรัมต่อกิโลเมตรก็จะได้ลดภาษี 5 % เช่นเดียวกัน  ทั้งนี้จะให้เวลาผู้ประกอบการปรับตัวเป็นเวลา 3 ปี   


เจาะแฟ้มครม. ภาพบรรยากาศประชุมครม.นัดสุดท้าย

 
 
 
 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ