posttoday
แบ่งแยกแล้วปกครอง

แบ่งแยกแล้วปกครอง

06 กุมภาพันธ์ 2553

...เจษฏ์  โทณะวณิก นักวิชาการอิสระ

ท่านเคยได้ยินวลีของพวกคนที่ชอบนินทาชาวบ้าน หรือเอาเรื่องอะไรต่างๆ ไปยุให้รำตำให้รั่ว ทำให้ผู้คนแตกแยกกันเขาพูดกันในหมู่พวกเขาบ้างไหม เขาว่ากันว่า “ครอบครัวร้าวฉานคืองานของเรา” นั่นดูเสียเป็นไร บางคนที่พูดคำแบบนี้ก็เป็นการพูดเล่นสนุกปากไป แต่หลายคนพูดแบบจริงจัง แถมไม่พอคนที่มีนิสัยเช่นนี้ ไม่เพียงแต่จะทำให้ครอบครัวของผู้อื่นร้าวฉานเท่านั้น หากยังทำให้ครอบครัวตนเองร้าวฉานไปด้วย และยังลามไปถึงเพื่อนฝูง คนใกล้ชิด คนไกลตัว ทำไปทำมาไปถึงขั้นประเทศชาติร้าวฉานไปโน่นเลย

ทำไมคนบางคนถึงได้ชอบทำให้เกิดความแตกแยก หลายคนอาจจะคิดว่าคนที่ชอบก่อให้เกิดความแตกแยกนี่ไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย จริงๆ แล้วใครทำอะไรก็ล้วนแล้วแต่มีเหตุผลทั้งนั้น แต่บังเอิญเรามักจะมองเหตุผลว่าเป็นเรื่องดีเสมอไป ซึ่งแท้จริงแล้วคำว่าเหตุผลเป็นคำกลาง ไม่ได้แสดงออกถึงความดี ไม่ดีใดๆ เลย เหตุผลดี มันก็ดี เหตุผลไม่ดี มันก็ไม่ดี เหตุคือ สิ่งที่เป็นตัวก่อ ผลคือ สิ่งที่เกิดขึ้นจากตัวก่อ นี่แหละเหตุผล แต่เมื่อสังคมยอมรับที่จะใช้คำว่า “เหตุผล” ไปในทางที่ดีถ่ายเดียว แล้วใช้คำนิเสธ “ไม่” เติมเข้าไปเพื่อให้เห็นว่าเป็นสิ่งไม่ดีคือ “ไม่มีเหตุผล” ก็ไม่เป็นที่เสียหายอะไร

สิ่งที่กำลังจะบอกคือ บรรดาคนที่คิด พูด หรือทำให้เกิดความแตกแยกทั้งหลายนั้นมีเหตุผลของเขา ไม่ใช่มีแค่เหตุผลมีแม้กระทั่งทฤษฎีไปโน่นเลย เชื่อแน่ว่าท่านต้องเคยได้ยินวลี “แบ่งแยกแล้วปกครอง” นี่แหละคือทฤษฎีเลย เป็นทฤษฎีที่ว่าด้วยการทำให้คนแยกกัน หรือแตกกันออกเป็นฝักเป็นฝ่ายตั้งแต่สองขึ้นไป จากนั้นก็ทำให้ทั้งสองฝ่ายทะเลาะกัน หากเป็นสองฝ่ายเราก็รอเป็นฝ่ายที่สามที่จะได้เก็บกินผลประโยชน์ หรือบางทีเราก็เป็นฝ่ายหนึ่งในบรรดาฝ่ายที่แตกแยก แต่เราต้องวางให้ฝ่ายอื่นเป็นตัวร้าย จากนั้นทำให้คนเห็นว่าเราเป็นตัวดี

รูปแบบของทฤษฎีการแบ่งแยกผู้อื่นออกเป็นฝ่าย โดยเราลอยตัวอยู่เหนือแต่ละฝ่ายนั้น ผู้ที่กระทำการให้เกิดการแบ่งแยกทำไปเพื่อให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือแต่ละฝ่ายเข้ามาพึ่ง เข้าหา หรือมาปรึกษาหารือกับตนเอง เพื่อยุให้ฝ่ายนั้นคิดอย่างนั้นฝ่ายนี้คิดอย่างนี้ ผู้ที่ได้ประโยชน์ที่สุดคือ ผู้ให้คำปรึกษา ส่วนรูปแบบที่ผู้ที่กระทำให้เกิดการแบ่งแยกเป็นฝ่ายหนึ่งด้วย ก็ทำไปเพื่อสองประการ ประการแรก พยายามทำให้คนเห็นว่าฝ่ายตนเป็นตัวดี ประการที่สอง หาคนมาทำร้ายตน ซึ่งคนคนนี้ที่เหมาะจะเป็นเป้าที่สุดคือ คนที่ผู้คนมองว่าเป็นกรรมการ ให้กรรมการทำร้ายเรา หรือดูเสมือนหนึ่งทำร้ายเรา แต่ไม่ทำร้ายอีกฝ่าย เท่านี้เราก็เหมือนเป็นคนที่ถูกกลั่นแกล้งรังแก จากนั้นเราก็เรียกร้องความเป็นธรรม

ลองคิดๆ ดูแล้ว แต่ละฝักแต่ละฝ่ายในประเทศชาติบ้านเมืองเราในเวลานี้ต่างก็ใช้ทฤษฎีนี้ด้วยกันหมด แต่ฝ่ายใดจะใช้มาก ฝ่ายใดจะใช้น้อยเท่านั้นเอง เสื้อเหลือง เสื้อแดง ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายทหาร ฝ่ายพลเรือน และผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหลายก็ล้วนแต่ใช้วิธีนี้กันทั้งนั้น แล้วกลยุทธ์บนพื้นฐานทฤษฎีการแบ่งแยกแล้วปกครองนั้นนำมาใช้กับใคร ใช้กับพวกเราทั้งหลาย “ประชาชน” นั่นเอง

หากบรรดาผู้ที่ได้มีโอกาสเป็นผู้บริหารราชการแผ่นดิน เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดิน หรือมีแรงผลักดันเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินยังไม่เลิกใช้ทฤษฎีแบ่งแยกแล้วปกครอง บ้านเมืองเราคงจะสงบสุขได้ยาก เพราะความวุ่นวายและความแตกแยกคือ ส่วนผสมสำคัญของทฤษฎีนี้ ทฤษฎีอื่นดีๆ มีถมไป ลองคิดกันดูแล้วกันนะครับท่าน

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ