posttoday
เมืองหนังสือโลก..ฟันใหญ่ไกลเกินฟัน

เมืองหนังสือโลก..ฟันใหญ่ไกลเกินฟัน

02 พฤษภาคม 2554

กรุงเทพมหานคร (กทม.) เพิ่งเสนอตัวเข้าแข่งชิงรางวัลเมืองหนังสือโลก

กรุงเทพมหานคร (กทม.) เพิ่งเสนอตัวเข้าแข่งชิงรางวัลเมืองหนังสือโลก

 โดย...ธเนศน์ นุ่นมัน

กรุงเทพมหานคร (กทม.) เพิ่งเสนอตัวเข้าแข่งชิงรางวัลเมืองหนังสือโลก หรือ World Book Capital ขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ประจำปี 2556 โดย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ได้เดินทางไปยื่นเอกสารที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา

เมืองหนังสือโลก..ฟันใหญ่ไกลเกินฟัน

เมืองที่จะได้รับการพิจารณารับรางวัลนี้จะต้องเป็นเมืองที่ดำเนินการตามเงื่อนไขสำคัญ เช่น ต้องกำหนดแผนงานให้ทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างกิจกรรมส่งเสริมการอ่านอย่างต่อเนื่องในโครงการใหญ่ สนับสนุน พัฒนาหนังสือและการอ่าน สนับสนุนเสรีภาพทางความคิด การแสดงออก และการจัดพิมพ์หนังสือ ฯลฯ และหลังจากได้รับการคัดเลือกแล้ว ต้องมีแผนงานรองรับการดำเนินการ

การประกวดปีแรกเมื่อปี 2544 เมืองมาดริด ประเทศสเปน ได้รับรางวัลเป็นเมือง แรก ซึ่งเป็นปีก่อตั้งรางวัล ปี 2554 ตกเป็นเมืองบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ไปจนถึงรางวัลในอนาคต ปี 2555 ได้แก่เมืองเยเรวาน ประเทศอาร์เมเนีย

มกุฏ อรฤดี บรรณาธิการสำนักพิมพ์ผีเสื้อ ให้ความเห็นว่า กทม.ออกมาย้ำสม่ำเสมอว่ามีส่วนปลูกฝังลักษณะนิสัยรักการอ่าน สร้างห้องสมุด แต่ก็เป็นไปในลักษณะโปรโมชันที่มีผู้บริหารมาแสดงตัวอวดสายตาสื่อ เมื่อคล้อยหลังทุกอย่างก็กลับคืนสู่สภาพเดิม ห้องสมุดประชาชนรกร้างว่างเปล่า ไม่มีคนเข้า เด็กถูกปล่อยตามยถากรรมให้อ่านหนังสืออะไรก็ได้ โดยอาจจะมีการตั้งความหวังว่า การหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านจะช่วยเพิ่มตัวเลขทางสถิติให้น่าชื่นชม

“‘วันรักการอ่าน’ หรือกระทั่งกำหนดเป็น ‘ทศวรรษแห่งการอ่าน’ ดูเผินๆ คล้ายกับเป็นความสำเร็จในการส่งเสริมการอ่านที่จะมีตัวเลขจำนวนผู้ที่ไม่อ่านหนังสือที่สำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่าลดลงทุกปี ขณะที่ตัวเลขยอดขายหนังสือในสัปดาห์หนังสือแห่งชาติเพิ่มขึ้น คำถามคือ มีการนำตัวเลขทั้งหมดมาวิเคราะห์อย่างจริงจังหรือไม่ว่าเชื่อมโยงกับองค์ประกอบอื่นๆ อย่างไร” มกุฏ เสนอ

นอกจากนี้อธิบายอีกว่า อุปนิสัยรักการอ่านเป็นสิ่งที่ต้องปลูกฝังอย่างจริงจัง ด้วยความเข้าใจและต่อเนื่อง ขณะที่ กทม.ยังมองเรื่องนี้เป็นการทุ่มงบประมาณอย่างเดียว

“ถามว่าตอนนี้เรามีหนังสือดีที่เป็นภาษาไทย ที่เรียกได้ว่ามีคุณภาพกี่เล่ม มีความหลากหลายหรือไม่ ขณะที่พบว่าหนังสือที่พิมพ์ออกมาขายมีเฉพาะหนังสือขายดี (Best Seller) ยอดขายที่เด็กซื้อ เป็นหนังสือนิยายประโลมโลก หากผู้ใหญ่ยังมองว่าอ่านหนังสือคืออ่านอะไรก็ได้ พอใจกับตัวเลขที่ไม่มีหลักฐานที่อ้างอิงได้ชัดเจนว่าคนไทยอ่านหนังสือปีละ 5 เล่ม ซึ่งถ้าอ่านจริง และเป็นหนังสือดี เราก็คงไปถึงไหนต่อไหนแล้ว” มกุฏ กล่าว

มกุฏ กล่าวอีกว่า เมืองที่จะได้รับรางวัลนี้ต้องเป็นเมืองที่โดดเด่นจริงๆ เช่น เมืองเบรุต ประเทศเลบานอน เจ้าของรางวัลนี้ปี 2552 เคยกำหนดถึงขนาดให้มีห้องสมุดอยู่ในหลุมหลบภัย เพราะเป็นเมืองที่อยู่ในภาวะสงคราม ขณะที่ กทม. ต้องกลับมาตั้งคำถามว่า มีความโดดเด่นในวิธีคิดเรื่องเหล่านี้อย่างไร

“เคยเสนอให้แก้กฎหมายกำหนดให้ห้างสรรพสินค้า คอนโดมิเนียม และโรงงานทุกแห่งมีห้องสมุดที่แข่งขันกันจัดการ ไม่ต้องพูดถึงเมืองที่ได้รางวัลอย่างเมืองมาดริด ที่เคยชัดเจนทั้งเรื่องการจัดการและหนังสือที่โดดเด่น แต่วันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา สเปนกำหนดให้เป็นวันอ่านหนังสือ คณะรัฐมนตรีอ่านหนังสือและวิเคราะห์เรื่องหนังสือผ่านรายการวิทยุ” มกุฏ ระบุ

ขณะที่ กทม. ยังมะงุมมะงาหราอยู่กับทิศทางการจัดการ รวมถึงมีเมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ เสนอชิงรางวัลนี้ด้วย

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ