
พณ.ประเมินเหตุปะทะ5วันค้าชายแดนสูญ50ล้าน
รมช.พาณิชย์เผยเหตุปะทะ 5 วัน ส่งผลทำให้การค้าชายแดนสูญเสียไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาทแล้ว ขณะที่บริษัททัวร์ยกเลิกโปรแกรมท่องเที่ยวนครวัด
รมช.พาณิชย์เผยเหตุปะทะ 5 วัน ส่งผลทำให้การค้าชายแดนสูญเสียไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาทแล้ว ขณะที่บริษัททัวร์ยกเลิกโปรแกรมท่องเที่ยวนครวัด
นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ (พณ.) กล่าวว่า สถานการณ์ชายแดนการค้าไทย-กัมพูชา หลังมีเหตุปะทะของทหารบริเวณปราสาทตาเมือนธม-ปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์ ต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 แล้ว ทำให้การค้าเสียหายวันละกว่า 10 ล้านบาท หรือรวม 50 ล้านบาทแล้ว
ทั้งนี้การค้าชายแดนบริเวณอีสานใต้ที่ด่านช่องจอม จ.สุรินทร์ และด่านช่องสะงำ จ.ศรีสะเกษ มีสัดส่วน 5% ของการค้าชายแดนทั้งหมด ส่วนการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณภาคตะวันออก ซึ่งมีสัดส่วน 95% ยังเป็นปกติ ไม่ว่าจะเป็นทั้งด่านคลองลึก ปอยเปต จ.สระแก้ว หรือจะเป็นที่คลองใหญ่ จ.ตราด รวมทั้งด่านที่จันทบุรี
รมช.พาณิชย์ กล่าวอีกว่า การค้าไทย-กัมพูชาในช่วงปีที่ผ่านมา มีมูลค่าถึง 75,000 ล้านบาท และมีอัตราเพิ่มกว่า 50% ส่วนการค้าชายแดนซึ่งมีสัดส่วนการค้า 72% ของการค้าไทย-กัมพูชา ก็มีอัตราการขยายตัว 22% และก็มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องในปีนี้ แต่ก็หวังว่าปัญหาความขัดแย้งจะคลี่คลายลงโดยการเจรจาอย่างสันติ
"ยังไม่ได้มีการปิดด่านการค้า เพียงแต่เป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยของฝ่ายความมั่นคงที่ห้ามคนเข้า-ออก ทำให้มีการหยุดค้าขายโดยปริยายในพื้นที่ จ.สุรินทร์ และ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งอยู่ใกล้พื้นที่ปะทะกัน" นายอลงกรณ์ กล่าว
ทัวร์ไทยยกเลิกโปรแกรมท่องเที่ยวนครวัด
ขณะที่บริษัทจัดนำเที่ยวทุกแห่งของจังหวัดสุรินทร์ ต้องเร่งแจ้งกลุ่มลูกค้าที่จองโปรแกรมท่องเที่ยว นครวัด ประเทศกัมพูชา ในช่วงวันที่ 30 – 2 พ.ค. ซึ่งเป็นวันหยุดวันแรงงานแห่งชาติ หลังเกิดสถานการณ์การปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ในขณะที่กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวเยอรมัน ที่เดินทางมายังจังหวัดสุรินทร์เพื่อชมความงดงามของปราสาทตาเมือนธม ซึ่งได้ติดต่อจองรถทัวร์ปรับอากาศกับทางบริษัทฯก็ต้องถูกยกเลิกเช่นกัน สร้างความผิดหวังให้กับกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก
นางขวัญทวี ไทยยิ่ง ผู้จัดการบริษัท สะเร็น ทราเวล เปิดเผยว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดน โดยเฉพาะการที่กัมพูชาใช้กำลังทหารแทนส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการหลายอาชีพทั้งชาวไทยและชาวกัมพูชา โดยเฉพาะแม่ค้าทั้งชาวไทยและชาวกัมพูชาบริเวณตลาดการค้าชายแดนช่องจอม จึงอยากวิงวอนไปยังรัฐบาลกัมพูชา ให้เร่งแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นบนโต๊ะเจรจา แทนการแก้ปัญหาด้วยการใช้กำลังในพื้นที่ชายแดน จนต้องมีการสูญเสียและบาดเจ็บของกำลังพลทั้งสองฝ่าย







